การเพาะเลี้ยงปูทะเล
- การเพาะเลี้ยงปูทะเล
- ลักษณะของจับปิ้งปูเพศเมีย
- การผสมพันธุ์
- วงจรชีวิต
- ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการลอกคราบ
- พฤติกรรมการกินอาหาร
- การเพาะพันธุ์ปูทะเล
- การพัฒนาของลูกปูวัยอ่อน
- การอนุบาลลูกปูวัยอ่อนระยะ Megalopa ในบ่อดิน
- เทคนิคการเลี้ยงปูทะเลในเชิงพาณิชย์
- เทคนิคการเลี้ยงปูนิ่ม
- การขนส่งปูทะเล
- แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรปูทะเล
- แสดงทุกหน้า

ปูทะเลจัดอยู่ใน Phylum Arthropoda : Super class Crustacea : Class Malacostraca : Section Branchyrhncha : Family Portunidea : Genus Scylla ปูทะเลในลกุล Scylla ที่พบทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 5 ชนิด คือ Scylla serrata (Forskal, 1775), Scylla tranquebaricus (Fabricius,1798), Scylla oceanica (Dana, 1852), Scylla paramamosian Estampador,1949 และ Scylla olivacea (Herbst, 1796) ในน่านน้ำไทยที่พบมีสี่ชนิด
คือ
1. ปูดำ หรือ ปูแดง : Scylla olivacea (Herbst, 1796) พบในจังหวัด ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ สตูล มีลักษณะดังนี้
สี : กระดองด้านบนสีน้ำตาลปนเขียวหรือน้ำตาลปนเทา มีจุดขาวหม่นเล็กน้อย บริเวณปากสีฟ้า-เขียว ครึ่งบนด้านหน้าของก้ามไม่มีจุดสี ครึ่งล่างด้านหน้าของก้ามสีน้ำตาล น้ำตาลแดงหรือแดง ขาว่ายน้ำสีน้ำตาลเขียว มีลายร่างแหไม่ชัดเจน
หนาม : หนามคู่กลางที่ขอบกระดองระหว่างช่องตามีลักษณะมนป้าน มีฐานกว้าง หรือครึ่งวงกลม หนามอันกลาง (middle carpus spine) บนด้านนอกของปล้องกลาง (carpus) ของก้ามไม่เด่นชัด หรือจะมีก็เพียงร่องรอยหรือแผลเป็น
2. ปูขาว หรือ ปูทองหลาง : Scylla paramamosian (Estampador,1949) พบในบริเวณจังหวัด ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และสุราษฏร์ธานี มีลักษณะดังนี้
สี : กระดองด้านบนสีเขียวอ่อน เขียว หรือเขียวอมเหลือง ปนน้ำตาล มีจุดขาวหม่นเล็กน้อย บริเวณครึ่งบนหน้าของก้ามเขียวอมน้ำตาล มีจุดสีเขียว เขียวเข้มอมเหลืองค่อนข้างใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป อมน้ำตาล บริเวณครึ่งล่างด้านหน้าของก้ามมีสีเหลืองอ่อน หรือส้มเป็นพื้น บริเวณปากสีเหลือง-ส้ม แเซนติเมตรเขียวอ่อน ขาว่ายน้ำสีเขียวอ่อน มีลายร่างแหสีเขียวเข้ม ช่องตาละเอียด สมบูรณ์
หนาม : หนามคู่กลางที่ขอบกระดองระหว่างช่องตามีลักษณะแหลมคม มีสัณฐานแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า หนามอันกลาง (middle carpus spine) ที่อยู่ด้านนอกของปล้องกลาง (carpus) ของก้าม มีลักษณะนูนเด่นหรืออาจจะมีลักษณะเป็นหนามสั้นๆ จัดว่ามีความเจริญในระดับปานกลางระหว่างปูแดงและปูเขียว
3. ปูเขียว หรือ ปูทองโหลง : Scylla serrata (Forskal, 1775) พบในจังหวัด ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี มีลักษณะดังนี้
สี : กระดองด้านบนสีเขียวเข้ม (เขียวมะกอก) หรือเขียวเหลือบม่วง มีจุดสีขาวเล็กๆ ประปรายอยู่ทั่วไป ครึ่งบนด้านหน้าของก้ามมีจุดสีม่วงแดง หรือม่วงน้ำตาล ประปราย บริเวณครึ่งล่างด้านหน้าของก้ามมีจุดสีม่วง บริเวณปากสีเขียว-เหลือง ขาว่ายน้ำทุกคู่ มีลายร่างแหสีม่วงแดงชัดเจน มีช่องตาหยาบ บางส่วนไม่สมบูรณ์
หนาม : หนามหรือฟันที่ขอบกระดองระหว่างช่องตามีลักษณะปลายมนป้าน มีสัณฐานแบบสามเหลี่ยมหน้าจั่วฐานแคบ หนามอันกลางบนด้านนอกของปล้องกลาง (carpus) ของก้าม มีหนาม (middle carpus spine) ยาวแหลมคม เด่นชัด ทั้งสองก้าม
4. ปูม่วง : Scylla tranquebarica (Fabricius, 1798) พบในจังหวัด ตราด จันทบุรี ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง มีลักษณะดังนี้
สี : กระดองด้านบนสีน้ำตาลอ่อนปนม่วง บริเวณปากสีน้ำตาลอมม่วง ครึ่งบนด้านหน้าของก้ามไม่มีจุดสี ครึ่งล่างด้านหน้าของก้ามสีน้ำตาล น้ำตาลม่วงหรือน้ำตาลเข้ม ขาว่ายน้ำสีน้ำตาลอ่อน มีลายร่างแหไม่ชัดเจน
หนาม : หนามคู่กลางที่ขอบกระดองระหว่างช่องตามีลักษณะแหลมคม มีฐานแบบแคบ คล้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า หนามอันกลาง (middle carpus spine) บนด้านนอกของปล้องกลาง (carpus) ของก้าม เด่นชัด ยาวแหลม
การแพร่กระจาย
ปูทะเลพบมีแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในป่าชายเลนตั้งแต่ชายฝั่งทะเลทาง ด้านตะวันออกของอาฟริกา อินโด-แปซิฟิก มัลดีฟ ฟิจิ ศรีลังกา อินเดีย บังคลาเทศ เมียนม่า ไทย เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย จนถึงหมู่เกาะ คาโรไลน์ มหาสมุทรแปซิฟิก จีน และ โอกินาวา และ ทะเลสาบ ฮามานา ในประเทศญี่ปุ่น
ปูทะเลที่พบในน่านน้ำไทยสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นปูที่มีนิสัยชอบอาศัยอยู่ในในรู ได้แก่ ปูดำ หรือ ปูแดง ส่วนปูขาวและปูเขียว ไม่ขุดรู แต่ชอบหมกตัวอาศัยอยู่ในทรายหรือในโคลนตามทะเลชายฝั่งที่ระดับที่ต่ำกว่า ระดับน้ำขึ้นน้ำลง ตามบริเวณที่มีหญ้าทะเล หรือในป่าแสมโกงกาง หรือในแหล่งน้ำกร่อย
ถ้าพิจารณาตามวัย ปูขนาดเล็กที่มีขนาดกระดองกว้างระหว่าง 2.0-7.0 เซนติเมตร จะชอบอาศัยอยู่ตามใต้ก้อนหิน พงหญ้าทะเล หรือสาหร่ายทะเล หรือตามรากแสมโกงกาง ในปาชายเลน บริเวณแหล่งน้ำกร่อย ส่วนปูขนาดกลางที่มีขนาดกระดองกว้างระหว่าง 7.0-10.0 เซนติเมตร จะอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำขึ้น-น้ำลง คือจะเข้าไปหากินในป่าชายเลนในช่วงน้ำขึ้น และอพยพออกทะเลในช่วงน้ำลง สำหรับปูเต็มวัยที่มีขนาดกระดองกว้างตั้งแต่ 10.0 เซนติเมตร ขึ้นไป จะอาศัยและหากินอยู่ตามป่าแสมโกงกาง หรือตามชายฝั่งทะเลในบริเวณที่มีน้ำลึกต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุด การที่ปูทะเลแต่ละชนิด แต่ละวัยมีแหล่งที่อยู่อาศัยและมีพฤติกรรมในการหากินแตกต่างกันนั้น มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและการอยู่รอดของปู เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดการแก่งแย่งพื้นที่อยู่อาศัยและแหล่งหาอาหาร
เพศ
ลักษณะเพศของปูจะเห็นได้ชัดเมื่อโตเต็มวัย ปูตัวผู้จะมีก้ามใหญ่ ส่วนท้อง (abdomen) ประกอบด้วยปล้อง 6 ปล้อง ปล้องที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เชื่อมต่อกับปล้องที่ 1 มีลักษณะแคบเล็ก ปล้องที่ 6 มีฐานกว้างปลายเรียวแคบ ได้พัฒนาเป็นแผ่นบางๆ พับติดกับอกที่เรียกว่า จับปิ้ง ส่วนตัวเมียมีก้ามเล็ก ปูที่ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์จับปิ้งจะมีลักษณะเล็กเรียว แต่จะขยายกว้างเป็นรูปครึ่งวงกลมจนเกือบเต็มหน้าอก ปลายมนกลม ที่ขอบปล้องมีขนละเอียดทุกปล้องเพื่อประโยชน์ในการอุ้มไข่ เมื่อโตเต็มวัย
สัดส่วนเพศ สัดส่วนเพศของปูทะเลเพศผู้และปูทะเลเพศเมียที่พบในธรรมชาตินั้น จะขึ้นอยู่กับวัย อายุ และฤดูผสมพันธุ์ ตามปกติในระยะก่อนวัยเจริญพันธุ์จะพบปูเพศผู้มากกว่าปูเพศเมีย เช่น ที่คลองหงาว จังหวัดระนอง สัดส่วนของปูทะเลเพศผู้:เพศเมียขนาดเล็กกว่า 8.0 เซนติเมตร ประมาณ 3.4 :1 โดยไม่รวมจำนวนปูเพศเมียที่เพศยังไม่สมบูรณ์อีกประมาณ 1.6 ส่วน ส่วนปูขนาดระหว่าง 10.0-15.0 เซนติเมตร จะมีอัตราส่วนของปูเพศผู้:ปูเพศเมีย ประมาณ 2:1 โดยไม่พบปูเพศเมียที่เพศไม่สมบูรณ์เลย ในฤดูที่ปูจับคู่ผสมพันธุ์จะพบอัตราส่วนของปูเพศผู้:ปูเพศเมีย จะอยู่ระหว่าง 1:1-1:2 ปูทะเลเพศเมียจะเดินทางออกทะเลเพื่อวางไข่ในระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน ระยะนี้ชาวประมงเรียกว่าปูลอยแพ ในเดือนตุลาคม-ธันวาคมจะพบปูทะเลเพศเมียในที่ตื้นชายฝั่งและในบริเวณป่าชาย เลนน้อยมากไม่เกินร้อยละ 10 ของปูที่จับได้ ช่วงนี้อัตราส่วนของปูเพศผู้:ปูเพศเมีย ในบริเวณที่ตื้นชายฝั่งและในป่าแสม โกงกางจะอยู่ระหว่าง 1:0.4-1:0.6 หลังจากเดือนมกราคมปริมาณของปูเพศเมียในบริเวณที่ตื้นชายฝั่งและในป่าแสม โกงกางจะเพิ่มขึ้น อัตราส่วนระหว่างปูเพศผู้:ปูเพศเมีย ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม จะอยู่ระหว่าง 1:0.8-1:2 หลังจากนั้นอัตราส่วนของปูเพศเมียในบริเวณที่ตื้นชายฝั่งและในป่าแสม โกงกาง จะลดลงและจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม อัตราส่วนระหว่างปูเพศผู้:ปูเพศเมีย ในช่วงนี้จะอยู่ระหว่าง 1:1.1-1:1.9
ขนาดของปูที่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ดัชนีที่บอกให้ทราบว่าปูทะเลขนาดไหนได้เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์นั้น ได้แก่ ลักษณะของจับปิ้ง ปูเพศเมีย ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของจับปิ้งกับความกว้างของกระดอง ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกว้างที่สุดของจับปิ้งปล้องที่ 5 และความกว้าง ระหว่างฐานจับปิ้งคู่ที่ 5 การพัฒนาของรังไข่และน้ำเชื้อ ขนาดของก้าม และความสัมพันธ์ระหว่างกระดองและน้ำหนัก เป็นต้น
- ต่อไป
- ต่อไป >>






