พฤติกรรมการผสมพันธุ์วางไข่ของปลา
การสืบพันธุ์ของปลาบางชนิดมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป บางชนิดมีการสร้างรังก่อนวางไข่ หลังวางไข่บางชนิดมีการเฝ้าดูแลไข่และตัวอ่อนด้วย การสร้างรังมีหลายแบบ เช่น
1. การทำแอ่ง พบในปลานิล ปลาหมอเทศ มีการดูแลไข่และตัวอ่อนด้วยโดยแม่ปลาอมไข่ฟักในปาก รวมทั้งลูกปลาด้วย ส่วนพ่อปลาทำหน้าที่ขุดแอ่งสำหรับผสมพันธุ์
2. สร้างรังโดยการขุดอุโมงค์ เช่น ปลาดุก ปลาไหล
3. สร้างรังจากเศษไม้ใบหญ้า โดยการนำมาสานกันคล้ายรังนก พบในปลาแรด
4. สร้างรังแบบง่ายๆ บริเวณพืชลอยน้ำ โดยการใช้หางปัดให้เกิดช่องว่างเป็นวงกลม เรียกว่าตีแปลง แล้ววางไข่ลอยบนผิวน้ำบริเวณช่องว่างนั้น เช่น ปลาช่อน มีการดูแลไข่และตัวอ่อนด้วย ทั้งพ่อและแม่ปลา
5. สร้างรังโดยการก่อหวอดด้วยเมือกกับใบไม้ใบหญ้าบริเวณผิวน้ำ เช่นปลาสลิด ปลากัด
ปลาบางชนิดไม่สร้างรัง แต่มีการนำไข่และตัวอ่อนติดตัวไปด้วย เช่น ม้าน้ำ ส่วนปลาดุกทะเลจะฟักไข่และเลี้ยงตัวอ่อนภายในอุ้งปากเช่นเดียวกับพวกปลาอมไข่
การปฏิสนธิและพัฒนาการของปลาวัยอ่อน
เมื่ออสุจิเข้าไปทางช่องไมโครไฟล์ของไข่ ช่องนี้จะปิดเพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิตัวอื่นเข้าไปผสมได้อีก จากนั้นเซลล์ไข่จะแบ่งไมโอซิสอย่างสมบูรณ์ และเกิดการปฏิสนธิโดยการรวมตัวกันของนิวเคลียสจากไข่และอสุจิได้ไซโกต หลังจากนั้นไซโกตจะมีการเจริญพัฒนาไปเป็นลูกปลา โดยการแบ่งตัวแบบไมโทซิส (ปกติไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะมีการแบ่งเซลล์ไปได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อถึงระยะบลาสโทพอร์จะขาวขุ่นเป็นไข่เสียที่สังเกตเห็นได้)
ขั้นต่างๆ ในการเจริญพัฒนาของตัวอ่อนตั้งแต่เป็นไซโกตเซลล์เดียวจนเป็นลูกปลาฟักเป็นตัว แบ่งเป็น 5 ระยะ คือ
1. ระยะเคลียเวจ (cleavage stage) ในระยะนี้โซโกตเกิดการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส ทำให้เพิ่มจำนวนเซลล์ขึ้นจาก 1 เป็น 2 และทวีคูณของ 2 ไปเรื่อยๆ คือ 4, 6, 8, 16, 32 ไปเรื่อยๆ จนได้เซลล์ขนาดเล็กจำนวนมาก การแบ่งจะเกิดเฉพาะทางขั้วสัตว์บริเวณบลาสโทดิสค์เท่านั้น จะไม่เกิดทั่วทั้งเซลล์ไข่ เรียกการแบ่งแบบนี้ว่าเมอโรบลาสต์ (meroblast) กลุ่มเซลล์ที่ได้เรียกบลาสโทเดิร์ม (blastoderm) แต่ละเซลล์เรียกว่าบลาสโทเมียร์ (blastomere) ตัวอ่อนในระยะนี้เรียกว่า มอรูลา (morula)
2. บลาสทูลา (blastula) ระยะนี้บลาสโทเมียร์มีจำนวนหนาแน่นขึ้น บลาสโทเดิร์มบริเวณที่ติดกับไข่แดงจะขยายออกเป็นเยื่อหุ้มไข่แดง เรียก เพอริบลาสต์ (periblast) เกิดช่องว่างระหว่างบลาสโทเดิร์มกับเพอริบลาสต์ เรียก บลาสโทซีล (blastocoel) ส่วนที่จะเจริญเป็นตัวปลาคือ บลาสโทเดิร์มเท่านั้น
3. แกสทรูลา (gastrula) เป็นระยะที่บลาสโทเดิร์มเกิดการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อเป็น 3 ชั้น กลุ่มบลาสโทเดิร์มจะแผ่คลุมลงมายังไข่แดง ขอบล่างของบลาสโทดิสค์จะหนาขึ้นคล้ายวงแหวนเรียกเจิร์มริง (germ ring) ขอบด้านหน้าของบลาสโทเดิร์มจะหนาขึ้นเรียกเอ็มบริโอนิค ซิลค์ (embryonic shield) มีลักษณะเป็นสันนูนพาดอยู่บนไข่แดง ซึ่งจะเป็นที่เกิดของอวัยวะเบื้องต้น อันได้แก่ นิวรอล เพลต (neural plate) นิวนอล ทูบ (neural tube) โนโตคอร์ด และโซไมต์ (somite) ในระยะเกิดการแยกชั้นของเนื้อยื่อบลาสโทเดิร์มจะแผ่ขยายลงมาคลุมไข่แดงจน เกือบมิด ด้านหน้าของเอ็มบริโอนิค ซิลด์ ยกสูงขึ้นจากผิวของไข่แดงเกิดเฮ็ด บัด (head bud) ซึ่งจะเจริญเป็นส่วนหัว และบริเวณขอบด้านท้ายจะเกิดเทล บัด (tail bud) ซึ่งจะเจริญไปเป็นส่วนหาง ระยะแกสทรูลาจะสิ้นสุดลง เมื่อส่วนของไข่แดงถูกบลาสโทเดิร์มปกคลุมจนมิด
4. เริ่มสร้างอวัยวะ (organogenesis หรือ organ formation) เป็นระยะที่ตัวอ่อนเริ่มสร้างอวัยวะต่างๆ โดยเริ่มจากด้านหัวไปหาง ขอบด้านข้างของบลาสโทเดิร์มจะเคลื่อนที่เข้าหาแนวกึ่งกลาง ทำให้เกิดแกนยาวที่จะเป็นลำตัวอ่อนต่อไป เรียกแกนนี้ว่าเอ็มบริโอนิค แอกซิส (embryonic axis) เริ่มเกิดสมอง โซไมต์ที่จะกลายเป็นกล้ามเนื้อ เกิดตา หัวใจ หู ฟินโฟลต์ (fin fold) ซึ่งจะเจริญเป็นครีบต่างๆ อวัยวะที่เกิดขึ้นเป็นอวัยวะเบื้องต้น ในที่สุดตัวอ่อนจะมีอวัยวะอื่นๆ ครบ แต่ยังทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่
5. อวัยวะเริ่มเจริญและทำหน้าที่ (growth and differentiation) อวัยวะต่างๆ ที่สร้างขึ้นจะโตขึ้น เซลล์ของอวัยวะต่างๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อเยื่อ ทำให้ทำหน้าที่ได้ เมื่ออวัยวะส่วนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเจริญดีแล้วตัวอ่อนก็จะออกจากไข่โดย มีถุงไข่แดงติดมาด้วย ในระยะแรกลูกปลายังใช้อาหารจากไข่แดงอยู่จนกว่าจะใช้หมดจึงเริ่มกินอาหาร

ลักษณะการเจริญของตัวอ่อนในระยะต่างๆ

ขั้นการเจริญพัฒนาของตัวอ่อนในปลาสวาย
คำอธิบายขั้นการเจริญพัฒนาของตัวอ่อนในปลาสวาย จากภาพ
| รูปที่ | ขั้นของการเจริญ | ระยะเวลาหลังจากไข่ได้รับการผสม |
| 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 |
1 เซลล์ 2 เซลล์ 4 เซลล์ 8 เซลล์ 16 เซลล์ 32 เซลล์ 64 เซลล์ มอรูลาขั้นแรก บลาสทูลา เกิดบลาสโทซีล บลาสโทดิสค์เคลื่อนลงคลุมไข่แดง แกสทรูลาขั้นแรก ไข่แดงถูกคลุมเกือบหมด แกสทรูลาขั้นสุดท้าย เกิดร่องนิวรอล และโซไมต์ เกิดโซไมต์ 11 ข้อ เกิดโซไมต์ 19 ข้อ ปลายหางเริ่มเคลื่อนไหว ฟักออกเป็นตัว เริ่มเห็นเบ้าตาและช่องหู จุดสีเข้มขึ้น หัวใจเริ่มเป็นรูปทรง จุดสีเกิดขึ้นที่ตา ปาก หนวด และทางเดินอาหารแพนหางเริ่มแผ่ขยายออก ปากและหนวดเจริญขึ้น ช่องปากเปิดอ้า แพนหางขยายใหญ่ขึ้น ถุงอาหารยุบหมด ครีบหางเริ่มเว้า จุดสีหนาแน่นขึ้น ครีบหลังและครีบก้นเริ่มปรากฏ ก้านครีบหางเจริญขึ้น ลูกปลามีอวัยวะครบถ้วนเช่นเดียวกับตัวเต็มวัย |
15 นาที 30 นาที 40 นาที 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 15 นาที 1 ชั่วโมง 25 นาที 1 ชั่วโมง 35 นาที 2 ชั่วโมง 10 นาที 4 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง 7 ชั่วโมง 8 ชั่วโมง 9 ชั่วโมง 11 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง 23 ชั่วโมง 6 ชั่วโมงหลังฟัก 12 ชั่วโมงหลังฟัก 14 ชั่วโมงหลังฟัก 22 ชั่วโมงหลังฟัก 1 วันหลังฟัก 2 วันหลังฟัก 3 วันหลังฟัก 4 วันหลังฟัก 6 วันหลังฟัก 14 วันหลังฟัก |
ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญพัฒนาของตัวอ่อน
การเจริญของไข่จนเป็นลูกปลาต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนี้
1. อุณหภูมิ มีความสำคัญต่อระยะเวลาในการฟักเป็นตัว ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงไข่จะฟักเป็นตัวได้เร็วกว่าในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างมากและรวดเร็วทำให้ลูกปลาที่กำลังฟักตายได้
2. แสงสว่าง ไข่ที่ฟักในที่มืดจะฟักเป็นตัวช้ากว่าไข่ที่ฟักในที่มีแสงสว่าง
3. แก๊สที่ละลายอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะออกซิเจนซึ่งจำเป็นต่อการเจริญพัฒนาของตัวอ่อน แต่ถ้ามีแก๊สอื่นๆ มาก เช่น ไข่ที่มีไข่แดงมากจะฟักช้ากว่าไข่ที่มีไข่แดงน้อย เช่น ไข่ปลาตะเพียนขาวจะฟักเป็นตัวภายใน 12 ชั่วโมงหลังวางไข่ ที่ 28 องศาเซลเซียส ในขณะที่ไข่ปลาดุกซึ่งมีไข่แดงมากกว่าจะใช้เวลาประมาณ 36 ชั่วโมง





