การเพาะเลี้ยงปลาหลด
ปลาหลด ( Macronathus siamensis ) เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยที่อาศัยอยู่ในห้วย หนอง คลอง บึง ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แพร่กระจายทั่วประเทศ เป็นปลาที่มีความอดทนสูง อาศัยในโคลนตมได้นาน ชอบอาศัยตามพื้นท้องน้ำ และฝังตัวอยู่ในทรายตอนกลางวัน มีนิสัยชอบหากินในเวลากลางคืนเป็นปลากินเนื้อ กินอาหารจำพวกตัวอ่อนแมลง หนอน ไส้เดือน สัตว์เล็กๆ และเศษเนื้อเน่าเปื่อย
ลักษณะของปลาหลด
ลักษณะที่โดดเด่นของปลาหลด คือ เป็นปลาที่อดทนสูง อาศัยอยู่ในโคลนตมได้นาน รูปร่างคล้ายปลาไหล ปลายปากยื่นยาวสามารถยืดหดได้ ลำตัวยาวเรียวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ตัวปลากลมมน มีสีเทาและสีดำ หัวเล็ก จะงอยปากเรียวแหลม ปากและตาเล็ก ฟันเล็กและคม มีช่องเหงือกเปิดอยู่ใต้หัว ครีบหลังและครีบก้นยาว ครีบหางเล็ก ไม่มีครีบท้อง หลังสีน้ำตาลท้องมีสีอ่อนปนเหลือง มีจุดสีดำที่ครีบหลัง 3-5 จุด เกล็ดเล็กมาก จนมองดูเหมือนไม่มี อยู่ในวงศ์เดียวกับปลากระทิง แต่ขนาดเล็กกว่า
ปัจจุบันปลาหลดที่มีจำหน่ายตามตลาดเป็นปลาหลดที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาหลดเริ่มหายากมากขึ้น และมีราคาค่อนข้างสูงขึ้นกิโลกรัมละ 70–80 บาท (ตามท้องตลาดขายขีดละ 12–17 บาท) ในช่วงฤดูฝนจะหาซื้อได้ง่าย เมื่อพ้นระยะนี้ไปแล้วปลาหลดจะลดจำนวนลงเป็นอย่างมาก จะหาซื้อลำบาก ราคาค่อนข้างสูงโดยมีราคาประมาณ 120-200 บาท
ในการเลี้ยงปลาหลดเพื่อการค้าอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากการหาพ่อแม่พันธุ์ ปลาหลดยังต้องหาตามแหล่งน้ำจากธรรมชาติ ทำให้ปลามีความบอบซ้ำและปริมาณก็ไม่มากพอ แหล่งที่มีการรวบรวมพันธุ์ที่สำคัญคือ ตลาดโรงเกลือ อำเภอ อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว คณะวิชาประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้เห็นความสำคัญ จึงได้ศึกษาวิจัยและทดลองการเพาะเลี้ยงปลาหลดอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาชนิดนี้ในเชิงธุรกิจ ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ผ.ศ.หทัยรัตน์ เสาวกุล หัวหน้าคณะวิชาประมง หนึ่งในคณะผู้วิจัย กล่าวว่า คณะผู้วิจัยการเพาะเลี้ยงปลาหลดได้ศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยง หรือขยายพันธุ์ปลาหลด เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรให้มีรายได้จากการ เลี้ยงปลาเพิ่มขึ้น
โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะเลี้ยงปลาหลดได้อย่างมีประสิทธิภาพภาย ในชุมชนของเกษตรกรเองไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น ช่วยให้สามารถมีรายได้และช่วยพัฒนาชุมชนที่อาศัยอยู่ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อชุมชน หรือชุมชนใกล้เคียงและทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ส่งผลให้ประเทศชาติมีการพัฒนาที่ดี
การเพาะพันธุ์
นำปลาหลดพ่อแม่พันธุ์ที่รวบรวมได้จากธรรมชาติ มาคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีความสมบูรณ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์ ซึ่งมีข้อสังเกตได้ในตัวเต็มไว ดังนี้ คือ เพศเมียมีลักษณะลำตัวอ้วนป้อม และโตกว่าเพศผู้ลักษณะแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือ ในปลาเพศเมียจะมีติ่งเพศ เมื่อบีบท้องแรงๆ จะมีติ่งเพศยื่นออกมา ในปลาเพศผู้จะไม่มีลักษณะดังกล่าว ลักษณะของช่องเพศ ปลาเพศเมียเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะมีเยื่อวุ้นปกคลุมช่องเพศ ท้องจะอูมเป่งและนิ่ม ช่องเพศและติ่งเพศจะขยายตัวมีสีแดงเรื่อๆ เพศผู้ ถ้ากดเบาๆ ตรงส่วนท้อง จะมีน้ำเชื่อสีขาวไหลออกมา
เมื่อคัดเพศแล้วทำการผสมพันธุ์ โดยการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นการวางไข่ ดังนี้
- เพศเมีย ทำการฉีด 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ใช้ซุปรีแฟกค์ (Superfact) ความเข้มข้น 25 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ร่วมกับโมทีเลี่ยม (Motilium) 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พักไว้ 6 ชั่วโมง แล้วจึงฉีดเข็มที่ 2
ครั้งที่ 2 ใช้ซุปรีแฟกค์ความเข้มข้น 50 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ร่วมกับโมทีเลี่ยม 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
- เพศผู้ทำการฉีดเพียงครั้งเดียว โดยฉีดพร้อมเพศเมีย เข็มที่ 2 โดยใช้ซุปรีแฟกค์ความเข้มข้น 20 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ร่วมกับโมทีเลี่ยม 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

นำพ่อแม่พันธุ์ที่ฉีดฮอร์โมนเรียบร้อยแล้ว ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงในถังเดียวกันเพื่อให้ผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ โดยมีพู่ฟางไว้สำหรับให้ไข่ติด และแยกพ่อแม่พันธุ์ปลาหลดออกในตอนเช้า และนำไข่ไปพักในบ่อฟักไข่ต่อไป ลูกปลาหลดจะฟักออกเป็นตัวภายใน 40–48 ชั่วโมง
การอนุบาลลูกปลาหลด
การอนุบาลลูกปลาหลดอายุ 1–14 วัน ควรให้ไรแดง จะมีการเจริญเติบโตและมีอัตราการรอดดีที่สุด หลังจากนั้นจะให้ไรแดง หนองแดง หรือไส้เดือนเป็นอาหาร เมื่อลูกปลาอายุ 2 สัปดาห์ขึ้นไป หรือความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว สามารถปล่อยลงบ่อเพาะเลี้ยงได้ แต่ถ้าจะให้ดีต้องอายุ 1 เดือน
การเลี้ยงปลาหลด
การประกอบอาชีพเลี้ยงปลาชนิดทั่วๆ ไปนั้น ต้องมีต้นทุนในการซื้ออาหารเม็ดสำเร็จรูป ในขณะที่อาหารปลาหลดเราหาได้เองตามธรรมชาติ เช่น หอยเชอรี่ ซึ่งเป็นศัตรูทำลายต้นข้าว มีจำนวนมาก หากนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ยังช่วยทำลายหอยเชอรี่โดยไม่ต้องใช้สารเคมีในการกำจัด อีกอย่างไส้เดือนก็หาได้ทั่วไปได้เช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบแล้วปลาชนิดอื่นขายได้ในราคาที่ถูกกว่า แต่ต้นทุนสูงกว่า ปลาหลดขายได้แพงกว่า แต่ต้นทุนต่ำกว่า เกษตรกรสามารถประกอบเป็นอาชีพเสริมได้อย่างดี
การเลี้ยงปลาหลดสามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดินและบ่อซีเมนต์ หากเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ควรมีขนาด 4x4 เมตร ความสูงประมาณ 50–70 เซนติเมตร ผิวบ่อฉาบให้เรียบ และทำให้ลาดเอียงปริมาณครึ่งบ่อเพื่อให้ทรายปนดินเหนียวไว้ก้นบ่อ ใส่ผักบุ้งไว้ส่วนหนึ่งไม่ต้องมากนัก พื้นบ่อควรจะหากระบอกไม้ไผ่หรือท่อน้ำเก่าๆ ให้ปลาหลดชอบหลบอาศัยอยู่ในโพรงหรือกระบอก ความสูงของน้ำให้ท่วมบริเวณดินทราย ประมาณ 40 เซนติเมตร ต้องมีการจัดการน้ำที่ดี ตรวจสอบคุณภาพของอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นปลากินเนื้อ น้ำจะเสียได้ง่าย ใช้วิธีเพิ่มน้ำเข้าไปแล้วไหลออกอีกทางหนึ่ง ปลาจะมีความรู้สึกว่าน้ำไหลเวียน ปล่อยปลาขนาดความยาว 3–4 นิ้ว จำนวน 2,000–2,500 ตัว ควรวางโพรงไม่ไผ่หรือท่อน้ำเก่าๆ ให้ปลาได้หลบอาศัย ในการเลี้ยงในบ่อดินต้องมีการเตรียมบ่อที่ดีเช่นเดียวกับการเลี้ยงปลาชนิดอื่น อาจมีการกันบนขอบบ่อโดยการใช้มุ้งเขียวล้อมรอบไว้
บ่อดินเป็นบ่อเลี้ยงปลาหลดที่ช่วยให้การจัดการด้านอาหารและคุณภาพน้ำง่ายที่สุด และปลาหลดยังโตดีที่สุดด้วย เนื่องจากไม่ต้องให้อาหารและเปลี่ยนถ่ายน้ำ แต่ต้องดูแลใส่ปุ๋ยคอกเป็นระยะๆ อาหารธรรมชาติจะเกิดขึ้นเองภายในบ่อ และยังสามารถเลี้ยงร่วมกับปลากินพืชอื่นๆ เช่น ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน ปลายี่สกเทศ เป็นต้น
การเลี้ยงปลาหลดในบ่อพลาสติกต้องระมัดระวังในเรื่องรูรั่วของพลาสติก เพราะจะทำให้น้ำในบ่อรั่วออกไปทำให้ปลาตาย วิธีการแก้ปัญหาในระยะสั้นๆ คือ การใส่ดินลงในบ่อพลาสติก หากเกิดรั่วดินที่ชุ่มชื้นจะช่วยรักษาชีวิตของปลาหลดต่อไปได้ระยะหนึ่ง ในบ่อพลาสติกควรปลูกพรรณไม้เช่น เช่น สาหร่าย และผักบุ้ง เพื่อให้ร่มเงาและเป็นที่หลบช่อนของปลาหลด บ่อพลาสติกควรอยู่กลางแจ้งเพื่อช่วยให้เกิดอาหารธรรมชาติบางส่วน แต่ต้องให้อาหาร เช่น ไรแดง หนอนแดง หรือไส้เดือนเพิ่มเติม เพราะอาหารที่เกิดขึ้นเองนั้นไม่เพียงพอ บ่อพลาสติกขนาดความกว้าง 2 เมตร ความยาว 3 เมตร และความลึก 60 เซนติเมตร สามารถปล่อยปลาหลด อายุ 1 เดือน ลงเลี้ยงในอัตรา 200-300 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 6-8 เดือน การเจริญเติบโตขึ้นอยู่กับอาหารที่ปลาได้รับและความหนาแน่นของปลาในบ่อ
การเลี้ยงปลาหลดในกระชังต้องระมัดระวังในเรื่องตะไคร่น้ำ และตะกอนดินอุดตันรูกระชัง จึงต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้น้ำถ่ายเทได้สะดวกและอาหารธรรมชาิบางส่วนผ่านเข้าไปในกระชังได้ แต่ยังต้องให้อาหารเพิ่มเติมเช่นเดียวกับการเลี้ยงในบ่อพลาสติกและต้องหมั่นตรวจสอบความแข็งแรงของกระชัง เพื่อไม่ให้ปลาหลดที่เลี้ยงหลุดรอดออกไปจากกระชัง การวางกระชังควรวางพื้นกระชังให้ติดกับพื้นของบ่อดิน และใส่ดินบางส่วนลงในกระชัง และปลูกพรรณไม้น้ำไว้ให้เป็นร่มเงาและเป็นที่หลช่อนของปลาหลดด้วย ข้อดีของการเลี้ยงปลาหลดในกระชัง คือ สามารถรวบรวมผลผลิตและดูแลคุณภาพน้ำได้ง่าย หากกระชังกางอยู่ในบ่อดิน สามารถเติมปุ๋ยคอกลงในบ่อดินเป็นระยะ เพื่อช่วยเพิ่มอาหารธรรมชาติในบ่อ และยังสามารถเลี้ยงปลากินพืชชนิดต่างๆ ในบ่อดินได้อีกด้วย กระชังขนาด 40 ตารางเมตร สามารถปล่อยปลาหลด ขนาดอายุ 1 เดือน ลงเลี้ยง 200-300 ตัว โดยใช้ระยะเวลาการเลี้ยง 6-8 เดือน การเจริญเติบโตขึ้นอยู่กับอาหารที่ปลาได้รับและความหนาแน่นของปลาในบ่อเช่นเดีวกัน
การเลี้ยงปลาหลดในบ่อซีเมนต์ ต้องดูแลเรื่องการให้อาหารและคุณภาพน้ำตลอดเวล เนื่องจากบ่อซีเมนต์ที่อยู่ในโรงเรือนหรือที่ร่ม จะไม่มีอาหารธรรมชาติในบ่อ จึงต้องเพาะเลี้ยงไรแดง หนอนแดง หรือไส้เดือน เพื่อนำมาเป็นอาหารของปลาหลดที่เลี้ยง การเจริญเติบโตของปลาหลดขึ้นอยู่กับอาหารที่ได้รับ และความหนาแน่นของปลาในบ่อ บ่อซีเมนต์ขนาด 2 ตารางเมตร ควรปล่อยปลาหลดลงเลี้ยง 100-150 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 6-8 เดือน ภายในบ่อควรใส่ท่อพีวีซีให้ปลาหลบซ่อน ช่วยลดปัญหาปลาตื่นตกใจและความเครียด และควรติดตั้งอุปกรณ์ให้อากาศจะช่วยให้ปลาแข็งแรงและโตเร็วยิ่งขึ้น
อาหารปลาหลด
จะให้เหยื่อในการเลี้ยงเช่นเดียวกับปลาไหล คือ เหยื่อหลักๆ ดังนี้
1. หอยเชอรี่ นำมาทุบแยกเปลือก แล้วนำเนื้อหอยสับให้ละเอียด วางไว้บริเวณชายพื้นรอยต่อทรายกับผิวปูนซีเมนต์ กองไว้ให้อาหาร 2–3 ครั้ง เมื่อเหยื่อเริ่มเน่าปลาหลดจะเข้ามากิน และอาจกินตั้งแต่สดๆ ได้ พิจารณาว่าปลาหลดกินเหยื่อหมดใน 2–3 วันหรือไม่ ถ้าหมดควรเพิ่มให้ ถ้าเหลือควรลดลง พยายามอย่ากระทบกระเทือนปลาจะตกใจหนี
2. ไส้เดือน จะเป็นอาหารที่ปลาหลดโปรดปรานมากที่สุด เมื่อนำไส้เดือนให้ จะให้ช่วงเย็น–ค่ำ พอไส้เดือนเคลื่อนตัวตามผิวทราย ปลาหลด 1 ตัว จะกินไส้เดือน 1–2 ตัว ก็จะอิ่ม และมีลักษณะความสมบรูณ์ของตัวปลามาก เช่น ปลาจะอ้วน เกล็ดเป็นเงางาม
- เลี้ยงไส้เดือนเป็นอาหารปลาหลด เพราะตามธรรมชาติช่วงฤดูฝนเวลาจับปลาหลดได้ พอผ่าท้องออกมาก็จะพบไส้เดือนจำนวนมาก แสดงว่าไส้เดือนเป็นอาหารที่ปลาหลดชอบกิน ไส้เดือนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ถึง 60% ของน้ำหนักตัว จะทำให้ปลาโตเร็ว สุขภาพแข็งแรง เกล็ดเป็นเงางาม สามารถผลิตปลาหลดได้ทันต่อความต้องการ ในปัจจุบันการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อเป็นอาหารของปลาหลดนั้น มีข้อดี คือ ต้นทุนในการเลี้ยงน้อยมาก เนื่องจากการเลี้ยงไส้เดือนใช้เพียง มูลช้าง วัว ควาย ขุย มะพร้าว กระดาษ เศษอาหาร ผลไม้เน่าเสีย เลี้ยงในภาชนะ เช่น ถัง กะละมัง ซึ่งอยู่ในที่ร่มและมีความชื้น ก็ทำให้ไส้เดือน สามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว
ข้อดีของการเลี้ยงปลาหลดด้วยไส้เดือน
1. ไส้เดือนสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ปริมาณที่เพียงพอ ลงทุนต่ำ
2. ไส้เดือนเมื่องลงบ่อ จะอยู่ได้ถึง 1 วัน ไม่ตาย ปลาหลดจะจับกินได้อย่างต่อเนื่อง
3. ปลาหลด ชอบกินเหยื่อไส้เดือน
ระยะเวลาของการเลี้ยง
ปลาหลดเป็นปลาที่จัดว่าโตเร็ว การเลี้ยงจะใช้เวลา 6–7 เดือน ก็จะได้ขนาดที่จำหน่ายประมาณ 30–40 ตัวต่อกิโลกรัม และอายุ 1 ปีขึ้นไปก็จะให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้
การนำปลาหลดไปใช้ประโยชน์
ปลาหลดเป็นปลาที่มีความอร่อยอยู่ในตัว เมื่อถูกปรุงเป็นอาหารจึงสร้างความโอชะได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องเลือกปลาสด จึงจะไม่มีกลิ่นคาวมาก เนื้อ มีรสหวาน สังเกตตาต้องใส ตัวปลามีเมื่อกลื่นมือ ถ้าปลาไม่สดเมือกจะขุ่น ขาว จับตัวปลาแล้วไม่ลื่น มีกลิ่นคาวแรง
ปลาตัวเล็กนิยมเอามาเคล้าเกลือตากแห้ง เป็นปลาแดดเดียว นำมาทอดกรอบได้ อร่อยนัก ถ้าได้ปลามาสดๆ เอามาทำต้มโคล้งต้องใส่เครื่องสมุนไพรสด พวก ข่า ตะไคร้เยอะๆ น้ำต้องเดือดจัดก่อนจึงใส่ปลาต้มจึงจะไม่มีกลิ่นคาว อีก วิธีเมื่อล้างปลาแล้วเคล้าด้วยเกลือหมักไว้สักครู่ ล้างน้ำย่างไฟ พอหนัง ปลาเหลืองก็จะช่วยดับกลิ่นคาวได้ หรือนำปลาสดมาเคล้าเกลือ หรือแช่น้ำปลา แล้วนำไปทอดกินกับข้าวสวยร้อนๆ กับพริกน้ำปลาบีบมะนาวก็อร่อยเช่นกัน
นอกจากจะใช้ปรุงเป็นอาหารแล้ว ยังมีการนำไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม โชว์เป็นปลาตู้อีก ขณะที่ปลาหลดว่ายจะดูสง่างาม ราคาจะยิ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะตัวที่มีจุด จะตกอยู่ตัวละ 20-30 บาท และอีกอย่างการเอาไปทำเป็นเหยื่อล่อปลา จะใช้ปลาหลด ขนาด 3-4 นิ้ว ราคาตัวละ 3-4 บาท สามารถใช้เป็นเหยื่อล่อปลาชะโด ปลาช่อน
ราคาปลาหลดและแหล่งซื้อขาย
ราคาของปลาหลดนั้นก็แล้วแต่ขนาดของตัวปลา โดยทั่วไปแล้วราคาจะอยู่ที่ 80-90 บาทต่อกิโลกรัม หรือบางที่ขนาดใหญ่ราคาอยู่ระหว่าง 120-150 บาท ต่อกิโลกรัม ถ้าช่วงที่ปลาหลดหายากไม่เพียงพอกับความต้องการของท้องตลาด ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ราคาอาจสูงถึง 170 บาทต่อกิโลกรัม ปลาหลดเป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้าน มีขายในกรุงเทพฯ บางตลาดเท่านั้น เช่น ที่ตลาดโชคชัย 4 ตลาดห้วยขวาง ตลาดสะพานสูง ตลาดสะพานใหม่ ตลาดลาว ย่านคลองเตย เป็นต้น หรือสินค้าพื้นบ้านประเภทปลาแห่ง ปลาแดดเดียว มักจะมีปลาหลดขายเสมอ
งานวิจัย : การเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาหลด






