การเพาะเลี้ยงปลาไหลนา

ปลาไหล เป็นปลาน้ำจืดที่บางท้องถิ่นเรียกว่า "ไหลนา" บ้างก็เรียก "เหยี่ยน" เนื้อรสชาติดี มีให้เลือกซื้อกันทั้งแบบเป็นๆ และหั่นเป็นชิ้นแล้ว ตามตลาดสดที่ขายอาหารพื้นบ้านใหญ่ๆ การซื้อปลาไหลมาทำความสะอาดเองจะได้ปลาไหลที่สด เนื้อหวาน แต่ปลาไหล เป็นปลาที่ตายยาก ต้องทุบหัวให้ตายแล้วใช้ใบข่อย ใบตะไคร้ ใบสัก ใบมะเดื่อ ทราย หรือสก็อตไบรท์รูดตัวปลาจนขาวซีด ล้างน้ำให้สะอาดจึงผ่าท้อง เอาไส้ออกหั่นเป็นแว่นหนาประมาณครึ่งเซนติเมตร หรือหั่นท่อนยาว 1 นิ้ว นิยมนำมาทำผัดเผ็ด แกงเผ็ด ผัดกะเพรา และต้มยำ เคล็ดลับความอร่อยคือต้องทำความสะอาดอย่างดี เลือกปลาไหลลำตัวกว้างเท่าหัวแม่มือ จึงจะรับประทานก้างปลาได้กรุบอร่อย ใส่เครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ ให้ถึงเครื่องเทศและใส่เหล้าเพื่อดับกลิ่นคาว
ปลาไหลนา หรือปลาไหลบึง จัดเป็นปลาอยู่ในวงศ์ Synbranchiformes ครอบครัว Synbranchidae ซึ่งปลาในครอบครัวนี้ มีอยู่ 3 ชนิด คือ
1. ปลาไหลนา Monopterus albus, Zuiew (1973) ชื่อสามัญ Swamp Eel, Asian Swamp Eel มีลักษณะลำตัวด้านหลังสีน้ำตาล ท้องมีสีเหลืองทอง มีขนาดยาวที่สุดถึง 1.01 เมตร พบทั่วทุกภาคของประเทศ มีกระดูกเหงือก 3 คู่

2. ปลาไหลหลาด Ophisternon bengalense, Mcclelland (1845) ชื่อสามัญ Bengal Eel ลำตัวมีขนาดเล็กยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ลำตัวมีสีเหลือง หางจะเป็นรูปใบพาย พบทางภาคกลางของประเทศ และอ่าวเบงกอล มีกระดูกเหงือก 4 คู่
3. ปลาไหลแดง หรือปลาหล่อย Macrotema caligans, Cantor (1849) ลักษณะลำตัวมีสีเหลือง ขนาดเล็กที่สุดยาวประมาณ 17-20 เซนติเมตร หางเป็นรูปใบพาย พบทางภาคใต้บริเวณทะเลสาปลำปำ จังหวัดพัทลุง กระดูกเหงือกมี 4 คู่
ลักษณะทั่วไป
ปลาไหลนาหรือปลาไหลบึง เป็นปลาน้ำจืดรูปร่างคล้ายงูที่มีความยาว กลม ลำตัวลื่นมีเมือกปกคลุมลำตัว ส่วนปลายของลำตัวจะแบนจนถึงปลายหาง สีของปลาไหลเพศผู้สีจะออกเหลืองเข้มจนถึงน้ำตาลเข้ม เพศเมียสีจะออกเหลือง จัดเป็นปลาที่มีสองเพศในตัวเดียวกันแต่คนละเวลา ปลาไหลเพศผู้ ส่วนมากมีน้ำหนัก 350-400 กรัมขึ้นไป โดยทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติจะพบปลาไหลเพศผู้น้อยกว่าเพศเมียถึง 3 เท่า ปลาไหลเพศเมียส่วนมากมีขนาดเล็กน้ำหนักต่ำกว่า 300-400 กรัม เพศเมียทำหน้าที่ออกไข่
ปลาไหลนาสามารถเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำทั่วไป สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และสามารถใช้ลำไส้ส่วนท้าย (hindgut) เป็นเครื่องช่วยในการหายใจ ฤดูแล้งจะขุดรู อยู่อาศัยลึก 1-1.5 เมตร ออกหากินในเวลากลางคืน จัดเป็นพวกปลากินเนื้อ (carnivorous) กินอาหาร ที่มีสภาพสดจนถึงเน่าเปื่อย ตัวหนอน ตัวอ่อนแมลง หอย ไส้เดือน และสัตว์หน้าดินต่างๆ (benthos) มีนิสัยรวมกลุ่มกันกินอาหาร
|
ลักษณะ |
เพศผู้ |
เพศเมีย |
|
ความยาว |
ขนาดความยาว 60 ซม. ขึ้นไป |
ขนาดความยาว 29.5-60 ซม. |
|
น้ำหนัก |
น้ำหนักมากกว่า 300 กรัม |
น้ำหนัก 200-300 กรัม |
|
ท้อง |
ท้องไม่อูม |
ท้องอูม (ฤดูผสมพันธุ์) |
|
ลำตัว |
ลำตัวยาวเรียว |
ตัวอ้วน ท้องป่อง |
|
ช่องเพศ |
ช่องเพศสีขวาซีดไม่บวม |
สีแดงเรื่อ บวม (ฤดูผสมพันธุ์) |
|
สีลำตัว |
ลำตัวสีเหลืองคล้ำ |
ลำตัวสีเหลือง เปล่งปลั่ง |

ฤดูวางไข่ของปลาไหล
ถิ่นที่อยู่อาศัย
ปลาไหลชอบอยู่ในห้วย หนอง คลอง บึง ที่มีความรกด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ชอบอาศัยในรากผักตบชวา รากวัชพืชต่างๆ เป็นปลาที่มีนิสัยอดทน อยู่ได้ทั้งในน้ำและในดินโคลนตม สามารถขยายพันธุ์ในสภาพแวดล้อมที่กว้างเงียบ และแหล่งน้ำสะอาดชุกชุมด้วยสัตว์น้ำเล็กๆ และมีวัชพืชปกคลุม มีรากพืชหมักหมมอยู่มาก ปลาไหลมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย บางจังหวัดมีมาก มีการจับ แปรรูปแข่งขันกัน เช่น จังหวัดสุรินทร์
สภาพปลาไหลในปัจจุบัน
ปลาไหลในธรรมชาติเริ่มมีผลกระทบเนื่องจากความเจริญทางวัตถุที่คืบคลานเข้าสู่แหล่งน้ำทำให้สภาพคู คลอง หนอง บึง ปริมาณพื้นที่และปริมาณน้ำลดน้อยลง ถ้าปีใดแล้งจัดปลาสูญหายไปจำนวนมากการขยายพันธุ์น้อย ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้น ทำไห้ประชากรของปลาลดน้อยลง
ความต้องการของตลาดปลาไหล
การนำมาปรุงเป็นอาหารยังมีความต้องการสูง ทั้งร้านอาหารและภัตตาคาร โดยสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง เช่น ปลาไหลผัดเผ็ด ต้มเปรตปลาไหล ปลาไหลแกงป่า เป็นต้น ปลาไหลมีชีวิตราคา 60- 300 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและฤดูกาล ผู้แสวงบุญมักนำปลาไหลปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ ในราคาตัวละ 30-35 บาท เป็นลูกปลาขนาดยาวไม่เกินหนึ่งฟุต (ชมรมเพื่อนเกษตร,ฉบับพิเศษ) และยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย สามารถนำมาเลี้ยงในพื้นที่แคบได้ (ประดิษฐ์และคณะ,2549)
การเพาะพันธุ์
การเพาะขยายพันธุ์ปลาไหล โดยปกติทำได้โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ ส่วนการเพาะพันธุ์โดยวิธีฉีดฮอร์โมนผสมเทียม ได้มีผู้ทำการทดลองฉีดฮอร์โมน Suprefect + Motilium ในระดับต่างๆ กัน ปรากฏว่าปลาไม่มีการวางไข่แต่อย่างใด
การเตรียมบ่อเพาะพันธุ์ โดยใช้เทคนิคการเตรียมบ่อเพาะให้คล้ายคลึงกับธรรมชาติมากที่สุด สามารถเพาะเลี้ยงได้ทั้งในถังไฟเบอร์ บ่อดิน บ่อซีเมนต์และท่อซีเมนต์กลม โดยจะต้องเตรียมความพร้อม ดังนี้
- ถัง ไฟเบอร์ ใส่ดินเหนียวลงในถังไฟเบอร์ขนาด 2 ตัน บ่อสูง 1 เมตร โดยให้ดินอยู่ในลักษณะแนวลาดเอียงสูง 40 เซนติเมตร หลังจากนั้น จึงเติมน้ำลงไปประมาณ 30 เซนติเมตร ให้ดินเหนียวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเป็นแนวลาดเอียงประมาณ 10 เซนติเมตร แล้วทำการปลูกพันธุ์ไม้น้ำให้เหมือนกับธรรมชาติ เช่น กอบัว จอกแหน และผักตบชวา
- บ่อดิน ควรอัดพื้นดินให้แน่นและมีขนาด 200-400 ตารางเมตร ด้านบนควรปลูกพืชน้ำสำหรับเป็นที่วางไข่ของแม่ปลาไหลนา ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1: 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ปลาไหลนาจะวางไข่ได้ภายใน 2-4 เดือน โดยเริ่มวางไข่ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน เมื่อลูกปลาไหลฟักออกเป็นตัว ลูกปลาไหลจะมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร พฤติกรรมของลูกปลาไหลนามักชอบหลบซ่อนอยู่ตามรากหญ้า สามารถรวบรวมและนำไปเลี้ยงต่อไป
- บ่อซีเมนต์ ขนาด 5.0 x 5.0 x 1.0 เมตร ใส่ดินลงในบ่อสูง 30 เซนติเมตร เติมน้ำให้มีระดับสูงกว่าผิวดินประมาณ 10 เซนติเมตร ใส่พืชน้ำต่างๆ เพื่อให้เป็นที่หลบซ่อนและวางไข่ ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วน เพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1 : 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ปลาไหลนาจะก่อหวอดคล้ายปลากัด (การพ่นฟองอากาศสำหรับวางไข่) เกษตรกรสามารถรวบรวมลูกปลาไหลนาได้ หลังจากปลาไหลก่อหวอดประมาณ 5 วันแล้ว จึงนำลูกปลาไหลไปอนุบาลต่อในตู้กระจกหรือในท่อซีเมนต์กลม
-ท่อซีเมนต์กลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0 เมตร ปล่อยพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธุ์ 3 ตัวต่อ 1 ท่อ ใส่ดินสูงประมาณ 30 เซนติเมตร โดยแม่พันธุ์ 1 ตัว จะสามารถวางไข่ตั้งแต่ 300-910 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่พันธุ์
1. การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การคัดแยกเพศของพ่อแม่พันธุ์ปลาไหล จะกระทำได้ยากมาก เพราะปลาไหลนามีลักษณะเพศคล้ายๆ กัน ถ้าดูจากลักษณะภายนอก จะไม่สามารถแยกเพศให้เด่นชัดได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ปลาไม่มีการวางไข่ แต่ถ้าในช่วงฤดูวางไข่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะสามารถสังเกตเพศของปลาไหลได้เด่นชัดขึ้น ดังนี้
- เพศผู้ ความยาวมากกว่า 60 เซนติเมตร น้ำหนักมากกว่า 400 กรัม ท้องไม่อูม ตัวยาวเรียว ช่องเพศสีขาวซีดไม่บวม ลำตัวสีเหลืองคล้ำ
- เพศเมีย ความยาว 29-50 เซนติเมตร น้ำหนัก ต่ำกว่า 300 กรัม ท้องอูมเป่ง ตัวอ้วน ท้องป่อง ช่องเพศสีแดงเรื่อๆ บวม (ช่วงผสมพันธุ์) ลำตัวมีสีเหลืองเปล่งปลั่ง
เมื่อคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลาไหลได้แล้ว ให้นำมาปล่อยในบ่อเพาะพันธุ์ที่เตรียมไว้ โดยการปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะพิจารณาจากขนาดของบ่อเป็นหลัก เช่น ถ้าเป็นบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์ ควรปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1 : 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร แต่ถ้าเป็นท่อซีเมนต์กลม ควรปล่อยพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธุ์ 3 ตัวต่อ 1 ท่อ
- ต่อไป
- ต่อไป >>






