การแบ่งชนิดของโรคที่เกิดกับสัตว์น้ำ
สามารถแบ่งชนิดของโรคออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ โรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อ
1.โรคติดเชื้อ เกิดจากเชื้อโรคชนิดที่รุนแรงและสามารถแพร่ระบาดต่อไปยังบ่อและฟาร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อโปรโตชัว เป็นต้น
1.1 โรคไวรัส เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เชื้อไวรัสประกอบด้วยสารพันธุกรรม(กรดนิวคลีอิค) ที่เป็น DNA หรือ RNA อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ภายใน และมีปลอกโปรตีน(Capsid) หุ้มอยู่ ซึ่งทำให้มีอนุภาคใหญ่ขึ้นและบางครั้งอาจมีเยื่อหุ้ม(Envelope) บางๆ มาหุ้มปลอกโปรตีนอีกครั้ง ไวรัสมักมีขนาด 10-300 นาโนเมตร
โครงสร้างของไวรัสมีดังนี้
- Capsid เป็นหน่วยย่อยของโครงสร้างโปรตีนที่เรียกว่า capsomere มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันกรดนิวคลีอิคจากการถูกทำลายด้วยสภาพทางกายภาพ สารเคมี และเอนไซม์ nuclease จากเซลล์ผู้ให้อาศัย
-
กรดนิวคลีอิค จะพบเฉพาะ DNA หรือ RNA อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น มี 4 แบบ คือ RNA แบบสายเดี่ยวและสายคู่ DNA แบบสายเดี่ยวและสายคู่
- Envelope เป็นเมมเบรนบางๆ ห่อหุ้มปลอกโปรตีนอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยสารพวกลิปิด โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต บทบาทสำคัญ คือ เป็นที่อยู่อาศัยของ spike หรือ peplomers หลายชนิดที่มีผลต่อการทำลายเซลล์ของผู้ให้อาศัย

ไวรัสมีการสืบพันธุ์โดยเพิ่มจำนวนในเซลล์สิ่งมีชีวิตเท่านั้น ไม่สามารถที่ดำรงชีวิตอยู่นอกเซลล์สิ่งมีชีวิต โดยเริ่มแรกไวรัสจะเข้าไปจัลบกับผิวเซลล์เฉพาะที่เรียกว่า receptor แล้วแทรกตัวเข้าไปในผนังเซลล์(Endocy tosis) และปล่อยสารพันธุกรรมเข้าไปขัดขวางการทำงานของสารพันธุกรรมของเซลล์ที่เข้าอาศัย ทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ และสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสจะบังคับให้สารพันธุกรรมของเซลล์สัตว์สร้างสารพันธุกรรมที่เหมือนของไวรัส เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัสตัวใหม่ เมื่อมีจำนวนมากขึ้นก็จะย่อยเซลล์นั้นออกมา เมื่อทำให้เซลล์ตายแล้วก็จะขยายเข้าทำลายเซลล์ข้างเคียง เมื่อเซลล์ตายเป็นจำนวนมากขึ้น การทำงานของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ก็จะเสียไป และสัตว์ก็จะตายในที่สุด
1.2 โรคแบคทีเรีย เชื้อแบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีโครงสร้างแบบง่ายๆ เป็นเซลล์ที่มีลักษณะแบบ Prokaryotic cell มีลักษณะโครงสร้างและสมบัติต่างๆ คล้ายกับพืชได้แก่ความสามารถในการสังเคราะห์ทำให้สามารถดำรงชีพแบบอิสระได้หลายชนิด การนำอาหาร(Food penetration) อยู่ในรูปของสารละลายเช่นเดียวกับพืช มีการแบ่งเซลล์แบบ binary fission แยกจากกันในแนวขวาง(transverse fission) และมักจะมีผนังเซลล์ ทำให้เซลล์คงรูปร่างอยู่ได้
แบคทีเรียมีรูปร่างได้หลายแบบ ปกติจำแนกแบคทีเรียตามรูปร่างได้ 3 แบบ ได้แก่
(1) ทรงกลม(Coccus) เป็นแบคทีเรียที่มีรูปกลมหรือรูปไข่ อาจอยู่เป็นเซลล์เดี่ยวหรือต่อกันเป็นสายโซ่
(2) ทรงกระบอก(Bacillus) เป็นรูปท่อน บางชนิดเป็นท่อนสั้นๆ บางชนิดเป็นท่อนยาว
(3) แบบเกลียว(Spirillusm) เป็นท่อนยาวหรือท่อนสั้น แต่จะโค้งงอ
1.3 เชื้อโปรโตซัว เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็ก ที่ต้องมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ มีทั้งพวกที่เข้าทำลายเนื้อเยื่อหรือเข้าทำลายอวัยวะภายใน และพวกที่เกาะอยู่ตามรยางค์หรือทำลายอวัยวะภายนอก พวกที่เกาะอยู่ภายนอกที่รู้จักกันดี คือ ซูโอแทมเนียม อีพิสไตลิส มักพบในบ่อที่อุดมไปด้วยสารอินทรีย์ จะไปเกาะตามรยางค์และเหงือก ไปขัดขวางการทำงานของระบบหายใจ ทำให้สัตว์น้ำอ่อนแอ ไม่ค่อยเคลื่อนที่และขาดออกซิเจนได้ง่าย
2.โรคไม่ติดเชื้อ เป็นโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเชื้อโรค ไม่มีการแพร่ระบาด มักเกิดขึ้นจากการขาดสารอาหาร ได้รับสารพิษ และเกิดจากสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เอง ได้แก่ โรคขาดวิตามินซี โรคขาดสารอาหาร เกลือแร่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้กุ้งเติบโตผิดปกติ โตช้า อ่อนแอ หรือเป็นโรคที่ปนเปื้อนมากับอาหาร เช่น เชื้อราก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษต่อสัตว์น้ำ หรือได้รับสารพิษจากสาหร่ายที่ผลิตสารพิษได้ เช่น สาหร่ายสีเขียวแกรมน้ำเงิน โรคเหงือกดำเป็นโรคที่เกิดจากสีน้ำในบ่อเข้มจัด มีปริมาณหนาแน่นเกินไป หรือได้รับสารพิษจากยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก ก๊าซพิษต่างๆ เช่น ก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซไข่เน่า เป็นต้น โรคที่เกิดจากสาเหตุเหล่านี้หากได้รับในปริมาณมาก กุ้งอาจตายได้อย่างเฉีบพลัน หากได้รับในปริมาณน้อยๆ ก็จะมีผลทำให้อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะตับและตับอ่อนจะค่อยๆ เสื่อมลง จนทำให้ตับวาย ตับฝ่อ และตายได้ในที่สุด





