อาการขาดธาตุอาหารในสัตว์น้ำ
ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์น้ำกำลังแปรเปลี่ยนจากการเลี้ยงแบบพื้นบ้านมาสู่การเลี้ยงสัตว์น้ำแบบอุตสาหกรรมเพื่อการค้ามากขึ้น การเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันจึงมุ่งเพิ่มผลผลิตต่อเนื้อที่ให้สูงขึ้นโดยการ เพิ่มอัตราปล่อยสัตว์เลี้ยงให้สูงขึ้น ผลจากการปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงอย่างหนาแน่น ทำให้อาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในบ่อไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์น้ำ จึงได้มีการให้อาหารสมทบเพื่อให้สัตว์น้ำเจริญเติบโตเร็ว แต่เนื่องจากอาหารที่ให้เป็นอาหารไม่สมบูรณ์แบบ คือมีสารอาหารไม่ครบถ้วนทำให้กิจกรรมทางสรีระของสัตว์น้ำเปลี่ยนไปมีผลให้ เกิดสภาพผิดปกติในร่างกายของสัตว์น้ำ สภาพดังกล่าวนี้มีลักษณะอาการบางอย่างคล้าย ๆ กับสัตว์น้ำเป็นโรค จนอาจทำให้ผู้เลี้ยงเข้าใจผิดคิดว่าสัตว์น้ำเป็นโรคพยาธิ เป็นเหตุให้การรักษาไม่ถูกจุดและตรงเป้า และบางครั้งการขาดสารในสัตว์น้ำมีอาการรุนแรงมาก จนเป็นสาเหตุให้สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก หรือสัตว์น้ำมีอัตราการเจริญเติบโตช้ามากทำให้ผู้เลี้ยงขาดทุนและไม่ประสบผล สำเร็จในการเลี้ยงท่าที่ควร
สัตว์น้ำที่ขาดสารอาหารมีอาการที่แสดงให้เห็นเด่นชัดจนสังเกตได้ และการขาดสารอาหารชนิดหนึ่งอาจมีลักษณะใกล้เคียงกับการขาดธาตุอาหารอีกชนิด หนึ่ง ลักษณะอาการของสัตว์น้ำที่เป็นโรคขาดสารอาหารและแนวทางในการรักษาพอสรุปได้ ดังนี้
การขาดกรดอะมิโน
- อาการขาดกรดอะมิโนที่จำเป็น และแนวทางแก้ไข
การขาดกรดอะมิโนตัวหนึ่งตัวใดส่วนที่เป็นกรดอะมิโนที่จำ เป็นซึ่งมีอยู่ 10 ชนิด ในเนื้อโปรตีน นั้น ลักษณะที่เห็นได้ทั่ว ๆ ไป คือปลาจะมีการเจริญเติบโตช้า ทั้งนี้เนื่องจากการขาดกระอะมิโนที่จำเป็น ชื่อ ทริบโตแพน นั้นจะทำให้ปลามีรูปร่างคดงอ การคดงอเกิดจากกระดูกสันหลังของปลาอาจคดงอไปทางข้าง หรืองอขึ้นบนก็ได้
แนวทางแก้ไข เพิ่มปริมาณกรดอะมิโนทริบโตแพนลงในอาหาร กรดอะมิโนชนิดนี้มีมากในเนื้อสัตว์ ตับสัตว์ ปลาป่น ถั่วลิสง เลือดป่น กากฝ้าย ฯลฯ ใช้วัสดุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ประกอบเป็นอาหารสัตว์น้ำ
การขาดกรดไขมัน
- อาการขาดกรดไขมันที่จำเป็นและแนวทางแก้ไข
ตัวกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของปลาคือ กรดลิโนเลนิค ในกลุ่มโอเมก้า 3 ลักษณะอาการของปลาที่ขาดกรดไขมันชนิดนี้ คือ อัตราการเจริญเติบโตช้า เซลล์บริเวณครีบหางตาย ตับมีไขมันมากและมีสีซีด ผิวหนังปลาไม่มีสี เม็ดเลือดแตก กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ
แนวทางแก้ไข ผสมไขมันชนิดลิโนเลนิคในอาหาร กรดชนิดไขมันนี้มีมากในน้ำมันปลาใช้ผสมประมาณ 5% ของอาหารทั้งหมด หากไม่มีน้ำมันปลา การใช้น้ำมันพืชแทนจะช่วยบรรเทาอาการของปลาที่ขาดกรดไขมัน ดังกล่าวมาแล้วได้
การขาดแร่ธาตุ
การศึกษาถึงลักษณะอาการของปลาที่ขาดแร่ธาตุ ยังไม่มีมากนัก เท่าที่พบมีดังนี้
- อาการขาดธาตุไอโอดีน (I) และแนวทางแก้ไข
ปลาจะเกิดคอพอกเช่นเดียวกับมนุษย์ คือมีก้อนเนื้อลักษณะกลมออกมาใต้กระพุ้งเหงือก
แนวทางแก้ไข ใช้สารเคมีโปตัสเซียมไอโอไดด์ (KI) ผสมลงในอาหารประมาณ 10 กรัม ต่ออาหาร 1 ตัน ใช้ เลี้ยงปลา
- อาการขาดธาตุฟอสฟอรัส (P) และแนวทางแก้ไข
ปลาจะมีการเจริญเติบโตช้า ไม่อยากกินอาหาร ส่วนหัวกะโหลก และกระพุ้งเหงือกของปลาจะสั้นผิดปกติ
แนวทางแก้ไข ในอาหารสัตว์น้ำควรมีผลิตผลจากสัตว์ ซึ่งได้แก่ปลาป่น เนื้อป่น กระดูกป่น ผสมในอาหาร หรือาจใช้ฟอสฟอรัสในรูปของสารประกอบอนินทรีย์ผสมลงในอาหารประมาณ 0.2-0.4 %
- การขาดธาตุสังกะสี (Zn) และแนวทางแก้ไข
ปลาที่ขาดธาตุสังกะสีจะมีเลนซ์ตาผิดปกติ มองดูคล้ายตาต้อ
แนวทางแก้ไข ใช้สารประกอบทางเคมี คือ ซิงค์คาร์บอเนต (ZnCO3) หรือซิงค์ซัลเฟต (ZnSO4 ) ผสมลงในอาหารประมาณ 13 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
การขาดวิตามิน
ผลจาการขาดวิตามิน ทำให้ปลามีอาการต่าง ๆ ดังนี้
- อาการขาดวิตามิน A และแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ ปลามีอัตราการเจริญเติบโตช้า ตาเป็นต้อ (ลักษณะคล้ายกับการขาดวิตามิน B2 แต่ไม่มีการตกเลือดที่ตา) ตับผิดปกติ ท้องบวม ตาโปน ตกเลือดที่ไต ลำตัวและครีบปลามีสีซีด กระพุ้งเหงือกบิดเบี้ยวทำให้ปลาตาย

แนวทางแก้ไข แก้ไขได้ยาก ในอาหารควรมีเนื้อสัตว์ ปลาป่น หรือผลผลิตจากสัตว์และใช้วิตามิน A ผสมในอาหาร 12 กรัมต่ออาหาร 1,000 กรัม
- อาการขาดวิตามิน B1 หรือไธอามีนและแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ ปลาที่ขาดวิตามินชนิดนี้จะมีอาการเจริญเติบโตช้า อาหารพวกแป้งที่กินเข้าไปใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก ปลามีสีซีด ระบบประสาทผิดปกติ ชัก และสูญเสียการทรงตัว (พวกปลาไน หรือปลาไหลเป็นโรคตัวหมุน) ท้องบวม ครีบมีสีเลือด บางแห่งของผิวหนังมีเลือดมาก
แนวทางแก้ไข ผสมวิตามินสำเร็จรูป (thiamin HCI) ลงในอาหารปลา อัตราส่วน 100 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดวิตามิน B2 หรือไรโบฟลาวินและแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ ปลามีอัตราการเจริญเติบโตช้า ไม่อยากกินอาหาร มีม่านปิดเลนซ์ตาหรือมีการตกเลือดที่ตา ไม่สู้แสง (ชอบอยู่ในที่มืด) ตาอาจบอดข้างเดียวหรือทั้งคู่ มีม่านตาผิดปกติ ลำตัวมีสีคล้ำ มีการตกเลือดตามตัวและตามครีบ

แนวทางแก้ไข ผสมวิตามิน B2 ลงในอาหารในอัตรา 150 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดวิตามิน B6 หรือไฟรีดอกซีนและแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ การเจริญเติบโตช้า ไม่อยากกินอาหาร ระบบประสาทผิดปกติ ตาโปน กระพุ้งเหงือกเปิดปิดเร็ว ว่ายน้ำตัวแข็งเอาด้านข้างไป ลอยพลิกตัวกลับไปกลับมาบนผิวน้ำ เกล็ดตั้ง (พบได้ชัดมากในปลากินเนื้อ)
แนวทางแก้ไข ผสมวิตามิน B6 ประมาณ 20-25 กรัมในอาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดวิตามิน C และแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ ปลามีอัตราการเจริญเติบโตช้า การสร้างกระดูกผิดปกติลักษณะเช่นเดียวกับการขาดกรดอมิโนทริบโตแพน กระพุ้งเหงือกผิดปกติ ซี่เหงือกบิดเบี้ยว ขากรรไกรผิดปกติ (โรคปากอ้าในปลาไหลญี่ปุ่น) มีการตกเลือดที่ตา ปาก เพดานปาก กระพุ้งเหงือก กระพุ้งเหงือก ลำตัว ตับ ไต ลำไส้เล็ก และกล้ามเนื้อ ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำหนาแน่นการตายของปลาจะเกิดขึ้นจากการแพร่เชื้อของ แบคทีเรียภายหลังจากที่ปลาขาดวิตามิน C ไปชั่วขณะหนึ่ง

แนวทางแก้ไข ใช้วิตมานซีผสมในอาหาร 500 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดวิตามิน E และแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ ปลามีอัตราการเจริญเติบโตช้า ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ (หมัน) เม็ดเลือดแตก ตาโปน ตัวงอ ตับไตผิดปกติ ท่อทางเดินปัสสาวะไม่ทำงาน ต่อมใต้สมองทำงานผิดปกติ และปลาตายในที่สุด
คลิกเพื่อดูภาพขยายใหญ่ รูปที่ 8.3 ลักษณะอาการของปลาที่เป็นโรคขาดวิตามินซี กระดูกสันหลังโค้งงอ
แนวทางแก้ไข ใช้วิตามินอีสำเร็จรูปผสมลงในอาหารปริมาณ 300 กรัม ต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดวิตามิน K และแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ ท้องบวม เลือดจะแข็งตัวช้า เลือดคั่งตามเหงือก ตา และกล้ามเนื้อขาดนาน ๆ จะเป็นโรคโลหิตจาง
แนวทางแก้ไข งดยาปฏิชีวนะ และผสมวิตามิน K สำเร็จรูปในอัตราส่วน 20 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดกรดแพนโตเทนิค และแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ การเจริญเติบโตช้า ไม่อยากกินอาหาร เหงือกบวม ปลายซี่เหงือกรวบติดกันมองคล้ายกระบอง (ผลตามมาจะทำให้เกิดโรคแบคทีเรียในสกุล Cytophaga ทำให้เหงือกเน่า) ตามลำตัวเป็นแผลมีการตกเลือดตามผิวหนัง (ปลาไนมีอาการว่ายลอยอยู่ตามผิวน้ำ น้ำหนักลดลง ตาโปน เกล็ดมีสีขาว อาจไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับเหงือก ส่วนปลาดุกมีอาการบวมที่ส่วนของเหงือก ขากรรไกรล่าง ครีบ และหนวดกุด)

แนวทางแก้ไข ผสมวิตามินแพนโตเทนิคลงในอาหาร จำนวน 500 กรัม ต่ออาหาร 1,000 กรัม
- อาการขาดไนอาซีนและแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ การเจริญเติบโตช้า ไม่อยากกินอาหาร โลหิตจาง กล้ามเนื้อเกร็งแม้ขณะอยู่นิ่ง ขากรรไกรค้าง กระเพาะและลำไส้ใหญ่บวม ตามผิวหนังมีการตกเลือด มีผลทำให้ปลาตาย
คลิกเพื่อดูภาพขยายใหญ่ รูปที่ 8.4 ลักษณะอาการขาดแพนโตเทนิค เหงือกบวม ปลามซีเหงือกรวบติดกันมองคล้ายกระบอง
แนวทางแก้ไข ผสมวิตามินไนอาซีนลงในอาหาร ในอัตราส่วน 500 กรัม ต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม
- อาการขาดกรดโฟลลิคและแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ การเจริญเติบโตช้า ไม่อยากกินอาหาร โลหิตจาง ตกเลือดที่ไตและลำไส้เล็ก ลำตัวมีสีดำ ครีบบาง และขาดง่าย
แนวทางแก้ไข ใช้วิตามินโฟลลิคผสมในอาหาร ในอัตราส่วน 5 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัมให้ปลากิน
- อาการขาดโคลีนและแนวทางแก้ไข
ลักษณะอาการ การเจริญเติบโตช้า การเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้ออยู่ในขั้นต่ำและมีการตกเลือดที่ไตและลำไส้เล็ก ไขมันถูกใช้ได้ไม่เต็มที่ มีไขมันสะสมอยู่ในตับอ่อนมาก
แนวทางแก้ไข ใช้วิตามินโคลีนผสมอาหาร ในอัตราส่วน 1,500 กรัมต่ออาหาร 1,000 กิโลกรัม ให้ปลากิน






