ต่อมสมทบในระบบทางเดินอาหาร
ต่อมสมทบ (accessory gland) เป็นต่อมที่ผลิตน้ำย่อยเพื่อช่วยย่อยอาหารที่ปลากินเข้าไป ได้แก่ ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ต่อมในกระเพาะอาหาร และไส้ติ่ง
1. ตับ (liver)
เป็นต่อมขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดของช่องท้อง มีสีน้ำตาลเหลือง หรือดำปนแดง แล้วแต่ชนิดของปลา มีลักษณะเป็นพู แต่ละพูมีความยาวไม่เท่ากัน ในปลาฉลามตับจะมีน้ำหนักประมาณ 13 % ของน้ำหนักตัว ตับของปลากระดูกแข็งทั่วๆ ไปจะมีน้ำหนักประมาณ 1.5 % ของน้ำหนักตัว ปลากินเนื้อจะมีตับใหญ่กว่าปลากินพืช ตับปลามีวิตามินเอและบีมาก โดยสรุปตับปลาทำหน้าที่ดังนี้
ก. สะสมอาหารพวกน้ำตาลและไขมันไว้ใช้ในยามขาดแคลน
ข. ช่วยสร้างน้ำย่อยส่งไปยังลำไส้เล็ก แต่ยังไม่ทราบชนิดที่แน่นอน
ค. ช่วยย่อยอาหารทางอ้อม โดยแยกของเสียที่เป็นด่างหรือน้ำดีเก็บไว้ในถุงน้ำดีและส่งไปยังลำไส้เล็กทำให้ลำไส้เล็กย่อยไขมันได้ดี
2. ถุงน้ำดี (gall bladder)
มีลักษณะเป็นถุงกลมหรือยาวรี สีเขียวเข้มผนังบางใส ถุงนี้ฝังอยู่ภายในตับระหว่างง่ามของตับ ติดต่อกับตับโดยทางท่อซีสติค (cystic duct) และติดต่อกับลำไส้เล็กตอนต้นทางท่อน้ำดี (common bile duct) น้ำดีทำหน้าที่ช่วยย่อยไขมันโดยทำให้โมเลกุลของไขมันแตกตัวเล็กลงเหมาะแก่ การย่อยของน้ำย่อยต่อไป นอกจากนี้น้ำดียังทำให้ความเป็นกรดด่างพอเหมาะแก่การย่อยอาหารภายในลำไส้ เล็กอีกด้วย
3. ตับอ่อน (pancreas)
มีกำเนิดจากส่วนต้นของลำไส้เล็ก ในปลากระดูกอ่อนจะเห็นได้ชัดโดยตั้งอยู่บริเวณส่วนท้ายของกระเพาะอาหาร มีสีครีม ส่วนในปลากระดูกแข็งตับอ่อนจะแยกกันกระจัดกระจายอยู่บริเวณส่วนต้นลำไส้เล็ก หรือบริเวณไส้ติ่งตรงส่วนท้ายกระเพาะอาหาร ใกล้เคียงกับตำแหน่งของม้าม และมีบางส่วนแนบอยู่กับตับ ตับอ่อนจะมีท่อไปเปิดสู่ลำไส้เล็กบริเวณใกล้กับท่อน้ำดี หน้าที่ของตับอ่อนคือ
ก. สร้างน้ำย่อย 3 ชนิด คือ
อะมายเลส (amylase หรือ amylopsin) ช่วยย่อยแป้ง
ทริพซิน (trypsin) ย่อยโปรตีน
สตีฟซิน (steapsin) ย่อยไขมัน
ข. ผลิตอินซูลินควบคุมปริมาณน้ำตาลในร่างกาย
4. ต่อมในกระเพาะอาหาร (gastric gland)
เป็นต่อมที่พบในกระเพาะอาหารของปลากินเนื้อ ทำหน้าที่ผลิตกรดเกลือ (HCI) และเพปซินโนเจน(pepsinogen) ซึ่งใช้ในการย่อยอาหารพวกโปรตีนภายในกระเพาะอาหาร
5. ไส้ติ่ง สร้างน้ำย่อยแลค (lactase)
ย่อยอาหารพวกแป้ง





