แนวทางการส่งออกปลาสวยงาม
วิธีการส่งออก
ผู้ส่งออกรับซื้อปลาจากฟาร์มเพาะเลี้ยง ผู้รวบรวม หรือพ่อค้าคนกลาง นำมาปรับให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ คัดขนาด ดูแลปลาให้สมบูรณ์ปราศจากโรคพร้อมที่จะส่งออก งดให้อาหารปลาก่อนที่จะส่งออกประมาณ 2 วัน และเตรียมภาชนะที่บรรจุประกอบด้วยถุงพลาสติก กล่องโฟมและกล่องกระดาษ
ติดต่อบริษัทตัวแทนส่งออก เพื่อให้ดำเนินการสำรองระวางบรรทุกกับสายการบินและเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก หลังจากสายการบินยืนยันเรื่องระวางบรรทุกแล้ว ผู้ส่งออกจัดเตรียมบรรจุปลาสวยงามลงในกล่องโฟม โดยคัดขนาดปลาใส่ถุงตามความหนาแน่นที่เหมาะสมเตรียมไว้เพื่อส่งออก ก่อนทำการส่งออก 1 วัน
นำปลาที่เตรียมไว้มาเปลี่ยนน้ำและเปลี่ยนถุงใหม่บรรจุออกซิเจนในถุงใหม่ให้ได้ขนาดพอดีที่จะบรรจุในกล่องโฟม (ประมาณ 2-4 ถุง/กล่อง) เมื่อบรรจุปลาลงในกล่องโฟมเรียบร้อยแล้ว ปิดฝา นำกล่องโฟมบรรจุลงในกล่องกระดาษอีกชั้นหนึ่ง (ดูขั้นตอนการบรรจุ)
ขนถ่ายกล่องกระดาษที่บรรจุแล้วขึ้นรถ เพื่อส่งไปยังสนามบินและรถที่ใช้ขนส่งควรเป็นรถตู้ทึบปรับอากาศ เพื่อควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งและเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้น ในกรณีที่เกิดฝนตกหรืออากาศร้อนมากเกินไป เมื่อสินค้าถึงสนามบินเรียบร้อยแล้ว ผู้ส่งออกติดต่อบริษัทตัวแทนผู้ส่งออกเพื่อให้จัดการติดต่อกับทางคลังสินค้า และสายการบินให้ทำการชั่งสินค้าและดำเนินการเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราช อาณาจักรกับกรมศุลกากร หลังจากดำเนินพิธีการส่งออกเรียบร้อยแล้วบริษัทตัวแทนผู้ส่งออกจะติดต่อกับ ทางสายการบินเพื่อให้ดำเนินการบรรทุกของไปยังประเทศผู้ซื้อปลายทาง
หลักการบรรจุหีบห่อสำหรับสินค้าประเภทที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ
- มาตรฐานของกล่องโฟมและถุงพลาสติก (Polyethylene)
- ขนาด 60x45x30 ซม.
- สินค้าหนักต่ำกว่า 10 กก. กล่องโฟมหนาอย่างน้อย 20 มม.
- สินค้าหนัก 10-20 กก. กล่องโฟมหนาอย่างน้อย 25 มม.
- การขยายตัวของเม็ดพลาสติก Polystyrene ในการผลิตกล่องโฟมไม่เกินสัดส่วน 40 ต่อ 1 หรือน้ำหนักเม็ดพลาสติกที่ใช้ในการผลิตสัดส่วนมากกว่า 30 กรัมต่อโฟม 1000 ลบ.ซม.
สำหรับสินค้าที่บรรจุกล่องละ 1 ถุง ให้ใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 0.1 มม. ซ้อนกันจำนวน 4 ชั้น
- ขั้นตอนในการบรรจุ
1. ถุงพลาสติกชั้นในสุดไม่ควรบรรจุน้ำเกิน 1 ใน 3 ของถุง
2. นำปลาที่คัดขนาดและนับจำนวนเรียบร้อยแล้วใส่ในถุงอัดออกซิเจนในถุงให้มีปริมาตรไม่เกิน 60-70% ให้ถุงนั้นมีความนุ่มพอสมควร ไม่แข็งหรือตึง (เนื่องจากความกดอากาศในขณะบินจะทำให้ถุงแตก หากมีออกซิเจนมากเกินไป) มัดปากถุงให้แน่นและเช็ดภายนอกถุงให้แห้งสนิท
3. นำถุงในข้อ 2 ใส่ถุง 2 ใบซ้อนกันเป็น 3 ชั้น มัดปากถุงแยกแต่ละถุงใส่ในกล่องโฟม ปิดฝากล่องโฟมและผนึกด้วยเทป
4. หุ้มกล่องโฟมนี้ด้วยถุงพลาสติก (Polyethylene) ขนาดใหญ่อีกชั้นหนึ่งแล้วใช้เทปผนึกถุงพลาสติกส่วนที่เกินให้สนิทกับตัวกล่อง
5. บางครั้งเมื่อดำเนินการตาม 1-4 แล้ว อาจนำมาบรรจุด้วยกล่องกระดาษอีกชั้นหนึ่ง
หมายเหตุ
- ภายนอกกล่องโฟมจะต้องติดป้าย “ตั้งตามลูกศร” ป้าย “สัตว์มีชีวิต/AVI” และ “อุณหภูมิ 75 ๐F” ให้สามารถเห็นชัด
- กรณีต้องรักษาอุณหภูมิให้ใช้น้ำแข็งที่ไม่มีความแหลมคมและให้ใส่ถุงน้ำแข็งระหว่างถุงพลาสติกชั้นที่ 1 และ 2 เท่านั้น
-บางฤดูกาลอาจมีการบรรจุที่แตกต่างกันออกไป เช่น ฤดูหนาวอาจมีการติดอุปกรณ์ป้องกันการหนาวจัดเพิ่มเติม
รายละเอียดการขอใบอนุญาตและใบรับรองก่อนส่งออกปลา
1. การขอใบอนุญาตค้าสินค้าสัตว์น้ำ
ผู้ส่งออกต้องยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบอาชีพประมง การค้าสินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ อุตสาหกรรมสัตว์น้ำ (อนุญาต6) ยื่นคำขอที่ส่วนอนุญาตและจัดการประมง สำนักบริหารจัดการด้านการประมง หรือที่สำนักงานประมงจังหวัดทุกจังหวัด โดยในการยื่นคำขอมีเอกสารประกอบดังนี้
- กรณีบุคคลธรรมดา เอกสารที่ใช้ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมรับรองสำเนา
- กรณีนิติบุคคล เอกสารที่ใช้ประกอบด้วย สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคลพร้อมวัตถุประสงค์ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนา
กรณีไม่มายื่นด้วยตัวเอง เอกสารที่ใช้ประกอบด้วย หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอาการแสตมป์ 10 บาท สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนา
การยื่นขอใบอนุญาตมีค่าธรรมเนียม 150 บาท/ฉบับ ใช้เวลาในการยื่นคำขอประมาณ 1-3 วันทำการ ใบอนุญาตสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. ของปีที่ออกใบอนุญาตค้าสินค้าสัตว์น้ำ
2. การขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ
การส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิต ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำทุกครั้ง จะใช้ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำร้องขอเท่านั้น
ผู้ประกอบธุรกิจปลาสวยงามสามารถยื่นขอใบรับรอง สุขภาพสัตว์น้ำได้ที่สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ โดยมีเอกสารประกอบคำขอดังนี้
คำร้องขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (กปม.สส.1) ตัวอย่างสัตว์น้ำประมาณ 5-10% ถ้ามีการส่งออกสัตว์น้ำสงวนและคุ้มครอง ให้ยื่นสำเนาใบอนุญาตหรือใบรับรองจากอธิบดีพร้อมนำฉบับจริงมาแสดงด้วย
- กรณีบุคคลธรรมดา เอกสารที่ใช้ประกอบด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตการค้าสินค้าสัตว์น้ำ (อนุญาต6) สำเนาใบสั่งซื้อสินค้าสัตว์น้ำพร้อมรับรองสำเนา
- กรณีนิติบุคคล เอกสารที่ใช้ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัว สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้จัดการ สำเนาการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และสำเนาใบอนุญาตการค้าสินค้าสัตว์น้ำ (อนุญาต6) พร้อมรับรองสำเนา ถ้ามีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัว สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนา
ผู้ที่มายื่นขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำสามารถรับใบรับรองหลังจากยื่นคำขอประมาณ 1 วันทำการ และใบรับรองมีอายุการใช้งาน 7 วัน






