โรคตัวแดงดวงขาว (White spot disease)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

 


 

         โรคตัวแดงดวงขาวเป็นโรคที่สำคัญที่สุดในกุ้งทะเล ประมาณกันว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา โรคนี้ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึงหนึ่งหมื่นล้านดอลล่าห์สหรัฐฯ ทั่วโลก และพบได้แทบทุกภูมิภาค ในหลายประเทศ (Wang et al., 1999; 2000) รวมถึงประเทศไทยก็พบโรคนี้เช่นกัน โรคนี้เป็นโรคที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้ง รวมถึงการค้าระหว่างประเทศอย่างมาก

 

สาเหตุ

 

         เกิดจากเชื้อไวรัสดวงขาว ที่เรียกว่า White Spot Syndrome Virus หรือ WSSV (Tang and Lightner, 2000) ซึ่งมีขนาด 130 x 350 นาโนเมตร (ขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาไวรัสกุ้ง) มี envelope รูปไข่ มีหางตรงปลายยอด nucleocapsid เป็นรูปแท่ง เป็นไวรัสที่มีดีเอ็นเอนสายคู่ สายดีเอ็นเอเป็นวง ขดเป็นเกลียว ขนาดประมาณ 305 Kb ไวรัสนี้เพิ่มจำนวนภายในนิวเคลียส ถูกทำลายได้ด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 120 นาทีหรือ 60 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 นาที เชื้อมีชีวิตอยู่ได้ในน้ำทะเลเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วันและอยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้งได้ 3 ถึง 4 วัน (Nunan and Lightner, 1997; Poulos et al., 2001)

 

การติดต่อ

 

         กุ้งติดเชื้อนี้ได้หลายทาง เช่น จากการกินกุ้ง หรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน เชื้อไวรัสนี้ผ่านไข่ไปยังกุ้งรุ่นต่อไปได้ กุ้งที่ไม่แสดงอาการก็แพร่เชื้อได้ และพบว่ากุ้งทุกระยะตั้งแต่ไข่จนถึงระยะพ่อแม่พันธุ์ป่วยเป็นโรคได้ นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อไวรัสดวงขาวก่อโรคในสัตว์หลายชนิดมากกว่า 50 สปีชีส์ เช่น ปู กุ้งน้ำจืด กุ้งมังกร และยังพบสัตว์พาหะนำโรคหลายชนิด เช่น อาร์ทีเมีย เป็นต้น ในปี พ.ศ. 2538 สำหรับในทวีปอเมริกา พบโรคดวงขาวครั้งแรกที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา จากกุ้ง Litopenaeus stylirostris หลังจากนั้นก็มีการแพร่ระบาดและทำความเสียหายมากทั้งใน L. stylirostris และกุ้งขาว L. vannamei ในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก บราซิล นอกจากนี้ยังพบไวรัสจากกุ้งที่จับได้จากธรรมชาติ รวมทั้งเคยพบในสัตว์จำพวกกุ้งน้ำจืด crayfish จากสวนสัตว์อีกด้วย และที่น่าเป็นห่วงมากน่าจะเป็นการตรวจพบเชื้อ WSSV จากกุ้งแช่แข็งนำเข้าที่มีต้นกำเนิดมาจากหลายประเทศ สำหรับกุ้งสดและกุ้งระยะพีหรือกุ้งพ่อแม่พันธุ์ก็อาจพบเชื้อได้เช่นกัน (Durand et al., 2003)

 

อาการ

 

         ที่สำคัญที่สุด คือ อัตราการตายสูงถึง 100 เปอร์เซนต์ ภายในเวลาเพียง 3 วันหลังติดเชื้อ ส่วนอาการอื่นๆ ได้แก่ การกินอาหารลดลงฉับพลัน ตัวกุ้งมีสีแดง ซึ่งพบได้ในกุ้งกุลาดำ กุ้งขาววานนาไม และเปลือกกุ้งอ่อน ลอกหลุดง่าย และมีจุดหรือดวงขาว ขนาดตั้งแต่ 0.5 ถึง 2 มิลลิเมตร บริเวณใต้เปลือกชั้นคิวติเคิล (ในกุ้งที่มีถิ่นกำเนิดจากซีกโลกตะวันตก ไม่ค่อยพบอาการดวงขาว) รอยโรคที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า คือ อาการตัวแดงดวงขาว ดังได้กล่าวมาแล้ว

 

พยาธิวิทยา

 

         เมื่อตรวจด้วยวิธี wet mount พบนิวเคลียสของเซลล์ขยายใหญ่ (hypertrophied nuclei) จากเนื้อเยื่อบดของเหงือกหรือจากเซลล์เยื่อบุคิวติเคิลต่างๆ ซึ่งมองเห็นได้ทั้งจากตัวอย่างที่ย้อมและไม่ย้อมสี สำหรับตัวอย่างดองแล้วย้อมสี พบรอยโรคสำคัญทางจุลพยาธิวิทยา คือ pathognomonic intranuclear inclusion bodies ในอวัยวะเป้าหมายหลายอวัยวะ โดยเฉพาะที่เยื่อบุคิวติเคิล (cuticular epithelium) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้คิวติเคิล (subcuticular connective tissues) เช่น เนื้อเยื่อกระเพาะอาหาร เนื้อเยื่อฮีมาโตปอยอีติก(hematopoietic tissue) เหงือก ต่อมแอนเทนนัล อวัยวะลิมฟอยด์ (lymphoid organ) และเซลล์ใต้ carapace ทั่วไป เช่นที่แพนหาง (uropod)

 

การควบคุมและป้องกัน

 

         โรคนี้ไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผล หากพบว่ากุ้งป่วยเป็นโรคนี้ ต้องคัดทิ้งทั้งบ่อ สำหรับมาตรการการจัดการโรคดวงขาวนั้น อาจปฏิบัติได้ดังนี้

 

         1) การเพิ่มความปลอดภัยทางชีวภาพภายในฟาร์ม ได้แก่ การบำบัดน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้ง เพื่อกำจัดหรือทำลายพาหะตามธรรมชาติ การลดความหนาแน่นในการเลี้ยงลง

 

         2) การเลี้ยงกุ้งปลอดเชื้อ (WSSV-free)

 

         3) การเพิ่มอุณหภูมิน้ำให้สงขึ้น มีรายงานว่า อุณหภูมิน้ำเป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งที่มีผลทำให้เชื้อไวรัสดวงขาวลดการเพิ่มจำนวนได้ โดยมีการแนะนำให้เกษตรกรในหลายประเทศในทวีปอเมริกาลดการทำฟาร์มกุ้งลงในช่วงฤดูหนาว รวมทั้งมีการใช้เรือนกระจก (greenhouse) หรือโรงเลี้ยงแบบปิด

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates