โรคหัวเหลือง (Yellow head disease, YHD)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

กุ้งกุลาดำที่เป็นโรคหัวเหลือง 

 

โรคหัวเหลือง ทำความเสียหายแก่ผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำตั้งแต่ปี 2533 ในเขตพื้นที่สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง และในปี 2534 ทำความเสียหายอย่างรุนแรงในจังหวัดฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด และบางจังหวัดในเขตภาคใต้จนกระทั่งปี 2536 ทุกจังหวัดที่มีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในขณะนั้นมีรายงานการเกิดโรคหัวเหลือง โรคชนิดนี้เรียกตามลักษณะของกุ้งที่ป่วยซึ่งมักจะอยู่ตามริมขอบบ่อลำตัวกุ้ง มีสีซีด มองเห็นส่วนหัวมีสีเหลือง เนื่องจากตับและตับอ่อน ( hepatopancreas ) มีสีซีดเหลือง กุ้งที่เป็นโรคหัวเหลือง จะมีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กอายุ 25 วันขึ้นไป จนถึงประมาณ 70 วัน โดยโรคหัวเหลืองที่เกิดกับกุ้งอายุ 25-35 วัน มีลักษณะคล้ายกับโรคตายเดือนแต่ความรุนแรงจะมากกว่า คือ โรคตายเดือนเมื่อให้กินยาปฏิชีวนะร่วมกับการจัดการเรื่องคุณภาพน้ำและพื้นบ่อให้ดีขึ้น มักจะแก้ปัญหาได้ แต่กุ้งที่เป็นโรคหัวเหลืองนั้นพบว่ากุ้งตายอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลา 2-3 วัน กุ้งจะตายหมดบ่อ

 

สำหรับโรคหัวเหลืองที่เกิดกับกุ้งอายุประมาณ 50-70 วัน ก่อนที่จะเริ่มมีกุ้งตาย การกินอาหารจะเพิ่มขึ้นมาก ติดต่อกันหลายวัน หลังจากเริ่มพบมีกุ้งตาย อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลา 2-3 วัน กุ้งจะตายหมดบ่อ เมื่อเปรียบเทียบความรุนแรงของโรคที่ทำให้เกิดความเสียหายในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำทุกชนิด พบว่าโรคหัวเหลืองทำให้กุ้งตายรวดเร็วและรุนแรงมากที่สุด และการแพร่กระจายในพื้นที่การเลี้ยงแต่ละแหล่งจะรวดเร็วมาก ในระยะแรกๆ ที่มีการเลี้ยงกุ้งโดยใช้ระบบเปิดถ่ายน้ำบ่อยๆ แต่หลังจากมีการดัดแปลงการเลี้ยงกุ้งมาเป็นระบบถ่ายน้ำน้อยลง หรือใช้ระบบปิดแบบน้ำหมุนเวียน ทำให้การแพร่กระจายของโรคหัวเหลืองลดความรุนแรงลงไป การแพร่กระจายไม่กว้างขวางมาก เหมือนยุคแรกๆ

 

สาเหตุและการวินิจฉัยโรค

 

สาเหตุของโรค เกิดจาก ssRNA, rod shaped, enveloped, cytoplasmic virus เชื้อไวรัสหัวเหลือง (Yellow head ; YHV) นั้นเป็นอาร์เอ็นเอไวรัส ( RNA ) เชื้อมีขนาดความยาว 150-200 นาโนเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 45-50 นาโนเมตร สามารถติดเชื้อได้บริเวณเหงือกต่อมน้ำเหลือง อวัยวะสร้างเม็ดเลือด และเม็ดเลือด พยาธิสภาพของกุ้งที่เป็นโรคหัวเหลืองจะทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อและเซลล์ในอวัยวะต่างๆ

 

เชื้อไวรัสหัวเหลืองขยาย 66,000 เท่า 

 

การวินิจฉัยโรค สามารถตรวจย้อมเม็ดเลือดประกอบกับการดูอาการและอัตราการตายที่เกิดขึ้น เมื่อวิเคราะห์ปัญหาการเกิดโรคหัวเหลืองในปัจจุบันในพื้นที่ต่างๆ พบว่าบ่อที่มีกุ้งเป็นโรคนี้มีการเตรียมสีน้ำไม่ดี หรือมีปัญหาสีน้ำล้มบ่อยในระยะแรก มีการให้อาหารค่อนข้างมากในระยะเดือนแรก โดยเฉพาะพื้นบ่อมักจะมีปัญหาจากแพลงก์ตอนที่ตายลงไปเคลือบพื้นบ่อและบ่อที่มีเลนกระจายและเน่ามาก โดยเฉพาะบ่อที่เป็นดินร่วน และดินทรายมีโอกาสเกิดโรคสูงกว่าบ่อที่พื้นแข็งและเลนรวมอย่างดี แหล่งเลี้ยงที่มีบ่อเลี้ยงหนาแน่นแต่ใช้แหล่งน้ำหรือน้ำจากคลองขนาดเล็กร่วมกันมีโอกาสเกิดโรคหัวเหลืองสูงกว่าบริเวณที่มีพื้นที่การเลี้ยงไม่หนาแน่นมาก

 

การป้องกันโรคหัวเหลือง

 

ในพื้นที่ๆ มีการระบาดของโรคหัวเหลือง และการเลี้ยงรุ่นที่ผ่านมามีกุ้งเป็นโรคภายในฟาร์มด้วยควรจะต้องมี การฆ่าเชื้อ หรือทรีตน้ำ เพื่อกำจัดพาหะต่างๆ ได้แก่ กุ้ง และปู ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส และเป็นพาหนะนำเชื้อได้ โดยใช้คลอรีนผงหรือสารกำจัดพาหะถ้าไม่ใช้สารเคมีฆ่าเชื้อในน้ำหรือกำจัดพาหะ จะต้องมีการพักน้ำเป็นเวลานานในบ่อพักน้ำ และใช้การกรองอย่างดี เมื่อมีการสูบน้ำเข้าไปเตรียมน้ำในบ่อที่จะเลี้ยง เพื่อไม่ให้กุ้ง และปูที่อาศัยในบ่อพักน้ำติดเข้าไปในบ่อเลี้ยง

 

ใช้ระบบปิดหรือถ่ายน้ำน้อยลงโดยใช้การเติมน้ำจากบ่อพักน้ำที่เก็บไว้เป็นเวลานานแล้ว ระบบการให้อากาศจะต้องเพียงพอที่จะรักษาปริมาณออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่สูงและเหมาะสมตลอดเวลา ควบคุมสีน้ำ และพีเอชให้นิ่งมากที่สุดหรืออย่าแกว่งมาก จะทำให้กุ้งไม่เครียดมากโอกาสเกิดโรคน้อยลง

 

การวินิจฉัยโรคหัวเหลือง

 

สังเกตอัตราการตายของกุ้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าโร

คชนิดอื่น ตัวกุ้งมีสีซีด หัวมีสีเหลือง แต่ถ้าต้องการความแน่นอนในการวินิจฉัยโรค โดยการนำกุ้งที่เริ่มเกาะขอบบ่อ แต่ยังไม่ตายให้นักวิชาการตรวจโดยการย้อมสีดูการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือด

 

วิธีการตรวจกุ้งที่ติดไวรัสหัวเหลือง

 

1. การวินิจฉัยทางโลหิตวิทยา

 

การทำ Haemolymph smear และย้อมสีดูลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เม็ดเลือดเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถตรวจสอบโรคติดเชื้อไวรัสหัวเหลือง (YHV) ในระยะรุนแรงหรือระยะสุดท้ายของการติดเชื้อได้ เม็ดเลือดกุ้งที่ติดเชื้อไวรัสหัวเหลือง จะทำให้นิวเคลียสติดสีเข้ม เม็ดเลือดหดตัวเล็กลงสามารถตรวจพบลักษณะการแตกตัวของนิวเคลียส (karyorrhexis) และการสลายตัวของนิวเคลียส ( karyolysis ) ได้ชัดเจน โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ธรรมดาที่มีกำลังขยายของ objective lens 40-100 x

 

เม็ดเลือดของกุ้งกุลาดำที่เป็นโรคหัวเหลือง 

 

  • อุปกรณ์

 

1. ตัวอย่างกุ้งกุลาดำที่ป่วย

 

2. เข็มฉีดยาไซริงก์พลาสติก 1 ml และเข็มเบอร์ 20 G ขน

าด 1/2 นิ้ว

 

3. 10% ฟอร์มาลินที่เตรียมในน้ำทะเลสะอาด

 

4. สไลด์

 

5. สีย้อม Giemsa หรือ Quick Dip

 

  • วิธีการ

 

1. เจาะเลือดกุ้งผสมกับ 10% ฟอร์มาลิน ในน้ำทะเลในอัตราส่วน 1 : 9 ผสมให้เข้ากันดี

 

2. สเมียร์บนสไลด์สะอาด

 

3. วางทิ้งให้แห้ง

 

4. ย้อมด้วย Giemsa หรือ Quick Dip

 

5. สังเกตภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ผลการตรวจสอบ

 

นิวเคลียสของกุ้งกุลาดำที่ติดเชื้อโรคหัวเหลือง 

 

- เม็ดเลือดปกติจะเห็นไซโตพลาสซึมใสติดสีแดงจางๆ นิวเคลียสติดสีน้ำเงินมีขอบเขตชัดเจน

 

- เม็ดเลือดที่ติดเชื้อหัวเหลือง เซลล์จะหดตัวเล็กลง นิวเคลียสจะหดตัวติดสีเข้ม บางครั้งพบการแตกตัว ของนิวเคลียส

 

  • การเตรียมสารเคมี

 

1. Modified Davidson Fixative หรือ HCI Davidson Fi

xative

 

- 50 % HCI 115 ml

 

- 95 % Ethyl alcohol 330 ml

 

- 100 % Formalin(Formaldehyde 37-39 %) 220 ml

 

- น้ำกลั่นที่อุณหภูมิห้อง 335 ml

 

2. สี Haematoxylin crystals

 

- Hematoxylin crystals 1.0 gm

 

- Sodium iodate 0.8 gm

 

- Potassium aluminium sulfate 200.0 gm

 

- Citric acid 1.0 gm

 

- Chloral hydrate 200.0 gm

 

- น้ำกลั่น 2,000.0 ml

 

ละลาย alum ในน้ำแล้วเติม haematoxylin ที่ละลายแล้วลงไปผสมให้เข้ากันแล้วเติม sodium iodate, citric acid, และ chloral hydrate ตามลำดับ เมื่อผสมเข้ากันดีแล้วจะได้สีม่วงอมแดง ควรเก็บไว้ 1 สัปดาห์ ก่อนนำไปใช้

 

3. สี Eosin 0.3%

 

- Eosin Y 0.9 gm

 

- 35 % ethyl alcohol 300 ml

 

- glacial acetic acid 1.5 ml

 

การวินิจฉัยโรคหัวเหลืองแบบง่ายๆ และได้ผลเร็ว อีกวิธีหนึ่งคือ

 

เหงือกกุ้งกุลาดำที่เป็นโรคหัวเหลือง

 

การนำเหงือกกุ้งมาย้อมสีฮีมาทอกซิลินและอีโอซิน ( Haematoxylin and Eosin ) โดยนำกุ้งป่วยที่แสดง อาการเป็นโรคแต่ยังไม่ตายมาตัดเหงือก 3-4 แถว แล้วดองในน้ำยาเดวิดสัน (Davidson) ที่มีการดัดแปลงโดย ดร.ทิม เฟลเกล ( HCI Davidson's fixative หรือ Modified Davidson's fixative ) โดยใช้กรดเกลือ แทนกรดอะซิติก ดองตัวอย่างนาน 1-2 ชั่วโมง แล้วนำตัวอย่างไปย้อมสีตามขั้นตอนดังนี้

 

1. นำตัวอย่างที่ผ่านการดองด้วยน้ำยา HCI Davidson's fixative ซึ่งได้แช่ไว้ใน eppendorf tube ล้างน้ำประปานาน 15 นาที โดยใช้ผ้าก๊อซปิดที่ปาก eppendoft tube ไว้

 

2. เทน้ำออก เติมสี Haematoxylin แช่ทิ้งไว้ 10 นาที, เทออก

 

3. ล้างน้ำประปานาน 15 นาที

 

4. ใส่ eosin ทิ้งไว้ 1 นาที, เทออก

 

5. ใส่ 50 % ethanol ทิ้งไว้ 1 นาที, เทออก

 

6. ใส่ 70 % ethanol ทิ้งไว้ 1 นาที, เทออก

 

7. ใส่ 95 % ethanol ทิ้งไว้ 1 นาที, เทออก แล้วทำซ้ำอีกครั้ง

 

8. ใส่ 100 % ethanol ทิ้งไว้ 1 นาที, เทออก แล้วทำซ้ำอีกครั้ง

 

9. ใส่ xylene ทิ้งไว้ 30 วินาที, ทำซ้ำอีกครั้ง นำเนื้อเยื่อเหงือกไป mount บนสไลด์ส่องกล้องจุลทรรศน์

ผลการตรวจสอบ กุ้งที่ติดเชื้อไวรัสหัวเหลือง จะพบ inclusion bodies มีลักษณะกลม ติดสีน้ำเงินเข้มอยู่ กลางเซลล์

 

ส่วนการวินิจฉัยอย่างละเอียดจะนำชิ้นส่วนอวัยวะเช่นเหงือกและต่อมน้ำเหลือง (lymphoid organ) ไปดอง ในน้ำยาเดวิดสัน และผ่านกระบวนการเตรียมเนื้อเยื่อเพื่อศึกษาทางพยาธิสภาพโดยฝังตัวอย่างในขี้ผึ้ง (paraffin) และตัดด้วยไมโครโตม (microtome) ความหนา 4-5 ไมครอน และนำไปย้อมสีเช่นเดียวกับวิธีย้อมเหงือกตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates