การเพาะเลี้ยงสไปรูไลนา
สไปรูไลนา (Spirulina spp.) สไปรูลินา หรือสาหร่ายเกลียวทอง คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue-green algae) ที่มีขนาดเล็กจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นและเป็นแพลงก์ตอน สไปรูไลนาเป็นพืชที่ก่อกำเนิดมานานมีการพบฟอสซิลของมันซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุประมาณ 3.5 พันล้านปี สไปรูไลนาเป็นพืชชั้นต่ำ อยู่ใน Division Cyanophyta, Class Cyanophyceae, Order Oscillatoriales, Family Oscillatoriaceae เมื่อมันล่องลอยอยู่ในน้ำที่เราเพาะเลี้ยง เราจะเห็นน้ำเป็นสีเขียวเข้ม สไปรูไลนาอยู่ในครอบครัวเดียวกับสาหร่ายขนแมว (Oscillatoria spp.) เซลล์ ยังไม่มีนิวเคลียสหรือนิวเคลียสยังไม่มีเยื่อหุ้มสไปรูไลนาประกอบด้วยเซลล์รูปทรงกระบอกหลายเซลล์มาเรียงต่อกันเป็นเส้นสาย และบิดเป็น
เกลียว การบิดเป็นเกลียวเป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้สไปรูไลนาแตกต่างจากสาหร่ายขนแมว แต่การบิดเป็นเกลียวจะกลายเป็นเส้นตรงได้ภายใต้สภาวะบางอย่าง ทำให้สไปรูไลนาและสาหร่ายขนแมวคล้ายกันมาก ถ้าต้องการเห็นความแตกต่างต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงตั้งแต่ 400 เท่าขึ้นไป หรือวิเคราะห์ปริมาณแกมมาไลโนลินิกในเซลล์สไปรูไลนา ซึ่งจะเห็นสีเขียวสีเดียวและในสไปรูไลนาจะมีแกมมาไลโนลินิก
สไปรูไลนาเป็นพืชเขตร้อน พบได้ทั้งในทวีปอเมริกา อัฟริกา และเอเซีย มีหลายชนิด หลายสายพันธุ์ มีทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม แต่ส่วนใหญ่พบในน้ำจืด เจริญเติบโตดีในน้ำที่มีความเป็นด่างสูง ซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นเจริญเติบโตได้ค่อนข้างยาก สำหรับประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สไปรูไลนามีฟองอากาศอยู่ภายในเซลล์ (pseudovacuole) ทำให้มันลอยตัวได้เมื่ออยู่ในน้ำนิ่ง สไปรูไลนาสืบพันธุ์โดยการหักเป็นท่อนแล้วยาวต่อไป
เราจะพบสไปรูไลนาได้ง่ายในน้ำที่ค่อนข้างเสีย หรือในบ่อบำบัดน้ำเสีย เช่น บ่อบำบัดน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรมลำพูน บ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลเมืองสกลนคร บ่อบำบัดน้ำเสียเนื่องด้วยพระราชดำริที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี คลองเก้าเส้งที่จังหวัดสงขลา หรือบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตน้ำจืด
สไปรูไลนาเป็นชื่อเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นชื่อสกุลของมัน คือ Spirulina มีความหมายว่าเกลียว เพราะโดยปกติเซลล์ของสไปรูไลนาจะบิดเป็นเกลียว ส่วนชื่อ สาหร่ายเกลียวทองเป็นชื่อที่คุณเจียมจิตต์ บุญสม อดีตนักวิชาการของกรมประมง ซึ่งเป็นคนแรกที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสไปรูไลนาในประเทศไทยตั้งขึ้นโดยให้เหตุผลในการตั้งว่ามันมีลักษณะเป็นเกลียวและมีค่าดั่งทอง จึงตั้งชื่อว่า สาหร่ายเกลียวทอง แต่ต่อมาชื่อนี้จะมีปัญหาในทางการค้าและโฆษณา ซึ่งทางบริษัทกรีนไดมอนด์ จำกัด ของคุณเจียมจิตต์ได้จดลิขสิทธิ์ไว้แล้ว
ประโยชน์ของสไปรููไลนา
สไปรูไลนาเป็นสาหร่ายที่ชาวพื้นเมืองในทวีปอเมริกาและอัฟริกาใช้เป็นอาหารประจำวันมาเป็นเวลาหลายพันปี มีรายงานที่หาอ่านได้ว่า ที่ประเทศชาด (Chad) ซึ่งอยู่ใจกลางทะเลทรายสะฮารา ชาวพื้นเมืองเก็บสาหร่ายสไปรูไลนาจากทะเลสาบโจฮานน์ ซึ่งมีสไปรูไลนาขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ โดยช้อนด้วยตะกร้าที่สานด้วยกกนำไปตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ผสมกับแป้งสาลีทำขนมปัง ทำซุป หรือทำขนมหวาน สไปรูไลนา
เป็นอาหารโปรตีนอย่างเดียวของผู้คนในละแวกนั้น และยังเป็นอาหารหลักประจำวันมาจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เริ่มสนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสไปรูไลนาเมื่อ 40 ปีก่อน และพบว่าสไปรูไลนามีโปรตีนสูง ประกอบด้วยกรดอะมิโน 18 ชนิด มีไขมันต่ำ มีไวตามิน และเกลือแร่หลายชนิด และมีสารรงควัตถุหลายชนิด ในแง่ของอาหาร สไปรูไลนากลายเป็นอาหารมหัศจรรย์ เป็นอาหารธรรมชาติที่มีโปรตีน ไวตามิน เกลือ
แร่ และอื่นๆ อยู่ในสภาพสมดุลยิ่ง ย่อยได้ง่าย เป็นอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารพิษ ไม่เกิดผลข้างเคียงแม้จะกินในปริมาณมากหรือกินติดต่อกันเป็นเวลานาน ศาสตราจารย์ฮิโรชิ นากามูระ แห่งประเทศญี่ปุ่น แนะนำให้ใช้สไปรูไลนารักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหรือมีสภาวะต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. เหนื่อยง่าย และกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ
2. เป็นหวัดง่าย
3. กินผักสดหลากหลายชนิดได้ไม่เพียงพอ
4. วิงเวียนศีรษะอยู่เสมอ
5. ชอบหรือไม่ชอบอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดอาการขาดสารอาหาร
6. รู้สึกเจ็บถึงกระดูกแม้เมื่อกดเนื้อเบาๆ
7. ไม่กินอาหารเช้า
8. กำลังอดอาหารเพื่อลดความอ้วน
9. หญิงมีครรภ์
10. คนเพิ่งฟื้นไข้
นอกจากจะเป็นอาหารที่ดี สไปรูไลนายังช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด การทดลองใช้สไปรูไลนารักษาโรคในระยะแรกศึกษาโดยแพทย์ชาวญี่ปุ่น ในระยะต่อมาจึงมีการศึกษาโดยนักวิจัยในหลายประเทศ เช่น จีน อเมริกา อินเดีย รัสเซีย ฝรั่งเศส และเยอรมัน เป็นต้น มีรายงานว่าสารซัลโฟลิปิดและแคลเซียมสไปรูแลนหรือซัลเฟตโพลีแซคคาไรด์ในสไปรูไลนาสามารถต้านไวรัสได้ ส่วนเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีมากในสไปรูไลนา
พบว่าช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้ นอกจากจะใช้กับคน
สไปรูไลนายังนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แพะ วัว ควาย ไก่ นก หมู กุ้ง ปู ปลา หรือหอย นอกเหนือจากประโยชน์ทางอาหารและการรักษาโรค สไปรูไลนายังมีประโยชน์ด้านอื่นอีก เช่น สกัดไฟโคไซยานินในสไปรูไลนา ซึ่งให้สีน้ำเงิน หรือสีฟ้าไปใช้เป็นสีผสมอาหาร ยา หรือเครื่องสำอางได้และในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสามารถใช้สไปรูไลนาช่วยควบคุมคุณภาพของน้ำ รวมทั้งใช้บำบัดน้ำเสีย
ดร.ทาดายา ทาคิชิ แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และทันตแพทย์ศาสตร์แห่งชาติ โตเกียว พบว่าการให้คนไข้เบาหวานอาการค่อนข้างหนัก กินสไปรูไลนาควบคู่ไปกับการคุมอาหารอย่างเข้มงวดได้ผลดีในการรักษา ดังตารางข้างล่าง
ตาราง ระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน หลังจากรักษาด้วยการกินสไปรูไลนา 10 กรัม (แห้ง) ควบคู่กับการคุมอาหาร
|
|
ก่อนการ |
รักษาแล้ว |
รักษาแล้ว |
ค่าปกติ |
|
คนไข้รายที่ 1 |
|
|
|
|
|
ท้องว่าง |
128 |
116 |
96 |
(ต่ำกว่า 100) |
|
30 นาทีหลังอาหาร |
158 |
162 |
154 |
|
|
60 นาทีหลังอาหาร |
206 |
168 |
168 |
ต่ำกว่า 170 |
|
90 นาทีหลังอาหาร |
172 |
130 |
122 |
|
|
120 นาทีหลังอาหาร |
134 |
104 |
94 |
ต่ำกว่า 120 |
|
คนไข้รายที่ 2 |
|
|
|
|
|
ท้องว่าง |
176 |
122 |
102 |
(ต่ำกว่า 100) |
|
30 นาทีหลังอาหาร |
212 |
200 |
168 |
|
|
60 นาทีหลังอาหาร |
238 |
236 |
170 |
ต่ำกว่า 170 |
|
90 นาทีหลังอาหาร |
196 |
174 |
136 |
|
|
120 นาทีหลังอาหาร |
136 |
120 |
98 |
ต่ำกว่า 120 |
|
คนไข้รายที่ 3 |
|
|
|
|
|
ท้องว่าง |
212 |
172 |
180 |
(ต่ำกว่า 100) |
| 30 นาทีหลังอาหา | 266 |
194 |
206 |
|
| 60 นาทีหลังอาหาร | 354 |
226 |
198 |
ต่ำกว่า 170 |
| 90 นาทีหลังอาหาร | 360 |
202 |
180 |
|
| 120 นาทีหลังอาหาร | 380 |
178 |
146 |
ต่ำกว่า 120 |
ที่มา : เจียมจิตต์, 2535
|
|
ห้องปฏิบัติการ |
จีดี-1 |
ลินากรีน |
ภาควิชาชีววิทยา |
|
โปรตีน |
71.0 |
63.4 |
55.7 |
68.6 |
|
คาร์โบไฮเดรต |
- |
23.0 |
- |
13.0 |
|
ไขมัน |
- |
0.12 |
6-9 |
6.6 |
|
เถ้า |
9.0 |
6.40 |
- |
6.1 |
|
เส้นใยอาหาร |
0.9 |
1.90 |
2-4 |
7.4 |
|
พลังงาน (กิโลแคลอรี่/กรัม) |
- |
3.66 |
- |
5.31 |
เครื่องหมาย - แสดงว่าไม่ได้วิเคราะห์
ที่มา : ยุวดี , 2544
ตาราง กรดอะมิโนในสไปรูไลนาจากหลายแหล่งเลี้ยง (กรัม/100 กรัม น้ำหนักแห้ง)
|
กรดอะมิโน |
จีดี-1 บ.กรีนไดมอนด์ |
สาหร่ายฮอดทอง หจก. สงขลายอดทอง |
ภาควิชาชีววิทยา ม.เชียงใหม่ |
| ไอโซลิวซิน |
2.72 |
0.8 |
2.8 |
|
ลิวซีน |
4.82 |
2.06 |
4.81 |
|
ไลซีน |
2.59 |
1.06 |
2.07 |
|
เมทไธโอนิน |
1.06 |
0.5 |
1.16 |
|
ฟินิลอะลานีน |
2.91 |
0.99 |
2.20 |
|
ทรีโอนิน |
2.78 |
1.26 |
3.20 |
|
ทริปโตแฟน |
0.74 |
0.17 |
0.81 |
|
วาลีน |
2.99 |
0.13 |
2.81 |
|
อะลานิน |
4.20 |
2.17 |
3.63 |
|
อาร์จินิน |
3.79 |
1.53 |
4.17 |
|
แอสปาติกแอซิด |
5.18 |
2.59 |
5.77 |
|
ซีสตีน |
0.54 |
0.04 |
0.08 |
|
กลูตามิคแอซิด |
7.79 |
3.68 |
8.74 |
| ไกลซีน |
2.66 |
1.15 |
2.36 |
|
ฮิสติตีน |
0.82 |
0.67 |
0.81 |
|
โพลลีน |
2.16 |
1.03 |
1.82 |
|
ซีริน |
2.90 |
1.52 |
3.01 |
|
ไทโรชิน |
2.35 |
0.62 |
2.16 |
ตาราง เกลือแร่ในสไปรูไลนา (มิลลิกรัม/100 กรัมน้ำหนักแห้ง
|
จีดี-1 บ.กรีนไดมอนด์ |
ภาควิชาชีววิทยาม.เชียงใหม่ |
ยอดทอง หจก.ยอดทอง สงขลา | |
|
แคลเซียม |
75.09 |
1,230.12 |
187.00 |
|
ฟอสฟอรัส |
436.70 |
700.06 |
54.50 |
|
แมกนิเซียม |
216.97 |
390.04 |
247.67 |
|
แมงกานีส |
1.94 |
2.74 |
69.00 |
|
เหล็ก |
36.85 |
24.95 |
116.00 |
|
สังกะสี |
1.37 |
3.87 |
11.00 |
ตาราง วิตามินและสารรงควัตถุในสไปรูไลนา
|
ไบโอติน (เอช) |
เฉลี่ย |
0.4 |
มก./กก. |
|
ไซยาโนโคบาลามิน (บี 12) |
เฉลี่ย |
2.0 |
มก./กก. |
|
ดี แคลเซี่ยม แพนโตธิเนต |
เฉลี่ย |
11.0 |
มก./กก. |
|
กรดโฟลิก |
เฉลี่ย |
0.5 |
มก./กก. |
|
อิโนซิทอล |
เฉลี่ย |
350.0 |
มก./กก |
|
กรดนิโคตินิก (พีพี) |
เฉลี่ย |
118.0 |
มก./กก |
|
ไพรีดอกซีน (บี 6) |
เฉลี่ย |
3.0 |
มก./กก. |
|
ไรโบฟลาวิน (บี 2) |
เฉลี่ย |
40.0 |
มก./กก |
|
ไทอามีน (บี 1) |
เฉลี่ย |
55.0 |
มก./กก |
|
โทโคแรอล (อี) |
เฉลี่ย |
190.0 |
มก./กก |
|
คาโรทีนอยด์ |
4,000 |
มก./กก | |
|
คาโรทีน |
เฉลี่ย |
1,700 |
มก./กก. |
|
แซนโทฟลีส |
เฉลี่ย |
1,000 |
มก./กก |
|
คริพโตแซนทิน |
เฉลี่ย |
556 |
มก./กก |
|
อีคินีโนน |
เฉลี่ย |
439 |
มก./กก |
|
ซีแซนทิน |
เฉลี่ย |
316 |
มก./กก |
ที่มา : เจียมจิตต์, 2535
- ต่อไป
- ต่อไป >>






