โรคทอร่าซินโดรม Taura Syndr(ome; TS)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
กุ้งขาวเป็นโรคทอร่าซินโดม 
 
Taura Syndrome Virus (TSV) อยู่ในกลุ่ม Picornaviridae เป็น RNA ไวรัส สามารถก่อโรคในกุ้ง Penaeid หลายชนิดของอเมริกา และก่อโรคมากที่สุดในกุ้ง Penaeus vannamei นอกจากนั้นพบใน P. stylirostris และ P. Setiferus จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการสามารถทำให้เกิดโรคในลูกกุ้งระยะ PL และกุ้งวัยรุ่นของ P. schmittii, P.aztecus, P. duorarum, P. chinensis, P. monodon และ P. japonicus


การแพร่กระจาย

 

พบครั้งแรกในแม่น้ำ Taura ประเทศ Ecuador ปี 1992 ต่อมาได้ระบาดไปยังแหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้งในลาตินอเมริกา รวมถึงฮาวายและบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงในประเทศ Columbia, Costa Rica, El Salvador, Guatemala, Ho nduras, Mexico, Nicaragua, Panama และ PeruTSV ยังสร้างปัญหาให้แก่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งในฝั่งทะเล Atlantic หลายประเทศได้แก่ Brazil, Belize, Columbia, Mexico และ Venezuela รวมถึงเขตตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาในรัฐ Florida, Carolina และ Texas ซึ่งมีผลทำให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งใน Florida และ Belize เสียหายอย่างราบคาบทั้งประเทศ  สำหรับในเขตเอเชียพบในใต้หวัน และบางจังหวัดของจีนซึ่งรายงานว่าติดมาแพร่กระจายโดยการนำเข้ากุ้ง P. vannamei จากอเมริกากลาง

 

ลักษณะอาการของโรค

 

Taura Syndrome Virus จะเกิดกับกุ้งในระยะโพสลาร์วา (PL) ของ P. vannamei ในช่วง 14-40 วัน หลังจากลูกกุ้งลงอยู่ในบ่อเลี้ยง แต่บางกรณีก็จะเกิดในกุ้งระยะโตกว่านี้ได้


ลักษณะอาการที่สังเกตได้ชัดเจน แบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่

 

1. ระยะติดเชื้อรุนแรง เป็นระยะที่มีการติดเชื้อในเนื้อเยื่อชั้นนอกอย่างรุนแรง ทำให้กุ้งตายในปริมาณสูง 40-90%

 

2. ระยะการับเชื้อผ่าน เป็นระยะที่ไวรัสผ่านเข้าสู่ Lymphoid organ ของกุ้งที่รอดตายจากระยะแรก เป็นเวลา 2-3 วัน ถ้าเชื้อสะสมมากกุ้งจะทยอยตายไปเรื่อยๆ


3. ระยะติดเชื้อแบบเรื้อรัง คือ กุ้งที่รอดตายจากการติดเชื้อระยะ 1 และ ผ่านระยะ 2 จนถึงระยะ 3 จะเป็นตัวเชื้อ carrier ไปสู่ตัวอื่นๆ ทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว

 

การสังเกตลักษณะอาการภายนอก


PL-กุ้งวัยรุ่น


จะสังเกตเห็นชัดเจนโดยลำตัวมีสีชมภูแดง โดยเฉพาะบริเวณแพนหาง และรยางค์ขาทั้งหมดซึ่งมักถูกเรียกว่าโรคหางแดง ( red tail disease ) เมื่อนำไปดูด้วยกล้องจุลทัศน์จะเห็นปลายรยางค์เริ่มมีอากากร่อนและเน่า อาการประกอบอื่นๆ คือ เปลือกนิ่ม ลำไส้ ไม่มีอาหารและจะตายเมื่อกุ้งลอกคราบ กุ้งป่วยที่ยังว่ายน้ำได้จะเริ่มเข้าขอบบ่อ ระยะนี้จะสังเกตเห็นนกบินโฉบ ตามบ่อที่เกิดโรค หรือบริเวณที่โรคระบาด (โดยเฉพาะกุ้งป่วยมีขนาดน้ำหนักมากกว่า 1 กรัม)

