การเพาะเลี้ยงหอยหวาน

หอยหวานหรือหอยตุ๊กแกมีชื่อเรียกสามัญว่า Spotted Babylon และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Babylonia areolata Link, 1807 จัดเป็นหอยทะเลฝาเดียวเศรษฐกิจชนิดใหม่อีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายและมีปริมาณความต้องการสูงทั้งในตลาดภายในประเทศและ ต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ฯลฯ ราคาจำหน่ายของหอยหวานในตลาดและร้านอาหารทะเลค่อนข้างสูงประมาณ 300-350 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันพบว่าปริมาณการจับหอยหวานจากแหล่งทำการประมงต่างๆ ได้ลดต่ำลงอย่างน่าวิตกและหอยหวานที่จับได้มีขนาดเล็กลง
ในขณะที่ปริมาณความต้องการของตลาดหอยหวานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศยังคงสูงจึงเป็นสาเหตุทำให้ราคาจำหน่ายหอยหวานมีราคาสูงขึ้น การประมงหอยหวานอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์หอย หวานในธรรมชาติและการลดลงอย่างรวดเร็วของผลผลิตหอยหวานจากการประมง ปัจจุบันนักเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ให้ความสนใจกับการเพาะเลี้ยงหอยหวาน
ชีวิทยาของหอยหวาน (Babylonia areolata)
การจัดลำดับทางอนุกรมวิธาน หอยหวาน มีชื่อสามัญว่า หอยตุ๊กแก หรือ หอยเทพรส และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Babylonia areolata Link, 1807 หอยหวานจัดจำแนกตามหลักอนุกรมวิธาน ดังนี้
Phylum Mollusca
Class Gastropoda
Subclass Prosobranchia
Order Neogastropoda
Family Buccinidae
Genus Babylonia
Species Areolata
นอกจากนี้ยังมีหอยหวานอีกสกุลหนึ่งที่มีชื่อสามัญว่า "หอยหมาก" และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Babylonia spirata Linn แต่หอยหวานชนิดนี้เป็นที่นิยมบริโภคและมีความต้องการของตลาดต่ำกว่าหอยหวานในสกุล Babylonia areolata มาก
ลักษณะโดยทั่วไป
หอยหวาน (Babylonia areolata) เป็นหอยทะเลฝาเดียวมีเปลือกค่อนข้างหนา ทรงไข่ (ovate) ผิวเรียบ เปลือกมีพื้นสีขาวและมีแต้มสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลดำขนาดใหญ่เรียงเป็นแถว 3 แถวบนวงลำตัว (Body whorl) บริเวณปลายสุดของส่วนหัวจะแหลม โดยส่วนหัวจะขดเป็นเกลียว (Spire) และมีร่องที่ไม่ลึกมากนัก ฝาปิด (Operculum) เป็นรูปทรงไข่ที่สามารถปิดช่องเปิดลำตัวได้อย่างสนิท หอยหวานมีหนวด 1 คู่และมีตา 1 คู่ สำหรับหอยหมาก (Babylonia spirata) มีลักษณะที่แตกต่างจากหอยหวานคือเปลือกมีแต้มสีน้ำตาลจำนวนมากกว่า เปลือกมีสีเข้มกว่า ส่วนหัวเป็นเกลียวที่มีร่องลึกมากกว่าและหอยหมากมีขนาดเล็กกว่าหอยหวาน
การแพร่กระจาย
หอยหวาน (Babylonia areolata) อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลที่เป็นทรายหรือทรายปนโคลนที่ระดับความลึกประมาณ 5-20 เมตร หอยหวานแพร่กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณชายฝั่งทะเลของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฏร์ธานีนครศรีธรรมราช กระบี่ ระนอง และสตูล สำหรับหอยหมาก (Babylonia spirata) ส่วนใหญ่พบแพร่กระจายอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลของจังหวัดสตูล ระนอง
อาหารและการกินอาหาร
พฤติกรรมการกินอาหารของหอยหวานสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ตามช่วงชีวิต คือ ลูกหอยหวานระยะวัยอ่อนเป็นสัตว์ที่มีการดำรงชีพแบบแพลงก์ตอนล่องลอยอยู่ในมวลน้ำ และกินอาหารด้วยการกรอง โดยลูกหอยมีอวัยวะคล้ายแปรงเป็นวงที่เรียกว่า Velum สำหรับโบกพัดน้ำทะเลเข้าสู่ช่องปากและกรองกินแพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวเป็นอาหาร สำหรับลูกหอยหวานระยะลงพื้นและระยะเต็มวัยเป็นสัตว์ที่มีการดำรงชีพบนพื้นทะเลและกินเนื้อเป็นอาหาร (Carnivorous feeder) โดยหอยหวานกินซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็นอาหารทั้งในสภาพสดและไม่สด หอยหวานมีการกินอาหารแบบกลุ่มก้อน โดยหอยหวานมีต่อมน้ำลายสำหรับสร้างน้ำย่อยและส่งออกมาทางงวงยาวที่เรียกว่า Proboscis เพื่อย่อยอาหารภายนอกร่างกายแล้วจึงดูดเข้าไปภายในร่างกาย โดยงวงนี้สามารถยืดยาวได้ประมาณ 8-10 เซนติเมตร ดังนั้นหอยหวานจึงไม่มีปัญหาในการกินอาหารแบบกลุ่มก้อนเพราะหอยที่อยู่ด้าน หลังสามารถยืดงวงผ่านตัวอื่นๆ เข้าไปเจาะกินอาหารได้ โดยปกติเมื่อหอยหวานกินอาหารอิ่มแล้วจะเดินออกจากเหยื่อและฝังตัวอยู่ใต้ชั้นทรายทันที ระบบทางเดินอาหารของหอยหวาน ประกอบด้วยปาก หลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้ และทวารหนัก

หอยหวานกินอาหารแบบกลุ่มก้อน
- ต่อไป
- ต่อไป >>






