การคำนวณสร้างสูตรอาหารสัตว์น้ำ

พิมพ์

การสร้างสูตรอาหาร หมายถึง การกำหนดชนิดและปริมาณวัสดุที่จะนำมารวมเป็นส่วนผสมในอาหาร โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของสัตว์น้ำ การที่จะกำหนดได้ว่าจะใช้วัสดุชนิดใดอย่างละเท่าใด จำเป็นต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมี หรือคุณค่าทางโภชนาการของวัสดุนั้น ๆ ประกอบกับความต้องการสารอาหารของสัตว์น้ำ

วัสดุที่ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์น้ำประกอบด้วยสารอาหารโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ ในปริมาณแตกต่างกัน เพื่อประโยชน์ในการสร้างสูตรอาหารอาจแบ่งวัสดุออกเป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ คือประเภทให้โปรตีน และประเภทให้พลังงาน

  • วัสดุประเภทให้โปรตีน หมายถึง วัสดุที่มีโปรตีนเป็นองค์ประกอบสูงกว่าร้อยละ 20 วัสดุประเภทให้โปรตีนนี้ได้จากทั้งพืชและสัตว์ ที่หาได้ง่ายและนิยมใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์น้ำได้แก่ ปลาป่น เนื้อป่น เนื้อและกระดูกป่น เลือดป่น นมผง ถั่วเหลือป่น ถั่วลิสงป่น เป็นต้น
  • วัสดุประเภทให้พลังงาน คือ วัสดุที่ประกอบด้วยไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วยโปรตีนไม่เกินร้อยละ 20 วัสดุประเภทนี้ได้จากพืชที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารสัตว์น้ำ ได้แก่ รำข้าว ปลายข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น

ในการคำนวณสูตรอาหารหรืออัตราส่วนการผสมวัสดุอาหารที่เหมาะสม สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน แต่เนื่องจากวัสดุอาหารประเภทโปรตีนมีราคาแพงกว่าวัสดุอาหารประเภทอื่น และมีความสำคัญในการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ การคำนวณสูตรอาหารจึงยึดการพิจารณาหาปริมาณของโปรตีนก่อน แล้วจึงพิจารณาที่ระดับพลังงาน จากนั้นจึงพิจารณาระดับของกรดอะมิโนที่จำเป็นและแร่ธาตุต่อไป ในที่นี้จะกล่าวถึงแต่เพียงวิธีการคำนวณสูตรอาหารที่ให้ระดับโปรตีนที่เหมาะสมเท่านั้นเพราะปัจจุบันวิตามิน แร่ธาตุ หรือกรดอะมิโนที่จำเป็นในสูตรอาหาร หากมีไม่สมบูรณ์เพียงพอก็สามารถทดแทนด้วยพรีมิกซ์หรือกรดอะมิโนสังเคราะห์ ได้โดยสะดวก

การคำนวณสูตรอาหารแบบลองผิดลองถูก

วิธีนี้จำเป็นต้องเดาว่าในอาหารผสม 100 ส่วน ควรจะมีวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างละเท่าใด แล้วจึงตรวจสอบดูว่า สูตรอาหารดังกล่าวมีธาตุอาหารเพียงพอความต้องการของปลาหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่พอดีก็จำเป็นต้องปรับสูตรใหม่ โดยการลดหรือเพิ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์แล้วตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง วิธีลองผิดลองถูกอาจแบ่งย่อยได้ 2 กรณี คือ

1) กรณีที่ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ 2 ชนิด

การผลิตอาหารที่ใช้วัตถุดิบ 2 ชนิด มาผสมกันส่วนใหญ่ จะใช้ปลาเป็ดหรือปลาป่นเป็นหลัก แล้วนำ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้จากพืชมาผสม ดังเช่นการใช้ปลาเป็ดผสมรำหรือปลาเป็ดผสมกับปลายข้าวในการอนุบาล และการเลี้ยงปลาดุก ปลาสวาย และปลากินพืชบางชนิด เช่น ปลานิล ปลาตะเพียนขาว เป็นต้น

ตัวอย่างที่ 1 จงคำนวณสูตรอาหารปลาดุก ซึ่งต้องการผลิตให้มีโปรตีน 30 % จำนวน 100 กิโลกรัม โดยใช้ปลาป่นและรำเป็นส่วนผสม กำหนดให้ปลาป่นและรำมีโปรตีน 60% และ 12 % ตามลำดับ

วิธีการคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 : ทดลองเดาสัดส่วนของปลาป่นและรำควรเป็นเท่าใด โดยใช้หลักสังเกตง่าย ๆ ว่า เนื่องจากปลาป่นมีโปรตีนสูงมาก แต่รำมีโปรตีนต่ำ ดังนั้น จึงควรเดาให้รำมีมากกว่าปลาป่น

สมมุติเดาว่าควรจะให้ ปลาป่น 40 กิโลกรัม รำ 60 กิโลกรัม รวม 100 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 2 : ตรวจสอบดูว่าสูตรอาหารดังกล่าวมีโปรตีนครบ 30 % หรือไม่

ปลาป่น จำนวน 40 กิโลกรัม มีปริมาณโปรตีน 40 x 60/100 = 24 กิโลกรัม

รำ        จำนวน 60 กิโลกรัม มีปริมาณโปรตีน 60 x 12/100 = 72 กิโลกรัม

ดังนั้น ในสูตรอาหาร 100 กิโลกรัม จะมีโปรตีนอยู่ 31.2 กิโลกรัม

หรืออาจกล่าวได้ว่ามีโปรตีนอยู่ 31.2 % แต่ที่เราต้องการจริง ๆ เพียง 30% เท่านั้น ดังนั้นต้องลดเปอร์เซ็นต์โปรตีนในสูตรอาหารดังกล่าวข้างต้นอีกเท่ากับ 31.2 - 30 = 1.2 %

ขั้นตอนที่ 3 : ปรับสูตรอาหารให้มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนตามที่ต้องการโดยลดการใช้ปลาป่นแล้วแทน ที่ด้วยรำจำนวนเท่า ๆ กัน เพื่อให้สูตรอาหารยังคงมีน้ำหนักรวมเป็น 100 กิโลกรัม

การลดปลาป่น 1 กิโลกรัม ทำให้มีปริมาณโปรตีนลดลง 1 x 60/100 = 0.6 กิโลกรัม

การเพิ่มรำ      1 กิโลกรัม ทำให้มีปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น 1 x 12/100 = 0.12 กิโลกรัม

นั่นคือการลดปลาป่นออกจากสูตรอาหาร 1 กิโลกรัม แล้วเพิ่มรำ 1 กิโลกรัม จะทำให้โปรตีนทั้งหมดในสูตรอาหารลดลง 0.6 - 0.12 = 0.48 กิโลกรัม แต่เนื่องจากต้องการลดโปรตีนทั้งหมดเท่ากับ 1.2 กิโลกรัม

ดังนั้น จึงต้องลดปลาป่นเท่ากับ 1.2/0.48 = 2.5 กิโลกรัม แล้วเพิ่มรำเข้าไป 2.5 กิโลกรัม ก็จะได้สูตรอาหารที่ถูกต้องดังนี้

ชนิดของวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
ปลาป่น
รำ
รวม
40 - 2.5 = 37.5
60 + 2.5 = 62.5
100
37.5 x 60/100 = 22.5
62.5 x 12/100 = 7.5
30.0

 

2) กรณีที่ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์มากกว่า 2 ชนิด

การคำนวณโดยวิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์จำนวนมากชนิด มาผสมรวมกัน จะช่วยให้มีการทดแทนธาตุอาหารซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะกับวัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่ครบถ้วน ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าสูตรอาหารที่ผลิตขึ้นมาจะมีธาตุอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ปัญหาที่มักประสบของการคำนวณโดยวิธีนี้ก็คือจะเลือกอาหารสัตว์ 3 ชนิด หรือ 4 ชนิด หรือมากกว่านั้น และถ้าจะใช้ควรจะใช้ในปริมาณเท่าใดในสูตรอาหาร ซึ่งในเรื่องดังกล่าวควรจะพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ คือ การเลือกใช้จำนวนชนิดของวัตถุดิบอาหารสัตว์ นั้น ควรพิจารณาถึงคุณภาพราคา และความสะดวกในการจัดหาวัตถุดิบเหล่านั้น มาประกอบการตัดสินใจ สำหรับปริมาณ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ใช้ในสูตรอาหาร ควรพิจารณาถึงชนิดของปลาที่เลี้ยง และคุณสมบัติของวัตถุดิบอาหารสัตว์มาประกอบการตัดสินใจว่าสามารถใส่ได้มากที่สุดไม่ควรเกินเท่าใด เช่น การใช้มันเส้นในสูตรอาหารปลากินพืช ไม่ควรเกิน 40 % ส่วนในสูตรอาหารปลากินเนื้อก็ไม่ควรใช้เกิน 15-20 % เป็นต้น

ตัวอย่างที่ 2 จงคำนวณสูตรอาหารปลานิลซึ่งต้องการผลิตให้มีโปรตีน 20 % จำนวน 100 กิโลกรัม โดยใช้ปลาป่น กากถั่วลิสง รำ มันเส้น และพรีมิกซ์ เป็นส่วนผสม กำหนดให้ปริมาณโปรตีนของปลาป่น กากถั่วลิสง รำ และมันเส้น มีค่าเป็น 60, 45,12 และ 2 % ตามลำดับ และใช้พรีมิกซ์ 2 % ในสูตรอาหาร

วิธีการคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 : ทดลองเดาสัดส่วนของปลาป่น กากถั่วลิสง รำ และมันเส้น โดยใช้หลักสังเกตว่า เนื่องจากปลานิลเป็นปลากินพืชจึงควรลดการใช้วัตถุดิบอาหารประเภทโปรตีนสูง เพื่อลดต้นทุนอาหาร และปริมาณรำและมันเส้นไม่ควรเกิน 40 %

สมมติเดาว่าควรใช้

ปลาป่น 10 กิโลกรัม กากถั่วลิสง 15 กิโลกรัม รำ 33 กิโลกรัม มันเส้น 40 กิโลกรัม และพรีมิกซ์ 2 กิโลกรัม รวม 100 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 2 : ตรวจสอบดูสูตรอาหารมีโปรตีนครบ 20 % หรือไม่

ปลาป่น      จำนวน 10 กิโลกรัม มีปริมาณโปรตีน 10 x 60/100 = 6     กิโลกรัม

กากถั่วลิสง จำนวน 15 กิโลกรัม มีปริมาณโปรตีน 15 x 45/100 = 6.75 กิโลกรัม

รำ            จำนวน 33 กิโลกรัม มีปริมาณโปรตีน 33 x 12/100 = 3.96 กิโลกรัม

มันเส้น      จำนวน 40 กิโลกรัม มีปริมาณโปรตีน 40 x 2/100 = 0.8 กิโลกรัม

ดังนั้น ในสูตรอาหาร 100 ก.ก. จะมีโปรตีนอยู่รวม 17.51 กก. อาจกล่าวได้ว่ามีโปรตีนอยู่ 17.51 % แต่เนื่องจากต้องการสูตรอาหรโปรตีน 20 % ดังนั้น ต้องเพิ่มเปอร์เซ็นต์โปรตีนในสูตรอาหารดังกล่าวข้างต้น เท่ากับ 20 - 17.51 = 2.49 เปอร์เซ็นต์

ขั้นตอนที่ 3 : ปรับสูตรอาหารให้มีโปรตีนตามต้องการ โดยเพิ่มวัตถุดิบที่มีโปรตีนสูง คือ ปลาป่น แล้วลดวัตถุดิบที่มีโปรตีนต่ำในจำนวนเท่า ๆ กัน เพื่อให้สูตรอาหารยังคงมีน้ำหนักรวมเป็น 100 กก.

การเพิ่มปลาป่น 1 กก. ทำให้ปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น 1 x 60/100 = 0.6  กก.

การลดมันเส้น   1 กก. ทำให้ปริมาณโปรตีนลดลง  1 x 2/100   = 0.02 กก.

นั่นคือ การเพิ่มปลาป่นเข้าไปในสูตรอาหาร 1 กก. แล้วลดมันเส้น 1 กก. จะทำให้ปริมาณโปรตีนทั้งหมดในสูตรอาหารเพิ่มขึ้น 0.6 - 0.02 = 0.58 กก. แต่เนื่องจากต้องการเพิ่มโปรตีนในสูตรอาหารอีก 2.49 กก. ดังนั้น จึงต้องเพิ่มปลาป่น = 2.49/0.58 = 4.29 กก. พร้อมลดมันเส้น 4.29 กก. ก็จะได้สูตรอาหารที่ถูกต้อง ดังนี้

ชนิดวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
ปลาป่น
กากถั่วลิสง
รำ
มันเส้น
พรีมิกซ์
รวม
10+4.29 = 14.29
15
33
40-4.29 = 35.71
2
100
14.29 x (60/100) = 8.57
15 x (45/100) = 6.75
33 x (12/100) = 3.96
35.71 x (2/100) = 0.72
-
20

 

หมายเหตุ เนื่องจากวิธีลองผิดลองถูกใช้หลักการเดาสัดส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ในสูตรอาหาร ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่าผู้เลี้ยงหรือเจ้าของฟาร์มอาจผลิตอาหารที่มีปริมาณโปรตีนเท่ากันได้มากกว่า 1 สูตร ซึ่งอาจมีต้นทุนอาหาร และระดับธาตุอาหารชนิดอื่น ๆ แตกต่างกันไป ดังเช่น จากตัวอย่างที่ 2 สมมติเดาว่าสัดส่วนในสูตรอาหารใหม่อีกครั้งดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ปลาป่น 10 กิโลกรัม กากถั่วลิสง 15 กิโลกรัม รำ 35 กิโลกรัม มันเส้น 38 กิโลกรัม และพรีมิกซ์ 2 กิโลกรัม รวม 100 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์โปรตีน

ปลาป่น      10 กก. มีปริมาณโปรตีน 10 x (60/100) = 6      กก.

กากถั่วลิสง 15 กก. มีปริมาณโปรตีน 15 x (45/100)  = 6.75 กก.

รำ             35 กก. มีปริมาณโปรตีน 35 x (12/100) = 4.2 กก.

มันเส้น       38 กก. มีปริมาณโปรตีน 38 x (2/100)   = 0.76 กก.

ดังนั้น จึงมีโปรตีนสูงอยู่รวม 17.17 กก. หรือมีโปรตีน 17.17 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องการผลิตอาหารที่มีโปรตีน 20 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องเพิ่มเปอร์เซ็นต์โปรตีนดี เท่ากับ 20 - 17.71 = 2.29 เปอร์เซ็นต์

ขั้นตอนที่ 3 ปรับสูตรอาหาร

การเพิ่มปลาป่น 1 กก. ทำให้ปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น 1 x (60/100) = 0.6  กก.

การลดมันเส้น   1 กก. ทำให้ปริมาณโปรตีนลดลง   1 x (2/100)  = 0.02 กก.

นั่นคือ การเพิ่มปลาป่น 1 กก. ทำให้โปรตีนเพิ่มขึ้น 0.60-0.02 = 0.58 กก. แต่เนื่องจากต้องการเพิ่ม โปรตีนในสูตรอาหารอีก 2.29 กก. ดังนั้น จึงต้องเพิ่มปลาป่นเท่ากับ 2.29 / 0.58 = 3.95 กก. พร้อมทั้งลดมันเส้น 3.95 กก. ก็จะได้สูตรอาหารที่ถูกต้อง ดังนี้

ชนิดวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
ปลาป่น
กากถั่วลิสง
รำ
มันเส้น
พรีมิกซ์
รวม
10+3.95 =13.95
15
33
38 - 3.95 = 34.05
2
100
13.95 x (60/100) = 8.37
15 x (45/100) = 6.75
35 x (12/100) = 4.20
34.05 x (2/100) = 0.68
-
20

 

การคำนวณสูตรอาหารโดยวิธีใช้รูปสี่เหลี่ยม

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้มากเหมือนกับวิธีลองผิดลองถูก โดยจะมีหลักการที่สำคัญดังนี้ คือ ต้องแบ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ วัตถุดิบที่มีโปรตีนสูง และวัตถุดิบที่มีโปรตีนต่ำ แล้วเขียนค่าเปอร์เซ็นต์ไว้มุมซ้ายของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยเขียนเปอร์เซ็นต์โปรตีนของวัตถุดิบที่มีโปรตีนสูงไว้ มุมซ้ายล่าง และเปอร์เซ็นต์โปรตีนของวัตถุดิบที่มีโปรตีนต่ำไว้มุมซ้ายบน จากนั้นจึงนำค่าเหล่านี้มาหักลบกับเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ต้องการให้มีในสูตร อาหาร ซึ่งเขียนไว้ตรงกลางรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส แล้วจึงนำค่าที่หักลบแล้วมาคำนวณสูตรอาหาร วิธีเขียนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสอาจแบ่งย่อยได้ 2 กรณี คือ

1) กรณีที่ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ 2 ชนิด

การผลิตอาหารปลาที่ใช้วัตถุดิบ 2 ชนิด มาผสมกันนี้ส่วนใหญ่จะใช้ปลาเป็ดหรือปลาป่นเป็นหลัก แล้วนำวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้จากพืชมาผสม

ตัวอย่างที่ 3 จงคำนวณสูตรอาหารปลาดุกซึ่งต้องการผลิตให้มีโปรตีน 35% จำนวน 100 กิโลกรัม โดยใช้ปลาเป็ดและกากถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม กำหนดให้ปลาเป็ด และกากถั่วเหลือง มีโปรตีน 20 และ 45 % ตามลำดับ

วิธีการคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 : เขียนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ต้องการให้มีลงตรงกลาง

ขั้นตอนที่ 2 : ใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนของกากถั่วเหลืองซึ่งมีโปรตีนสูงไว้มุมซ้ายล่าง และเปอร์เซ็นต์โปรตีน ของปลาเป็ดซึ่งมีโปรตีนต่ำไว้มุมซ้ายบนแล้วหักลบค่าเหล่านั้นกับเปอร์เซ็นต์ โปรตีนที่ต้องการให้มีไว้ที่มุมตรงข้ามของวัตถุดิบอาหารสัตว์

ดังนั้น สัดส่วนของปลาเป็ดและกากถั่วเหลืองในอาหารผสมมีค่ารวม 10 + 15 = 25 ส่วน

ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณปริมาณปลาเป็ด และกากถั่วเหลืองในสูตร อาหาร 100 กิโลกรัม ได้ดังนี้

อาหารผสม   25 กิโลกรัม ต้องมีปลาเป็ด 10 กิโลกรัม

อาหารผสม 100 กิโลกรัม ต้องมีปลาเป็ด (10/25) x 100 = 40 กิโลกรัม

อาหารผสม   25 กิโลกรัม ต้องมีกากถั่วเหลือง 15 กิโลกรัม

อาหารผสม 100 กิโลกรัม ต้องมีกากกถั่วเหลือง (15/25) x 100 = 60 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์โปรตีนในสูตรอาหาร



ชนิดของวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
ปลาเป็ด
กากถั่วเหลือง
รวม
40
60
100
40 x (20/100) = 8
60 x (45/100) = 27
35

 

ตัวอย่างที่ 4 จากตัวอย่างที่ 1 จงคำนวณสูตรอาหารปลาดุกซึ่งต้องการผลิตให้มีโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ โดยวิธีการเขียนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

วิธีการคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 : เขียนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ต้องการให้มีลงตรงกลาง

ขั้นตอนที่ 2 : ใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนของปลาป่นซึ่งมีโปรตีนสูงไว้มุมซ้ายล่างและเปอร์เซ็นต์ โปรตีนของรำ ซึ่งมีโปรตีนต่ำไว้มุมซ้ายบน แล้วหักลบค่าเหล่านั้นกับเปอร์เซ็นต์ที่ต้องการไว้ที่มุมตรงข้ามของวัตถุดิบ

ดังนั้น สัดส่วนของรำและปลาป่นในอาหารมีค่ารวม 30 + 18 = 48 ส่วน

 

ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณปริมาณรำ และปลาป่นในสูตรอาหาร 100 กิโลกรัม ได้ดังนี้

อาหารผสม   48 กิโลกรัม ต้องมีรำ 30 กิโลกรัม

อาหารผสม 100 กิโลกรัม ต้องมีรำ (30/48) x 100 = 65.5 กิโลกรัม

อาหารผสม   48 กิโลกรัม ต้องมีปลาป่น 18 กิโลกรัม

อาหารผสม 100 กิโลกรัม ต้องมีปลาป่น (18/48) x 100 = 37.5 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์โปรตีนในสูตรอาหารดังกล่าว

ชนิดของวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
รำ
ปลาป่น
รวม
62.5
37.5
100
62.5 x (12/100) = 7.5
37.5 x (60/100) = 22.5
30

 

2) กรณีที่ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์มากกว่า 2 ชนิด

วิธีนี้จะต้องหาค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์โปรตีนของวัตถุดิบที่มีโปรตีนสูง และค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์โปรตีนของ วัตถุดิบที่มีโปรตีนต่ำ แล้วจึงนำมาคำนวณเช่นเดียวกับเมื่อใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ 2 ชนิด

ตัวอย่างที่ 5 จงคำนวณสูตรอาหารปลาดุกซึ่งต้องการผลิตให้มีโปรตีน 35 % จำนวน 100 กิโลกรัม โดยใช้ปลาป่น กากถั่วเหลือง เมล็ดข้าวโพดบด รำ และมันเส้นเป็นส่วนผสม กำหนดให้ปริมาณโปรตีนของปลาป่น กากถั่วเหลือง เมล็ดข้าวโพด รำ และมันเส้นมีค่าเป็น 60 , 45, 7, 12 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

วิธีการคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 : เขียนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ต้องการให้มีลงตรงกลาง

ขั้นตอนที่ 2 : แบ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ออกเป็นกลุ่มที่มีโปรตีนสูงและโปรตีนต่ำ โดยใช้เกณฑ์แบ่งที่ 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วหาค่าเฉลี่ยได้ ดังนี้

- อาหารกลุ่มที่มีโปรตีนสูง (ปลาป่น + กากถั่วเหลือง) มีโปรตีนเฉลี่ย

(60 + 45) / 2 = 52.5 เปอร์เซ็นต์

- อาหารกลุ่มที่มีโปรตีนต่ำ (เมล็ดข้าวโพด + รำ + มันเส้น) มีโปรตีนเฉลี่ย

(7 + 12 + 2) / 3 = 7 เปอร์เซ็นต์

จากนั้นใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนของอาหารกลุ่มที่มีโปรตีนสูงไว้มุมซ้ายล่างและเปอร์เซ็นต์โปรตีนของอาหาร ที่มีโปรตีนต่ำไว้มุมซ้ายบน แล้วหักลบค่าเหล่านั้นกับเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ต้องการให้มีไว้ที่มุมตรงข้ามของวัตถุดิบ อาหารสัตว์

ดังนั้น สัดส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีโปรตีนสูงและโปรตีนต่ำมีค่ารวม 17.5 + 28 = 45.5 ส่วน

ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณสัดส่วนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีโปรตีนสูงและโปรตีนต่ำในสูตรอาหาร 100 กิโลกรัม ได้ดังนี้

อาหารผสม 45.5 กิโลกรัม ต้องมีเมล็ดข้าวโพดบด รำและมันเส้นรวม 17.5 กก.

อาหารผสม  100 กิโลกรัม ต้องมีเมล็ดข้าวโพดบด รำและมันเส้นรวม

(17.5/45.5) x 100 = 38.46 กก.

ฉะนั้นจึงมีเมล็ดข้าวโพดบด รำ และมันเส้นอย่างละเท่า ๆ กัน คือ

38.46/3 = 12.82 กก.

อาหารผสม 45.5 กิโลกรัม ต้องมีปลาป่นและกากถั่วเหลืองรวม 28 กก.

อาหารผสม 100 กิโลกรัม ต้องมีปลาป่นและกากถั่วเหลืองรวม

(28/45.5) x 100 = 61.54 กก.

ฉะนั้นจึงมีปลาป่นและกากถั่วเหลืองอย่างละเท่า ๆ กัน คือ 61.54/2 = 30.77 กก.

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์โปรตีนในสูตรอาหารดังกล่าว

ชนิดของวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
ปลาป่น
กากถั่วเหลือง
เมล็ดข้าวโพดบด
รำ
มันเส้น
รวม
30.77
30.77
12.82
12.82
12.82
100
30.77 x (60/100) = 18.46
30.77 x (60/100) = 13.85
30.77 x (60/100) = 0.90
30.77 x (60/100) = 1.54
30.77 x (60/100) = 0.25
35

 

ตัวอย่างที่ 6 จงคำนวณสูตรอาหารปลาดุกซึ่งต้องการผลิตให้มีโปรตีน 25% จำนวน 100 กิโลกรัม โดยใช้ปลาป่น กากถั่วเหลือง รำ ปลายข้าว และพรีมิกซ์ เป็นส่วนผสม โดยใช้ปลาป่น และกากถั่วเหลืองอย่างละเท่า ๆ กัน และรำ เป็น 2 เท่าของปลายข้าว พร้อมทั้งใช้พรีมิกซ์ 2 เปอร์เซ็นต์ กำหนดให้ปริมาณโปรตีนของปลาป่น กากถั่วเหลือง รำ และปลายข้าวมีค่าเป็น 60, 44, 12 และ 12 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

วิธีการคำนวณ

เนื่องจากสูตรอาหารพรีมิกซ์ซึ่งไม่มีโปรตีนอยู่ด้วย 2% ดังนั้นปริมาณอาหารที่นำมาคำนวณในการเตรียมอาหารจึงคงเหลือเพียง 100 - 2 กิโลกรัม

อาหาร   98 กิโลกรัม ต้องมีโปรตีน 25 กิโลกรัม

อาหาร 100 กิโลกรัม ต้องมีโปรตีน (25/98) x 100 = 25.5 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 1 : เขียนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และเปอร์เซ็นต์ที่ต้องการลงตรงกลาง

ขั้นตอนที่ 2 : แบ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์

- อาหารกลุ่มที่มีโปรตีนสูง (ปลาป่น + กากถั่วเหลือง) มีโปรตีนเฉลี่ย

[ (1 x 60) + (1 x 44) ] / 2 = 52 กิโลกรัม

- อาหารกลุ่มที่มีโปรตีนต่ำ (รำ + ปลายข้าว) มีโปรตีนเฉลี่ย

[ (2 x 12) + (1 x 12) ] / 3 = 12 กิโลกรัม

จากนั้นใส่เปอร์เซ็นต์โปรตีนของอาหารที่มีโปรตีนสูงไว้มุมซ้ายล่าง และเปอร์เซ็นต์โปรตีนของอาหารที่มีโปรตีนต่ำไว้มุมซ้ายบน แล้วหักลบค่าเหล่านั้นกับเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ต้องการ ให้มีไว้ที่มุมตรงข้ามของวัตถุดิบอาหารสัตว์

ดังนั้นสัดส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีโปรตีนสูงและโปรตีนต่ำมีค่ารวม 26.5 + 13.5 = 40 ส่วน

ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณสัดส่วนวัตถุดิบอาหารสัตว์ในสูตรอาหาร 98 กิโลกรัม ได้ดังนี้

อาหารผสม 40 กิโลกรัม ต้องมีรำและปลายข้าวรวม 26.5 กิโลกรัม

อาหารผสม 98 กิโลกรัม ต้องมีรำและปลายข้าวรวม

(26.5/40) x 98 = 64.92 กิโลกรัม

ฉะนั้น มีรำอยู่ (2/3) x 64.92 = 43.28 กิโลกรัม

มีปลายข้าวอยู่ (1/3) x 64.92 = 21.64 กิโลกรัม

อาหารผสม 40 กิโลกรัม ต้องมีปลาป่นและกากถั่วเหลืองรวม 13.5 กิโลกรัม

อาหารผสม 98 กิโลกรัม ต้องมีปลาป่นและกากถั่วเหลืองรวม

(13.5/40) x 98 = 33.08 กิโลกรัม

ฉะนั้น มีปลาป่นอยู่ (1/2) X 33.08 = 16.54 กิโลกรัม

มีกากถั่วเหลืองอยู่ (1/2) X 33.08 = 16.54 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์โปรตีนในสูตรอาหารดังกล่าว

ชนิดของวัตถุดิบ จำนวน(กิโลกรัม) ปริมาณโปรตีน (กิโลกรัม)
ปลาป่น
กากถั่วเหลือง
รำ
ปลายข้าว
พรีมิกซ์ รวม
16.54
16.54
43.28
21.64
2
100
16.54 X (60/100) = 9.92
16.54 X (44/100) = 7.28
43.28 X (12/100) = 5.19
21.64 21.64 X (12/100) = 2.60
-
24.99

 

การคำนวณสูตรอาหารโดยวิธีสมการพีชคณิต

 

การคำนวณใช้สมการพีชคณิตในการหาอัตราส่วนของสารในอาหารที่มีโปรตีน หรือโภชนาการอื่น ๆ ในปริมาณที่ต้องการ

1) กรณีใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ 2 ชนิด

ตัวอย่างที่ 7 ผู้เลี้ยงปลาต้องการทราบว่าจะต้องใช้ปลาป่นกี่กิโลกรัมผสมกับรำกี่กิโลกรัม จึงจะได้อาหารผสมที่มีโปรตีน 28% โดยกำหนดให้ใช้คุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบ ดังตัวอย่างที่ 1

วิธีการคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดให้

X = ปริมาณของโปรตีนสูง (ปลาป่น) ในอาหารผสม 100 กก.

Y = ปริมาณของโปรตีนต่ำ (รำละเอียด) ในอาหารผสม 100 กก.

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งและแก้สมการ

1) สร้างสมการที่ 1 ขึ้นมา โดยคำนึงถึงปริมาณของวัตถุดิบที่ใช้ เพราะฉะนั้นใช้ดังนี้

X + Y = 100 ……………………………………………. (1)

2) สร้างสมการที่ 2 ขึ้นมา โดยคำนึงถึงเปอร์เซ็นต์โปรตีนของวัตถุดิบที่ใช้เพื่อผลิตอาหารผสมที่ต้องการเพราะฉะนั้นจะได้ดังนี้

(60/100) + (12 / 100) = 28

0.6X + 0.12Y = 28 ……………….(2)

เมื่อได้สมการสองสมการขึ้นมาแล้วก็จะสามารถหาค่า X และค่า Y ได้ โดยนำสมการที่ 1 คูณด้วย ค่าคงที่ที่อยู่หน้า X ในสมการที่ 2 ซึ่งก็คือ 0.6 ได้ดังนี้

(1) X 0.6 ; 0.6X + 0.6Y = 60 ………………………….(3)

จากนั้นให้นำสมการที่ 3 ไปลบด้วย สมการที่ 2 จะได้ดังนี้

(3) - (2) ; 0.48Y = 32

Y = 32/0.48 = 66.67

เมื่อได้ค่า Y แล้วให้นำค่า Y ไปแทนค่าในสมการที่ 1 ได้ดังนี้

แทนค่า Y ใน (1) X + 66.67 = 100

X = 100 - 66.67

= 33.33

เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า อาหารผสมร้อยกิโลกรัม จะต้องมีปลาป่น 33.33 กิโลกรัม และรำ 66.67 กิโลกรัม จึงจะผลิตอาหารผสมได้โปรตีน 28%

2) กรณีใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์มากกว่า 2 ชนิด

ตัวอย่างที่ 8 ผู้เลี้ยงปลาดุกต้องการทำอาหารปลาให้มีโปรตีน 25% โดยใช้ปลาป่น กากถั่วเหลือง ในอัตราส่วนที่เท่ากัน และใช้รำละเอียดเป็น 2 เท่าของปลายข้าว (กำหนดให้ปลาป่นมีโปรตีน 63.90%, กากถั่วเหลืองมีโปรตีน 48.50% รำละเอียดมีโปรตีน 12.38% และปลายข้าวมีโปรตีน 6.47%)

วิธีคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นแยกสารอาหารเป็น 2 กลุ่ม ตามหลักโภชนาการและหาค่าเฉลี่ยของโปรตีนในแต่ละกลุ่มตามอัตราส่วนที่กำหนดจะได้

ค่าเฉลี่ยโปรตีนสูง = (ปลาป่น + กากถั่วเหลือง) / 2

= (63.90 + 48.50) / 2

= 56.20%

ค่าเฉลี่ยโปรตีนต่ำ = (2 (รำละเอียด) + ปลายข้าว) / 3

= (2 (12.38) + 6.47) / 3

= 10.41%

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดให้

X = ปริมาณของปลาป่น + กากถั่วเหลือง (1:1) ในอาหารผสม 100 กก.

Y = ปริมาณของรำละเอียด + ปลายข้าว (2:1) ในอาหารผสม 100 กก.

ขั้นตอนที่ 3 ตั้งและแก้สมการ

1) สร้างสมการที่ 1 ขึ้นมา โดยคำนึงถึงปริมาณของวัตถุดิบที่ใช้ เพราะฉะนั้นจะได้ดังนี้

X + Y = 100 ……………………………………….(1)

2) สร้างสมการที่ 2 ขึ้นมา โดยคำนึงเปอร์เซ็นต์โปรตีนของวัตถุดิบที่ใช้เลี้ยงผลิตอาหารผสมที่ต้องการ เพราะฉะนั้นจะได้ดังนี้

(56.20/100) x + (10.41/100) y = 25

0.5620X + 0.1041Y = 25 ………………………..(2)

เมื่อได้สมการ 2 สมการขึ้นมาแล้วก็สามารถที่จะหาค่า X และ Y ได้ โดยนำสมการที่ 1 คูณด้วยค่าคงที่ที่อยู่หน้า X ในสมการที่ 2 ซึ่งก็คือ 0.5620 ได้ดังนี้

(1) X 0.5620 ; 0.5620X + 0.5620Y = 56.20 …………..(3)

จากนั้นให้นำสมการที่ 3 ไปลบด้วยสมการที่ 2 จะได้ดังนี้

(3) - (2) ; 0.4579Y = 31.2

Y = 31.2/0.4579

= 68.14

เมื่อได้ค่า Y แล้วให้แทนค่า Y ในสมการที่ 1 ไดดังนี้

แทนค่า Y ใน (1) X + 68.14 = 100

X = 100 - 68.14

= 31.86

สูตรอาหารนี้ มี ปลาป่น + กากถั่วเหลือง = 31.86 กก.

รำละเอียด + ปลายข้าว = 68.14 กก.

ขั้นตอนที่ 4 แบ่งปริมาณสารอาหารแต่ละกลุ่มออกตามที่กำหนดไว้

ปลาป่น = 31.86/2 = 15.93 กก.

ถั่วเหลือง = 31.86/2 = 15.93 กก.

รำละเอียด = 68.14 x 2/3 = 45.43 กก.

ปลายข้าว = 68.14 x 1/3 = 22.71 กก.

3) กรณีใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดในปริมาณที่กำหนด

ตัวอย่างที่ 9 ต้องการเตรียมอาหารให้มีปริมาณโปรตีน 16% ส่วนผสมที่ใช้ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุ 3% น้ำมันปลา 7% ปลาป่น 5% ใบกระถิน 5% กากถั่วเหลืองไม่ทราบปริมาณ ข้าวโพดไม่ทราบปริมาณ กำหนดให้โปรตีนของส่วนผสมของวัตถุดิบแต่ละชนิดมีดังนี้

ปลาป่น         มีโปรตีน 60 %

ใบกระถิน       มีโปรตีน 20 %

กากถั่วเหลือง มีโปรตีน 44 %

ข้าวโพด       มีโปรตีน 10 %

จงคำนวณว่าต้องการใช้กากถั่วเหลืองและข้าวโพดอย่างละเท่าไร จึงจะเตรียมอาหารให้ได้ปริมาณโปรตีนตามต้องการ

วิธีการคำนวณ

 

ขั้นที่ 1 ให้พิจารณาปริมาณโปรตีนที่มีอยู่ในอาหารผสมแล้ว ตามที่โจทย์กำหนดได้ดังนี้

- ปริมาณโปรตีนจากปลาป่น   = 5 x (60/100) = 3 %

- ปริมาณโปรตีนจากใบกระถิน = 5 x (20/100) = 3 %

- ปริมาณโปรตีนจากวิตามิน แร่ธาตุ และน้ำมันปลา = 0 % ดังนั้นปริมาณโปรตีนที่มาจากกากถั่วเหลืองและข้าวโพด = 16 - 4 = 12 %

- ในอาหาร 100 กิโลกรัม ได้ปริมาณส่วนผสมจากวิตามินแร่ธาตุ, น้ำมันปลา, ปลาป่น และใบกระถิน = 3+7+5+5 = 20 กิโลกรัม ดังนั้นปริมาณส่วนผสมที่ได้มาจากกากถั่วเหลือง และข้าวโพด = 100 - 20 = 80 กิโลกรัม

ขั้นที่ 2 กำหนดให้

X = ปริมาณของกากถั่วเหลืองในของผสมกากถั่วเหลือง + ข้าวโพด 80 กก.

Y = ปริมาณของข้าวโพดในของผสมกากถั่วเหลือง + ข้าวโพด 80 กก.

ขั้นที่ 3 ตั้งสมการและแก้สมการ

1) สร้างสมการที่ 1 ขึ้นมาโดยคำนึงถึงปริมาณของวัตถุดิบที่ใช้ เพราะฉะนั้น ได้ดังนี้

X + Y = 80 ……………………………………(1)

2) สร้างสมการที่ 2 ขึ้นมา โดยคำนึงถึงเปอร์เซ็นต์โปรตีนของวัตถุดิบที่ใช้เพื่อผลิตอาหารผสมที่ต้องการ เพราะฉะนั้นจะได้ดังนี้

(44/100) X +(10/100) Y = 12

0.44X + 0.10Y = 12 ……………………….…(2)

เมื่อได้สมการ 2 สมการขึ้นมาแล้ว ก็สามารถที่จะหาค่า X และค่า Y ได้ โดยนำ สมการที่ 1 คูณด้วยค่าคงที่ ที่อยู่หน้า X ในสมการที่ 2 ซึ่งก็คือ 0.44 ได้ดังนี้

(1) X 0.44 ; 0.44X + 0.44Y = 35.2 ……………………….(3)

จากนั้นให้นำสมการที่ 3 ไปลบด้วยสมการที่ 2 จะได้ดังนี้

(3) - (2) ; 0.34Y = 23.2

Y = 23.2/0.34

Y = 68.24

เมื่อได้ค่า Y แล้วให้แทนค่า Y ในสมการที่ 1 ได้ดังนี้

แทนค่า Y ใน (1) X + 68.24 = 80

X = 80 - 68.24

= 11.76

เพราะฉะนั้นในการผลิตอาหารครั้งนี้จะต้องใช้กากถั่วเหลือง = 11.76 กก. ใช้ข้าวโพด = 68.24 กก.

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates