พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนของประเทศไทย

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
            พันธุ์ไม้ป่าชายเลนในประเทศไทยมีหลายชนิด มีความหลากหลายและมีชนิดของพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศในแต่ละแห่ง ทั้งไม้ยืนต้นพวกกาฝาก เถาวัลย์ และ สาหร่าย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นไม้ไม่ผลัดใบ มีลักษณะทางกายวิภาคและสรีระคล้ายคลึงกันและมีพันธุ์ไม้อยู่ถึง 35 วงศ์ 53 สกุล และ 74 ชนิด พันธุ์ไม้ที่เด่นและสำคัญส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae โดยเฉพาะในสกุลไม้โกงกาง (Rhizophora) สกุลไม้โปรง (Ceriops) และสกุลไม้ถั่ว สำหรับพันธุ์ไม้ในวงศ์ Sonneratia ได้แก่ ไม้ในสกุลลำพูและลำแพน (Sonneratia) พันธุ์ไม้ในวงศ์ Verbenaceae ได้แก่ กลุ่มไม้แสม (Avicennia) นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ในวงศ์ Meliaceae ได้แก่ ไม้ตะบูนและตะบัน (Xylocarpus) เป็นต้น

พันธุ์ไม้ที่สำคัญบางชนิดที่ขึ้นอยู่ในป่าชายเลนแบ่งออกตามวงศ์และสกุลต่างๆ ดังต่อไปนี้
               1. สกุลโกงกาง ได้แก่ โกงกางใบเล็ก และโกงกางใบใหญ่
               2. สกุลไม้ประสัก ได้แก่ พังกาหัวสุม ประสัก ถั่วดำ ถั่วขาว และรุ่ย 
               3. สกุลไม้โปรง ได้แก่ โปรงแดง และโปรงขาว
               4. สกุลไม้แสม ได้แก่ แสมทะเล แสมขาว แสมดำ และสำมะง่า
               5. สกุลไม้ลำพู ลำแพน ได้แก่ ลำพูทะเล ลำแพน และลำแพนหิน หรือลำแพนทะเล
               6. สกุลไม้ตะบูน ได้แก่ ตะบูนขาว ตะบูนดำ และตะบัน
               7. สกุลไม้ฝาด ได้แก่ ฝาดแดง และฝาดขาว
               8. สกุลเหงือกปลาหมอ ได้แก่ เหงือกปลาหมอดอกสีฟ้าหรือนางเกรง และเหงือกปลาหมอดอกสีขาว
               9. สกุลไม้ตีนเป็ด ได้แก่ ตีนเป็ดทะเล และตีนเป็ดน้ำ
             10. หงอนไก่ทะเล
             11. ตาตุ่มทะเล
             12. เล็บนาง 
             13. แคทะเล
             14. มังคะ
             15. เทียนทะเล
             16. จาก 
             17. ไม้พื้นล่างในป่าชายเลน ถ้าหากเป็นพื้นที่มีน้ำทะเลท่วมถึงอยู่เสมอๆ มักจะไม่ค่อยพบ แต่หากบริเวณนั้นมีตะกอนมาทับถมจนระดับสูงขึ้นกลายเป็นที่ดอนขึ้นมา มักจะมีพันธุ์ไม้ล่างขึ้นอยู่ ได้แก่ ปรงทะเล ต้นเหงือกปลาหมอดอกสีขาว ปอทะเล โพธิ์ทะเล และเป้ง เป็นต้น 
             18. กล้วยไม้ในป่าชายเลน ได้แก่ กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี มีลักษณะเด่นในเรื่องของสีและรูปร่างของดอกที่จะนำไปผสมพันธุ์ ที่สำคัญมีอยู่ 5 ชนิด ได้แก่ รองเท้านารีสีขาว รองเท้านารีเหลืองตรัง รองเท้านารีจังหวัดกระบี่ รองเท้านารีม่วงสงขลา และรองเท้านารีช่องอ่างทอง
             19. พันธุ์ไม้ผลัดใบในป่าชายเลน พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนของประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้ไม่ผลัดใบ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังปรากฏว่ามีพันธุ์ไม้ผลัดใบบางชนิดปะปนอยู่ด้วย ได้แก่ ไม้ตาตุ่มทะเล ตะบันหรือตะบูนดำ ลำแพน เป็นต้น 

ฝาดดอกขาว ฝาดดอกขาว

โกงกางใบเล็ก  โกงกางใบเล็ก

ฝาดดอกแดง ฝาดดอกแดง

โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบใหญ่

แสมทะเล แสมทะเล

เหงือกปลาหมอดอกม่วง เหงือกปลาหมอดอกม่วง

แสมดำ แสมดำ

เหงือกปลาหมอดอกขาว เหงือกปลาหมอดอกขาว

แสมขาว แสมขาว

เหงือกปลาหมอเครือ เหงือกปลาหมอเครือ

ปอทะเล ปอทะเล

ลำพูทะเล ลำแพน

โพทะเล  โพทะเล (ก้านสั้น)

ลำแพนหิน ลำแพนหิน

โพทะเล โพทะเล (ก้านยาว)

ลำพู ลำพู

โพรงนก โพรงนก

ลำพูทะเล ลำพูทะเล

ตาตุ้มทะเล ตาตุ้มทะเล

โปรงแดง โปรงแดง

ตะบูนดำ ตะบูนดำ

โปรงขาว โปรงขาว

 ตะบูนขาว

โคลงเคลงขน โคลงเคลงขน

ตะบัน ตะบัน

ใบพาย ใบพาย

ตะขบน้ำ ตะขบน้ำ

กระเพาะปลา กระเพาะปลา

ต่อใส้ ต่อใส้

ขลู่ ขลู่

 จาก

แดงน้ำ แดงน้ำ

จิกทะเล จิกทะเล

แคทะเล แคทะเล

จิกสวน จิกสวน

เป้งทะเล เป้งทะเล

ชะคราม ชะคราม

เบญจมาศน้ำเค็ม เบญจมาศน้ำเค็ม

ช้าเลือด ช้าเลือด

เทพี เทพี

 ตาตุ้มทะเล

 เตยทะเล

ตีนเป็ดทราย ตีนเป็ดทราย

ถั่วดำ ถั่วดำ

 ตีนเป็ดทะเล

ถั่วขาว ถั่วขาว

น้ำนอง น้ำนอง

เสม็ดขาว เสม็ดขาว

ปรงหนู ปรงหนู

พังกา ถั่วขาว พังกา ถั่วขาว

ถอบแถบน้ำ ถอบแถบน้ำ

พังกาหัวสุมดอกขาว พังกาหัวสุมดอกขาว

ปรงทะเล ปรงทะเล

ฝาดดอกแดง พังกาหัวสุมดอกแดง

เล็บมือนาง เล็บมือนาง

มะคะ มะคะ

รักทะเล รักทะเล

มังคะ มังคะ

รังกะแท้ รังกะแท้

 มะพลับ

รามใหญ่รามใหญ่ มะนาวผีมะนาวผี (ผลเหลี่ยม)
มะนาวผี (ผลกลม)มะนาวผี (ผลกลม)
ลำเท็งลำเท็ง สมอทะเลสมอทะเล
สักขี สักขี สีง้ำสีง้ำ
สารภีทะเลสารภีทะเล สำมะง่าสำมะง่า
หงอนไก่ใบเล็กหงอนไก่ใบเล็ก หยีน้ำหยีน้ำ
หงอนไก่ทะเลหงอนไก่ทะเล หลาวชะโอน
หวายลิงหวายลิง หลุมพอทะเลหลุมพอทะเล
ไทรย้อยใบทู่ไทรย้อยใบทู่ นนทรีนนทรี

 

            พันธุ์พืชทุกชนิดในป่าชายเลน มีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงลักษณะบางประการของส่วนต่างๆ ทั้งลำต้น ใบ ดอก ผล ตลอดจนระบบรากให้เหมาะสม เพื่อทนทานต่อสภาพแวดล้อมป่าชายเลนโดยสามารถอยู่รอด เจริญเติบโต และแพร่กระจายพันธุ์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

1. เซลล์ผิวใบมีหนังหนา เป็นแผ่นมัน และมีปากใบ (stoma) ที่ผิวใบด้านล่างลักษณะเช่นนี้พบในพืชทุกชนิดในป่าชายเลน ซึ่งมีหน้าที่สำหรับป้องกันการระเหยของน้ำจากส่วนของใบ

2. มีต่อมขับเกลือ (salt glands) พบอยู่ทั่วไปในส่วนของใบแสม ลำพู ลำแพน และเหงือกปลาหมอ เป็นต้น หน้าที่สำคัญของต่อมขับเกลือ คือ ควบคุมระดับความเข้มข้นของเกลือในพืชโดยขับออกจากส่วนใบ

3. ใบมีลักษณะอวบน้ำ (succulent leaves) โดยเฉพาะพืชพวกโกงกาง (Rhizophora) และลำพู-ลำแพน (Sonneratia) ซึ่งเป็นลักษณะที่ช่วยเก็บรักษาน้ำจืด

4. มีรากหายใจ (aerial roots) พบในพืชเกือบทุกชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีรากหายใจลักษณะต่างกันไป เช่น แสม มีรากหายใจโผล่จากดิน ส่วนโกงกาง รากหายใจแทงออกจากต้นลงดิน เพื่อช่วยค้ำยันลำต้นด้วย

5. มีผลงอกขณะติดอยู่บนลำต้น ที่เรียกว่า vivipary เช่น ในโกงกางซึ่งในดอก 1 ดอก มีรังไข่ (ovary) 1 อัน และมีโอวุล (ovule) 4 อัน แต่มีเพียงโอวุลเดียวที่เจริญเป็นเมล็ด และเมล็ดของพืชนี้ไม่มีการฟักตัว จะเจริญทันทีขณะผลยังติดบนต้นแม่ จัดเป็น viviparous seed เพราะส่วนของต้นอ่อน (embryo) ในเมล็ดจะงอกส่วนของรากอ่อน (radicle) แทงทะลุออกมาทางปลายผลตามด้วยส่วนของ hypocotyl ซึ่งจะยืนยาวออกกลายเป็นฝักยาว 1-2 ฟุต เมื่อฝักแก่เต็มที่จะหล่นปักเลนโคนต้น หรือลอยไปตามกระแสน้ำ ต่อมาจะงอกรากและเจริญเป็นต้นใหม่ต่อไป นอกจากโกงกางแล้ว ยังมีไม้ถั่ว พังกาหัวสุ่ม โปรง ต้นจาก เล็บมือนาง และแสม คือ พบผลหรือฝักหลุดจากต้นแม่แล้ว ทำให้สามารถเจริญเติบโตทางด้านความสูงอย่างรวด เร็ว และชูขึ้นเหนือน้ำในระยะสั้น

6. ต้นอ่อนหรือผลแก่ลอยน้ำได้ ทำให้สามารถแพร่กระจายพันธุ์โดยทางน้ำได้ อย่างดี พบในพืชเกือบทุกชนิดในป่าชายเลน

7. มีระดับสารแทนนิน (tannin) ในเนื้อเยื่อสูง และแตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิด การปรับตัวนี้อาจจะเกิดขึ้นเพื่อการป้องกันอันตรายจากพวกเชื้อราต่างๆ

8. สามารถทนทานได้ในสภาวะที่ระดับความเข้มข้นของเกลือโซเดียมคลอไรด์ในใบสูง ทั้งนี้ เพื่อความอยู่รอดเมื่อขึ้นอยู่ในน้ำทะเลที่เค็มได้ พันธุ์พืชทุกชนิดในป่าชายเลนสามารถปรับตัวดังกล่าวนี้ได้

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates