ชนิดและหน้าที่ของครีบปลา

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
หมวด: ปลา

รยางค์ของปลาได้แก่ครีบ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนไหวและทรงตัวของปลา ครีบประกอบด้วยก้านครีบ (Fin Ray) และเยื่อยึดก้านครีบ (Fin Membrane) ก้านครีบมีอยู่ 2 พวก คือ ก้านครีบแข็ง (Spiny หรือ Single Fin Ray) มีลักษณะแข็งเป็นท่อนเดียวปลายแหลม สันด้านหน้าหรือหลังอาจมีฟันเลื่อย (Serrate) และก้านครีบอ่อน (Soft หรือ Segmented หรือ Branched Fin Ray) จะมีลักษณะเป็นปล้องหรือข้อสั้นๆ ต่อกันเป็นก้านครีบ ก้านครีบอ่อนนี้ส่วนมากจะแตกแขนงย่อยๆ 2-3 แขนง

 

ครีบของปลามี 2 พวก คือ ครีบเดี่ยวและครีบคู่

 

  • ครีบเดี่ยว

 

มีชื่อตามตำแหน่งที่ตั้งของครีบ หน้าที่ช่วยพยุงลำตัวให้ตั้งอยู่ในแนวตรงไม่เอียงซ้ายหรือขวา

 

 

ก. ครีบหลัง (Dorsal Fin, D) มีลักษณะแตกต่างกันไป สั้นบ้าง ยาวบ้าง บางชนิดมี 2 ตอน ซึ่งอาจอยู่แยกกันหรือมีเยื่อบางๆ ยึดอยู่ก็ได้ บางชนิดตอนที่สองเป็นครีบไขมัน เช่น ปลากด ปลาแขยง ปลาสวาย ปลาบึก ปลาเทโพ เป็นต้น บางชนิดเป็นครีบฝอย เช่น ปลาทู ปลาอินทรี บางชนิดครีบหลังตอนแรกเปลี่ยนรูป เช่น ในปลาติตเปลี่ยนเป็นอวัยวะเกาะติด ในปลา แองเกลอร์ (Angler Fish) เปลี่ยนเป็นที่ล่อเหยื่อ เป็นต้น ลักษณะก้านครีบอาจเป็นก้านครีบแข็งหรือก้านครีบอ่อน โดยอาจเป็นก้านครีบอ่อนยาวตลอดครีบ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน หรือส่วนหน้าของครีบเป็นก้านครีบแข็งตอนหลังเป็นก้านครีบอ่อน เช่น ปลานิล หรือส่วนหน้าของครีบตอนแรกเป็นก้านครีบแข็ง ครีบตอนที่สองเป็นครีบไขมัน เช่น ปลาสวาย หรือมีครีบสองตอน ตอนแรกมีก้านครีบแข็งยาวตลอดครีบ ครีบตอนที่สองส่วนต้นๆ เป็นก้านครีบแข็ง ส่วนท้ายๆ เป็นก้านครีบอ่อน เช่น ปลากะรัง

 

ข. ครีบก้น (Anal Fin, A) ตั้งอยู่หลังรูก้นยาวไปทางครีบหาง ปกติมีครีบเดียว ยกเว้นปลาซิวแก้ว (Corica spp.) ขนาดและความยาวขึ้นอยู่กับชนิดของปลา บางชนิดส่วนต้นๆ ของครีบเป็นก้านครีบแข็ง เช่น ปลานิล บางชนิดส่วนท้ายมีครีบฝอย เช่น ปลาทู ปลาโอ ในปลาสอด ปลาหางนกยูง ตอนต้นของครีบเปลี่ยนเป็นอวัยวะช่วยสืบพันธุ์

 

ค. ครีบหาง (Caudal Fin, C) ตั้งอยู่ท้ายสุดของส่วนหาง ใหญ่กว่าครีบอื่นๆ แบ่งเป็นแบบต่างๆ ตามโครงสร้างของกระดูกภายใน ดังนี้

1. ครีบหางไดฟิเซอคอล (Diphycercal Caudal Fin) มีลักษณะปลายของกระดูกสันหลังข้อสุดท้ายเหยียดตรง และสิ้นสุดลงบริเวณเกือบปลายสุดของครีบหางและแบ่งครีบหางออกเป็นสองส่วน เท่าๆ กัน พบในปลาปากกลม และตัวอ่อน (Larvae) ของปลาทุกชนิด

 

2. ครีบหางแบบเฮเทอโรเซอคอล (Heterocercal Caudal Fin) มีลักษณะปลายของกระดูกสันหลังข้อสุดท้ายยกเชิดขึ้น และโค้งไปตามขอบบนของครีบหางจนสุดปลายครีบ ทำให้แพนบนของครีบหางใหญ่และยาวกว่าแพนล่าง ได้แก่ หางปลาฉลาม ปลาการ์

 

3. ครีบหางแบบไฮโปเซอคอล (Hypocercal Caudal Fin) ลักษณะหางตรงข้ามกับแบบเฮเทอโรเซอคอล โดยครีบหางแพนล่างใหญ่กว่าแพนบน พบในปลาโบราณที่สูญพันธุ์แล้ว

 

4. ครีบหางแบบไจฟิโรเซอคอล (Gyphyrocercal Caudal Fin) ครีบหางแพนบนและแพนล่างมีลักษณะเหมือนกัน แต่ไม่มีครีบหางที่แท้จริง เนื่องจากปลายสุดของกระดูกันหลังข้อสุดท้าย (Hypural Bone) มีลักษณะเป็นแผ่นเล็กๆ มี 2 แบบ คือ

 

 

4.1 ไอโซเซอคลอ (Isocercal) ลักษณะครีบหางจะแยกจากครีบหลัง และครีบก้น พบในปลาคอด ปลาพระอาทิตย์

 

4.2 เลพโตเซอคลอ (Leptocercal) ครีบหางจะติดต่อกับครีบหลังและครีบก้น พบในปลาปอด ปลากระเบน และปลากระต่าย (Ratfish)

 

5. ครีบหางแบบโฮโมเซอคอล (Homocercal Caudal Fin) พบในปลาชั้นสูงโดยทั่วไป โดยมีกระดูกยูโรสไตส์ (Urostyle) ที่ต่อออกมาจากกระดูกสันหลังข้อสุดท้ายโค้งขึ้นข้างบน และมีกระดูกไฮพูรอล (Hypural Plate) อยู่ด้านล่าง ก้านครีบหางจะต่อออกมาจากกระดูกไฮพูรอลล์ (Hypurals หรือ Hypural Plate) ครีบหางชนิดนี้มี 6 แบบ โดยแบ่งตามลักษณะรูปร่างที่ทองเห็นภายนอก คือ

 

5.1 รูปส้อม (Forked Tail) ปลายหางมีลักษณะเป็นหยักเว้าลึกตรงกลาง ทำให้ครีบหางมี 2 แฉกคล้ายส้อม พบในปลาทู ปลานวลจันทร์ทะเล เป็นต้น

 

5.2 รูปเคียวหรือพระจันทร์เสี้ยว (Lunate หรือ Concave Tail) ปลายหางมีลักษณะเป็นรูปเคียว โดยเว้าเข้าไปคล้ายพระจันทร์เสี้ยว พบใน ปลาโอ ปลาทูน่า เป็นต้น

 

5.3 รูปเว้าเล็กน้อย (Emarginate) ปลายหางเว้าเล็กน้อย พบในปลาเห็ดโคน ปลาข้างลาย เป็นต้น

 

5.4 รูปตัดตรง (Truncate หรือ Straight) ส่วนท้ายของครีบหางตัดตรงหรือเกือบตรง ได้แก่ หางปลาตะกรับ ปลาเสือตอ ปลาหูช้าง ปลาลิ้นหมาบางชนิด เป็นต้น

 

5.5 รูปกลม (Rounded Tail) ปลายครีบหางกลม พบในปลาช่อน ปลาหมอไทย เป็นต้น

 

5.6 รูปใบโพ (Pointed Tail) ส่วนปลายหางแหลมคล้ายใบโพ เช่น หางปลาบู่ ปลาเขือ

 

  • ครีบคู่

 

ครีบคู่มีชื่อตามตำแหน่งที่ตั้ง มีหน้าที่ช่วยทรงตัว ว่ายน้ำขึ้นลงในแนวดิ่ง

 

ครีบอกของปลาลักษณะต่างๆ

 

ก. ครีบอกหรือครีบหู (Pectoral Fin ) เป็นครีบคู่ที่มีตำแหน่งอยู่หลังช่องเหงือก รูปร่างของครีบอกแตกต่างกันออกไป ปลาบางชนิดไม่มีครีบอก บางชนิดเป็นเส้น เช่น ปลาสลิด บางชนิดเปลี่ยนรูป เช่น ปลากระเบน ครีบจะแผ่กว้างคล้ายจาน บางชนิดเปลี่ยนไปเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ เช่น ปลานกกระจอกใช้โผบิน ในปลาหนวดพราหมณ์ส่วนล่างของครีบอกแยกออกเป็นเส้นๆ คล้ายหนวด

 

ข. ครีบท้อง (Pelvic Fin หรือ Ventral Fin) ลักษณะและตำแหน่งของครีบท้องแตกต่างกันไป เช่น

 

ตำแหน่งอยู่ที่ท้อง อยู่ใกล้รูทวาร ได้แก่ ปลาดุก ปลาไน ปลาหลังเขียว เป็นพวกมีวิวัฒนาการต่ำ

 

ตำแหน่งอยู่บริเวณทรวงอก บริเวณใต้ครีบอก ได้แก่ ปลาช่อน ปลาทู ปลาทูน่า เป็นต้น

 

ตำแหน่งบริเวณคอเกือบถึงบริเวณคอคอด (isthmus) ได้แก่ ปลาลิ้นหมา

 

หน้าที่ของครีบ

 

นอกจากทำหน้าที่ช่วยในการเคลื่อนไหวว่ายน้ำ ทรงตัวแล้ว ยังอาจทำหน้าที่อื่นๆ เช่น

 

ก. ใช้เคลื่อนที่บนบกแทนเท้า พบในปลาตีน โดยใช้ครีบคู่ คือ ครีบอกซึ่งมีกล้ามเนื้อแข็งแรงช่วย

 

ข. ใช้ร่อนไปในอากาศ โดยใช้ครีบหางช่วยดันลำตัวให้พ้นจากน้ำ แล้วจึงใช้ครีบอกร่อนไปในอากาศ ช่วยให้หนีศัตรูได้เร็ว พบในปลานกกระจอก และปลาผีเสื้อกลางคืน

 

ค. ทำหน้าที่เป็นเครื่องดูดเกาะ โดยใช้ครีบท้องที่เปลี่ยนรูปไปใช้เกาะติดก้อนหินที่อยู่บริเวณพื้นท้องน้ำ โดยครีบท้องมารวมกันมีเยื่อบางๆ ยึด พบในปลาบู่ ปลาที่หากินตามลำธารน้ำไหล ในปลาติตใช้ครีบหลังตอนแรก เปลี่ยนเป็นอวัยวะเกาะติด

 

ง. ช่วยในการบังคับทิศทาง โดยมากใช้ครีบหาง

 

จ. ช่วยในการผสมพันธุ์ โดยใช้ครีบท้องและครีบก้น พบในปลาที่มีการผสมภายในและออกลูกเป็นตัว ได้แก่

 

- คลาสเปอร์ (Clasper) เกิดจากครีบท้องเปลี่ยนรูป พบในปลากระดูกอ่อนพวกปลาฉลาม กระเบนเพศผู้ ครีบอกของปลาลักษณะต่างๆ

 

- โกโนโปเดียม (Gonopodium หรือ Intromittent Organ) เกิดจากก้านครีบอันแรกของครีบก้นขยายใหญ่ขึ้นเป็นท่อทางส่งน้ำเชื้อในเพศผู้ พบในปลาสอด หางดาบ หางนกยูง

 

- ไพรอะเพียม (Priapium) เกิดจากครีบท้อง พบในปลาบู่ใสเพศผู้ เป็นทางส่งน้ำเชื้อเวลาผสมพันธุ์ และใช้ขับถ่ายปัสสาวะอีกด้วย

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates