การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน
ตะพาบน้ำเป็นสัตว์น้ำจืดชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยอาศัยอยู่ตามแม่น้ำห้วยหนอง คลองบึงมีอาศัยอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำต่างๆ ของประเทศไทย แต่ปัจจุบันตะพาบน้ำเป็นสัตว์ที่หาได้ยากไม่เหมือนกับสมัยก่อน เพราะว่าประชากรของประเทศมากขึ้น ตะพาบน้ำก็ถูกตามล่าโดยมนุษย์จับมาเป็นอาหารเพิ่มมากขึ้น สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ถูกทำลายลงไปเพราะน้ำมือของมนุษย์ ทำให้ตะพาบสูญหายไปจากธรรมชาติ อย่าง รวดเร็วจึงทำให้มีผู้สนใจที่จะเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำแต่ผลผลิตก็ยังไม่เพียงพอ กับความต้องการ และมีสาเหตุเนื่องมาจากประเทศในแถบทวีปเอเซียมีความต้องการบริโภคตะพาบน้ำมากขึ้น จึงได้มีผู้นำตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันเข้ามาทดลอง เลี้ยงในประเทศไทย ซึ่งสามารถเพาะเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จและมีการขยาย จำนวน ฟาร์มเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันขึ้นอย่างมากมาย เช่น แถบจังหวัดระยอง ชลบุรี ตราด และเพชรบุรี ซึ่งฟาร์มเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำเหล่านี้ประสบผล สำเร็จ แต่ตะพาบน้ำก็ยังไม่เพียงพอจำหน่าย เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีความต้องการมาก ทำให้มีที่ผู้สนใจเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันเป็นจำนวนมากแต่ ขอเตือน ผู้เลี้ยงว่าก่อนจะลงมือทำการเลี้ยงเป็นอาชีพ ควรศึกษาเรื่องตลาดให้ดีเสียก่อน เพราะว่าตลาดต่างประเทศ จะไปได้นานแค่ไหน หรืออาจจะเหมือน กับผู้ที่เลี้ยงกบ ก็เป็นได้
แหล่งกำเนิดและการแพร่กระจาย
ตะพาบน้ำที่พบในประเทศไทย มี 5 ชนิด
1.Trionyx cortilageneus (Bodd) ตะพาบหรือปลาฝา ตะพาบชนิดนี้ มีขนาดใหญ่ประมาณ 2 ฟุต กระดองออกสีเขียวบางที มีจุดสีเหลือง ปกติมี จุดสีดำ 2-3 จุด จุดดำนี้รูปร่างไม่แน่นอน แต่มีขอบสีเหลือง หัวมีจุดเหลือง ทั่วไป ตัวผู้ด้านท้องมีสีขาว ส่วนตัวเมียจะมีสีเทาชนิดนี้พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทางตอนใต้ของพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย
2. Trionyx nakornsrithammarajensis (wirot) ตะพาบข้าวตอก เป็นตะพาบน้ำขนาดเล็ก กระดองมีรูปร่างกลม มีผิว เรียบ กระดองหัว เท้ามี สีเขียวเข้ม แต่มีจุดสีเหลืองกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนท้องมีสี ขาวออกไปทางสีครีม พบในแถบภาคใต้ของประเทศไทย
3. Chitra indica Gray ตะพาบม่านลาย ตะพาบชนิดนี้มีขนาด ใหญ่มาก มีกระดองยาวถึง 6 ฟุต มีหัวเล็กและลำคอยาว จมูกค่อน ข้างสั้นยาว เล็กมากจะมีแถบสีเหลืองปนน้ำตาลบนส่วนหัวและกระดองอย่างชัดเจน แถบจะพาดผ่านส่วนหัวยาวอย่างต่อเนื่องมาบนกระดอง ส่วนท้องจะมีสี ขาวหรือ ขาวอมชมพู พบในแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี
4. Dogania subpiana (Geoffroy) ตะพาบแก้มแดง เป็นพันธุ์ที่ เล็กที่สุดกระดองยาว 9-10 นิ้ว กระดองเป็นสีเทามีจุดดำ เล็กๆ ประปราย ส่วนหัวเป็นสีเทา ด้านของคอจะเป็นสีแดง ทั้งสองข้างท้องมีสีขาวหรือสีเทา พบแถบจังหวัดกาญจนบุรี ตาก ทางภาคใต้ จังหวัดชุมพร และนครศรีธรรมราช
5. Pelochelys bibroni (Owen) ตะพาบหัวกบ เป็นตะพาบที่มี ขนาดใหญ่อีกชนิดหนึ่ง รองมาจากตะพาบม่านลายขณะที่ตัวยัง เล็กอายุน้อยจะมี สีเขียวจุดเหลืองประทั่วกระดอง พออายุมากขึ้นกระดองจะเปลี่ยนเป็นสีมะกอกเข้ม หัวและคอมีสีมะกอกปนเทา เท้าเป็นสีเทา เล็บเป็นสีขาว พบในจังหวัดตาก พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพฯ กาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช
ตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน (Trionyx sinensis)
ตะพาบไต้หวันมีกระดองเป็นรูปรีเล็กน้อย ลักษณะโครงร่างแบบผิว กระดองเรียบมีกระดอง ส่วนที่นิ่มหรือเชิงค่อนข้างมาก มีหัวใหญ่ คอ ยาวมาก ปากแหลม ฟันคมและแข็งแรง เมื่อยังเล็กกระดองเป็นสีเขียวเข้มด้านท้องจะมีสีส้มและสีดำสลับ 5-6 ตำแหน่ง เมื่อโตเต็มวัยกระดองจะเป็นสีเขียวอมเหลือง บริเวณเชิงตจะมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน ตรงกลางกระดองจะมีรอยขีดขวางลำตัว 6-7 ขีด ส่วนท้องอ่อนนุ่มมีสีขาวอมชมพูหรือสีเหลืองอ่อนๆ ตะพาบไต้หวัน มีนิสัยดุร้าย สาเหตุที่ทำให้มีการเลี้ยงตะพาบพันธุ์ไต้หวัน เพราะมีไข่ดกและวางไข่ปีละประมาณ 7-9 เดือน สามารถเลี้ยงเป็นตะพาบเนื้อโดย ใช้ระยะเวลาเลี้ยง 8-12 เดือน จับจำหน่ายได้ราคาดี
ลักษณะเพศของตะพาบน้ำ
ตัวผู้จะมีลักษณะยาวเรียว ลำตัวบางกว่าตัวเมีย ตัวผู้หางจะยาวกว่า หางตัวเมีย หางจะยาวยื่นออกมาพ้นกระดอง ตัวเมียจะโตกว่าตัวผู้เมื่อมีอายุเท่ากัน ถ้าเอามือลูบที่กระดองตัวเมียจะสากกว่าตัวผู้ ซึ่งสังเกตได้เมื่อตะพาบมี น้ำหนักตั้งแต่ 3 ขีดขึ้นไป ตะพาบจะผสมพันธุ์ได้ดีต้องมีอายุ 18 เดือน ขึ้นไป ถ้าอายุไม่ครบไข่ออกมาไม่ค่อยสมบูรณ์การฟักจะไม่ดีมีไข่เสียมาก

การผสมพันธุ์วางไข่
การผสมพันธุ์
อายุของตะพาบน้ำที่สามารถผสมพันธุ์ได้ควรมีอายุประมาณ 18 เดือนขึ้นไป ถึงจะดีการผสมพันธุ์ของตะพาบน้ำขณะผสมพันธุ์ตัวผู้จะใช้ปากกัดที่บริเวณต้นคอของตะพาบตัวเมียเพื่อจะให้ตัวซ้อนทับอยู่ด้านบน การผสมพันธุ์ ส่วนใหญ่จะกระทำในน้ำ ขณะที่มีความเงียบไม่มีเสียงรบกวน การผสมพันธุ์ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเวลากลางคืน เมื่อตะพาบผสมพันธุ์กันแล้ว อีกประมาณ 16-18 ชั่วโมง ตะพาบตัวเมียจะเริ่มวางไข่ ระยะการวางไข่เป็นเวลา ที่เงียบสนิท ไม่มีเสียงรบกวน ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 20.00-05.00 น. หรือ ตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึง ตี 5 การวางไข่ของตะพาบน้ำตัวเมียจะขึ้นมาวางไข่บนบก เหนือน้ำเพียงเล็กน้อยหรือบริเวณขอบบ่อ ซึ่งเป็นดินทรายที่เตรียมไว้ให้ตัวเมีย ขึ้นมาวางไข่
การวางไข่
แม่ตะพาบน้ำจะเลือกที่วางไข่ที่เหมาะสม จากนั้นจะใช้เท้าคุ้ยดินให้เป็น หลุมมีความลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร แล้วหย่อนก้นลงไปไข่ เมื่อไข่เสร็จ แล้วก็จะใช้เท้าเขี่ยกลบ แล้วใช้หน้าอกถูไปกับพื้นเพื่อกลบร่องรอยการวางไข่

อัตราการปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์
พ่อพันธุ์ 1 ตัวต่อแม่พันธุ์ 7-10 ตัว การวางไข่ตะพาบจะไข่มากหรือไข่น้อย ขึ้นอยู่กับอายุของตะพาบน้ำถ้าตะพาบอายุ 18 เดือน ให้ไข่ประ มาณ 6-10 ฟอง ถ้าอายุมากขึ้น 2-3 ปี อาจจะไข่ได้ถึง ครั้งละ 20-24 ฟอง ขึ้นอยู่กับอายุและความสมบูรณ์ของตะพาบน้ำ ในระยะเวลา 1 ปี ตะพาบสามารถ วางไข่ได้ 3-5 ครั้ง ตะพาบจะเริ่มวางไข่ตั้งแต่ประมาณ เดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม เพราะช่วงฤดูหนาวตะพาบจะหยุดวางไข่ หลังจากตะพาบน้ำวางไข่แล้ว จะทิ้งระยะเวลาอีกประมาณ 25-30 วัน จึงจะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ครั้งใหม่ ผู้เลี้ยงตะพาบน้ำจึงควรมีความรู้ในด้านนี้ เพื่อเตรียมการให้พ่อแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์อย่างเต็มที่
- ต่อไป
- ต่อไป >>