 

 


ระยะที่ 2

 

ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน กุ้งที่รอดตายจากระยะที่ 1 บริเวณเปลือกกุ้งจะมีจุดแผลน้ำตาลดำปรากฎให้เห็นประปราย กุ้งที่มีแผลอาจจะมีเปลือกนิ่มหรือเปลือกแข็งปกติดีและอาจไม่แสดงลักษณะลำตัวสีแดงหรือหางแดง บางตัวยังกินอาหารได้ตามปกติด ซึ่งจะรอดไปถึงระยะที่ 3

 

กุ้งเป็นโรคทอร่าซินโดม 

 

ระยะที่ 3

 

เป็นกุ้งที่รอดตายจากระยะที่ 1 และ 2 บางตัวอาจจะมีแผลจุดดำตามเปลือก จนกว่าจะลอกคราบและหายไปแต่ยังมีเชื้อ TSV อยู่ในตัวและกลายเป็นตัวนำโรคให้แพร่กระจายได้


การวินิจฉัยยืนยัน


ตรวจด้วย RT-PC R (เป็นวิธีที่ให้บริการแล้วและใช้เวลาสั้น แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก)


การป้องกันและควบคุมโรค TSV


1. ใช้ลูกกุ้งที่ผลิตมาจากพ่อแม่พันธุ์ที่ผ่านการับรองว่าปลอดเชื้อและคัดเลือกพันธุ์แบบปลอด TSV เท่านั้น โดยการนำเข้าจะต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้


2. ตรวจสอบการมีเชื้อในลูกกุ้งโดยสุ่มตัวอย่างไปตรวจ RT-PCR ก่อนลงเลี้ยง

 

3. ถ้าเกิดโรคในบ่อระยะกุ้งขึ้นเกยขอบรีบคัดขึ้นมาทำลายด้วยความร้อนในหมดทุกวัน กุ้งที่เหลือเมื่อจับขายหมดบ่อ ต้องเข้มงวดในการบำบัดน้ำและดินพร้อมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ทุกชนิดในบ่อก่อนลงกุ้งรุ่นต่อไป โดยการใช้คลอรีน/แล้วตากแดดให้แห้งอย่างน้อย 3-4 วัน

 

4. หากมีการใช้บริการ กลุ่มรับจับกุ้งจากผู้มีฝีมือการจับ ให้บำบัดเครื่องมือเครื่องใช้รวมถึงอุปกรณ์และบุคลากรให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อโรคติดค้างอยู่ก่อนที่จะนำลงไปในบ่อ

 

5. ในกรณีที่ไม่มีบ่อพักน้ำ การนำน้ำจากคูคลองธรรมชาติเข้าบ่อโดยตรงให้สังเกตและสอบถามบ่อข้างเคียงหรือบ่อที่อยู่ต้นน้ำว่ามีการเกิดโรคหรือไม่ เมื่อปลอดภัยดีแล้วจึงนำน้ำเข้าบ่อได้ และควรกรองน้ำที่จะเข้าบ่อด้วย

 

6. ลงลูกกุ้งด้วยความหนาแน่นที่เหมาะสมกับศักยภาพของบ่อและเครื่องมืออุปกรณ์ มีการดูแลจัดการที่ดีตลอดระยะการเลี้ยง

 

7. เมื่อสงสัยว่ากุ้งในบ่อเป็นโรคให้รีบแจ้งศูนย์ฯ, สถานีฯ, ประมงจังหวัด หรือหน่วยประมงเคลื่อนที่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้ทราบโดยเร็ว เพื่อการช่วยเหลือด้านวิชาการ และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส TSV


วิธีการสังเกตอาการผิดปกติของกุ้งป่วยที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อโรค

 

ในระหว่างการตรวจสอบปริมาณอาหารในยอควรตรวจดูลักษณะหรืออาการผิดปกติของกุ้งในยอควบคู่กันไปด้วย ซึ่งอาจสังเกตได้จาก

 
1. ผิดตัว กุ้งที่เริ่มป่วยหรือกำลังป่วยผิวตัวหรือเปลือกอาจมีสีเข้มหรือซีดกว่าปกติ ผิวด้าน ไม่มันเงามีรอยสึกกร่อนหรือมีสิ่งแปลกปลอมเป็นคราบสกปรกเกาะตามเปลือกเป็นหย่อมๆ หรือตลอดลำตัว มีจุดหรือดวงขาวประปรายตามเปลือกคลุมลำตัวและส่วนหัว

 
2. แพนหาง กุ้งที่อ่อนแอแพนหางจะหุบลงไม่คลี่แผ่ออกเหมือนกุ้งปกติทั่วไป เมื่อบีบบริเวณโคนหางเบาๆ แพนหางจะกางออกเล็กน้อยเท่านั้น หางอาจมีการบวมน้ำ สึกกร่อนและดำคล้ำหรือแดงผิดปกติ

 

3. ลำไส้ กุ้งเริ่มป่วยจะกินอาหารน้อยลง และเมื่อป่วยมากจะไม่กินอาหาร สังเกตได้ว่าในลำไส้ของกุ้งป่วยมีอาหารไม่เต็มหรือไม่มีอาหารเลย หรือมีแต่น้ำใสๆ หรือขี้ขาวผิดปกติ

 

4. เหงือก ความผิดปกติของเหงือกอาจสังเกตได้จากสีของเหงือกที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสีต่างๆ เช่น สีเหลือง ส้ม น้ำตาล แดง หรือดำ หรือมีลักษณะกร่อนเน่าเปื่อยหรือบวมน้ำ เป็นต้น

 

5. รยางค์ ตามยางค์ต่างๆ เช่น ขาว่ายน้ำ ขาเดิน กรี และแพนหางให้สังเกตว่ามีรอยฉีกขาด รอยสึกกร่อน หรือมีคราบสกปรกจับตามรยางค์หรือไม่

 

6. ตับและตับอ่อน อาจสังเกตได้จากการมองทะลุเปลือกหุ้มส่วนหัว หรือเปิดเปลือกหุ้มส่วนหัวออกแล้วดูว่าสีและขนาดของตับและตับอ่อนผิดปกติไปหรือไม่ ตับและตับอ่อนของกุ้งป่วยอาจมีลักษณะลีบเล็กสีคล้ำลง หรือบวมและมีสีซีดกว่าปกติ หรือมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน

 

7. กุ้งที่ติดเชื้อแบคทีเรียจะทยอยตายไปเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้จัดการสภาพแวดล้อมในบ่อให้ดีขึ้น กุ้งจะเพิ่มอัตราการตายมากขึ้น เมื่อจัดการคุณภาพน้ำดีขึ้นแล้ว กุ้งอาจจะหายป่วยได้ หากยังมีอาการไม่ดีและจำเป็นใช้ยาปฏิชีวนะให้ใช้ยาที่อนุญาต และศึกษาวิธีการใช้อย่างเคร่งครัด


8. กุ้งที่ติดเชื้อไวรัส เมื่อปรากฎอาการให้เห็นชัดเจนแล้ว จะมีอัตราการตายสูงอย่างรวดเร็ว ภายใน 3-5 วัน สำหรับกุ้งมีภูมิต้านทานดีอาจจะชะลออัตราการตายออกไปถึง 2 สัปดาห์

 

การจัดการคุณภาพน้ำและดินจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากไม่มีโรคแทรกซ้อน หากเลยระยะนี้ 2 สัปดาห์ไปแล้ว แสดงว่า การจัดการได้ผลและกุ้งมีภูมิต้านทานเชื้อโรคได้ แต่อาจจะยังมีเชื้อไวรัสแฝงอยู่ในตัวกุ้งให้ควบคุมการแพร่กระจายโรคในระหว่างการถ่ายเทน้ำและการจับกุ้งตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น





 

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates