เห็บปลา

พิมพ์
ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

 

            เห็บปลา (Fish louse or Fish Lice) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Argulus sp.  ชนิดที่รู้จักกันดีและคุ้นเคยก็เช่น Argulus foliaceus , Argulus japonicus และ Argulus coregoni  จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับแมลง กุ้ง ปู ต่างๆ มีขนาดความยาวตั้งแต่ ๖ -๒๒ มิลลิเมตร เห็บปลาเป็นปริสิตภายนอก พบในปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม เช่น ปลาตะเพียน ปลาไน ปลาทอง ปลาแรด ปลาหมอ ปลากะพงขาว เป็นต้น รวมทั้งพบในกบและคางคกด้วย ซึ่งจะเกาะบริเวณต่างๆ ภายนอกตัวปลา เช่น ตามครีบ ลำตัว ส่วนหัว ทุกๆ ส่วนที่มันพอจะมีพื้นที่เกาะได้ โดยจะเกาะดูดเลือดและย่อยสลายผิวหนังปลาบริเวณนั้นกินเป็นอาหาร นอกจากนั้น ตัวแก่ของเห็บปลายังสามารถเป็นพาหะของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้หลายชนิด มีการจัดลำดับทางอนุกรมวิธานดังนี้ 

Phylum Arthropoda 

            Subphylum Crustacea 

                        Class Maxillopoda 

                                    Subclass Branchiura 

                                                Order Arguloida 

                                                            Family Argulidae 

                                                                        Genus Argulus

 

ลักษณะทางชีววิทยา 

            มีลักษณะลำตัวกลม แต่แบน คล้ายจานคว่ำ ตัวเมียมีขนาด ๖-9 มิลลิเมตร ตัวผู้ ๔-๕ มิลลิเมตร หนวด(Antenna I และ II ) ๒ คู่ มีขนาดที่สั้น มีตาซึ่งเป็นตาประกอบ(Compound eye) ๑ คู่ Maxilla I เปลี่ยนรูปร่างมีลักษณะกลม ทำหน้าที่เกาะผิวของเจ้าบ้าน เรียกว่า Sucker หรือ Suction Proboscis ลักษณะเป็นงวง ตรงปลายมี Mandibles หรือเขี้ยว มีหน้าที่กัดทำลายผิวเจ้าบ้าน และดูดกินของเหลวจากตัวเจ้าบ้าน Carapace เปลือกคลุมส่วนหัวและอก ลักษณะเหมือนจานคว่ำ เป็นสารไคติน Thoracic appendage รยางค์ส่วนอกเจริญดี ๔ คู่ ทำหน้าที่ว่ายน้ำ ส่วนท้อง(Abdomen) มีลักษณะเป็น ๒ แฉก คล้ายแพนหาง ซึ่งอวัยวะสืบพันธุ์ของเห็บปลาอยู่บริเวณท้อง ตัวผู้มีถุงอัณฑะ ๑ คู่ ส่วนตัวเมียมีถุงรับน้ำเชื้อ (spermatheca) เก็บไว้เพื่อการผสมพันธุ์ โดยมีรังไข่อยู่บริเวณกลางตัว

 

วงจรชีวิต 

            การผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นขณะที่ตัวเมียเกาะอยู่บนตัวปลา(Host ) ตัวผู้จะเข้าเกาะตัวเมียเพื่อฉีดน้ำเชื้อผสมพันธุ์ ตัวเมียที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้วจะทิ้งจากตัวปลา(Host) ไป แล้ววางไข่เป็นร้อยๆ ฟองเห็บปลาบางชนิดวางไข่ได้ถึง ๔๐๐ ฟอง บนพืชน้ำหรือวัสดุอื่นๆ ในน้ำ ไข่จะถูกห่อหุ้มด้วยเมือกเหนียวลักษณะเป็นก้อนๆ ไข่จะฟักเป็นตัวในเวลาประมาณ ๑๕-๕๕ วัน โดยจะมีการพัฒนาเข้าสู่ระยะ nauplius ตั้งแต่อยู่ในไข่ แรกเกิดจะมีขนาดประมาณ ๐.๗๕ มิลลิเมตร และลอกคราบหลายครั้งจนเข้าสู่ระยะโตเต็มวัย วงจรชีวิตของเห็บปลากินเวลาประมาณ ๔๐-๑๐๐ วัน ตัวเต็มวัยจะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัย Host ได้สูงสุด ๑๕ วัน โดยประมาณ ระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ ยิ่งอุณหภูมิสูง วงจรชีวิตในช่วงต่างๆ ก็จะยิ่งสั้นลงตามไปด้วย(อายุสั้นลง)

 

อาการของโรค 

            เห็บปลามีขนาดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ขนาด ๔-๙ มิลลิเมตร)จึงง่ายที่จะสังเกตเห็นเห็บปลาซึ่งมีลักษณะกลมคล้ายจานคว่ำ มีสีเขียวอ่อน สีเขียวแกมเหลือง สีน้ำตาล เห็บปลาเกาะหัว ครีบ ลำตัว และจะแทงเงี่ยงบริเวณส่วนหน้าของปากเข้าไปในเนื้อเยื่อปลาที่มันเกาะอยู่ และฉีดเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยสลายเข้าไปในร่างกายปลาบริเวณนั้น จากนั้นมันก็จะดูดกินเนื้อเยื้อที่ถูกย่อยเป็นของเหลวแล้ว โดยใช้งวงซึ่งมีลักษณะคล้ายปากในการดูดกิน และก่อให้เกิดบาดแผลขึ้นบริเวณที่ถูกเห็บปลาเกาะ พบอาการติดเชื้อ เช่น อาการบวมแดง ช้ำ เป็นจ้ำๆ เลือด ปลาที่ป่วยจะมีอาการว่ายน้ำผิดปกติ มีอาการคัน ชอบเอาตัวถูกับวัสดุต่างๆ หนักๆ เข้าจะมีอาการเซื่องซึม ไม่กินอาหาร ผอม และตายในที่สุด

 

การป้องกัน 

            เนื่องจากเห็บปลา มักติดมากับอาหารสด และปลาใหม่ โดยเฉพาะปลาจากบ่อดิน ดังนั้น การให้อาหารสดกับปลา ควรทำการแช่ด้วยด่างทับทิมเข้มข้น ๖๐ pmm (มิลลิกรัมต่อลิตร) นานประมาณ ๓๐ นาที ต่อจากนั้นนำมาล้างน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ก่อนให้ปลากิน จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ปลาใหม่ที่พึ่งได้มาจากบ่อดิน ไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่มีเห็บปลาติดมาแน่นอนไม่มากก็น้อย ดังนั้น ยังไม่ควรเอาปลาตัวดังกล่าวลงเลี้ยง ควรมีการกักโรคเพื่อดูอาการก่อนประมาณ ๔-๕ วัน ถ้ามีความจำเป็นต้องปล่อยปลาทันที เช่น ไม่มีบ่อหรือตู้ ไม่แน่ใจถึงแหล่งที่มา และสภาพปลา ก็ควรแช่ คอปเปอร์ซัลเฟต ๖๐ ppm นาน ๑ ชั่วโมง ให้อากาศเต็มที่ แล้วค่อยปล่อยลงเลี้ยง จะช่วยลดความเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง และถ้าพบปลาเป็นโรค ก็ให้แยกปลาดังกล่าวออกทันที ป้องกันการขยายพันธุ์ของเห็บปลา

 

การรักษา 

            ในกรณีที่เลี้ยงปลาจำนวนน้อยในตู้ เราจะใช้วิธีจับเห็บปลาออกจากตัวปลาของเราโดยตรง เนื่องจากเห็บปลามีขนาดใหญ่ มองเห็นด้วยตาเปล่าชัดเจน วิธีการก็คือ เตรียมผ้าขนหนูชุบน้ำชุ่มๆ ห่อตัวปลาเอาไว้หลวมๆ อย่าเช็ดเมือกปลาออกนะครับ แล้ว หยดน้ำเกลือเข้มข้น ๓-๔ หยด ลงบนตัวเห็บ การทำเช่นนี้จะทำให้เราดึงเห็บออกได้ง่ายขึ้น เสร็จแล้วใช้ปากคีบ ค่อยๆ คีบเห็บปลาออก ทำด้วยความระมัดระวังครับ เสร็จแล้วป้ายแผลด้วย อคริฟลาวิน(ยาเหลือง) หรือ โพวิโดนไอโอดีน หาซื้อได้ตามร้านขายยาคนทั่วไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน ก่อนหน้านั้นก็ทำการเปลี่ยนน้ำในตู้เดิมให้ได้มากที่สุด ยิ่งได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ยิ่งดี ล้างทำความสะอาดกรองและวัสดุต่างๆ ในตู้ด้วย เสร็จแล้วก็ปล่อยปลาคืนตู้ การติดฮีตเตอร์ก็ช่วยได้เช่นกัน อาจตั้งไว้ที่ประมาณ ๒9-๓๐ องศาเซลเซียส จะทำให้วงจรชีวิตของเห็บปลาสั้นลง การใส่เกลือในน้ำ ๐.๑ เปอร์เซนต์ ก็จะช่วยทำให้ตัวอ่อนของเห็บปลาอ่อนแอลง และเกาะติดตัวปลาได้ยากขึ้นด้วย เปลี่ยนน้ำ ทุกๆ ๓ วัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จนแน่ใจว่าปลาเราหายดี 

            แต่ถ้าเลี้ยงปลาจำนวนมาก ควรใช้ด่างทับทิมเข้มข้น ๑๐๐ ppm(ส่วนในล้านส่วน) แช่นาน ๓๐ นาที หรือดิพเทอร์เร็ค ๐.๕ ppm(ส่วนในล้านส่วน) แช่นาน ๒๔ ชั่วโมง

2010-2014 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด Free joomla templates |