โรคทอร่าซินโดรม Taura Syndr(ome; TS)
การแพร่กระจาย
ลักษณะอาการของโรค
ลักษณะอาการที่สังเกตได้ชัดเจน แบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่
2. ระยะการับเชื้อผ่าน เป็นระยะที่ไวรัสผ่านเข้าสู่ Lymphoid organ ของกุ้งที่รอดตายจากระยะแรก เป็นเวลา 2-3 วัน ถ้าเชื้อสะสมมากกุ้งจะทยอยตายไปเรื่อยๆ
3. ระยะติดเชื้อแบบเรื้อรัง คือ กุ้งที่รอดตายจากการติดเชื้อระยะ 1 และ ผ่านระยะ 2 จนถึงระยะ 3 จะเป็นตัวเชื้อ carrier ไปสู่ตัวอื่นๆ ทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว
การสังเกตลักษณะอาการภายนอก
PL-กุ้งวัยรุ่น
จะสังเกตเห็นชัดเจนโดยลำตัวมีสีชมภูแดง โดยเฉพาะบริเวณแพนหาง และรยางค์ขาทั้งหมดซึ่งมักถูกเรียกว่าโรคหางแดง ( red tail disease ) เมื่อนำไปดูด้วยกล้องจุลทัศน์จะเห็นปลายรยางค์เริ่มมีอากากร่อนและเน่า อาการประกอบอื่นๆ คือ เปลือกนิ่ม ลำไส้ ไม่มีอาหารและจะตายเมื่อกุ้งลอกคราบ กุ้งป่วยที่ยังว่ายน้ำได้จะเริ่มเข้าขอบบ่อ ระยะนี้จะสังเกตเห็นนกบินโฉบ ตามบ่อที่เกิดโรค หรือบริเวณที่โรคระบาด (โดยเฉพาะกุ้งป่วยมีขนาดน้ำหนักมากกว่า 1 กรัม)
ระยะที่ 2
ระยะที่ 3
การวินิจฉัยยืนยัน
ตรวจด้วย RT-PC R (เป็นวิธีที่ให้บริการแล้วและใช้เวลาสั้น แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก)
การป้องกันและควบคุมโรค TSV
1. ใช้ลูกกุ้งที่ผลิตมาจากพ่อแม่พันธุ์ที่ผ่านการับรองว่าปลอดเชื้อและคัดเลือกพันธุ์แบบปลอด TSV เท่านั้น โดยการนำเข้าจะต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้
2. ตรวจสอบการมีเชื้อในลูกกุ้งโดยสุ่มตัวอย่างไปตรวจ RT-PCR ก่อนลงเลี้ยง
4. หากมีการใช้บริการ กลุ่มรับจับกุ้งจากผู้มีฝีมือการจับ ให้บำบัดเครื่องมือเครื่องใช้รวมถึงอุปกรณ์และบุคลากรให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อโรคติดค้างอยู่ก่อนที่จะนำลงไปในบ่อ
5. ในกรณีที่ไม่มีบ่อพักน้ำ การนำน้ำจากคูคลองธรรมชาติเข้าบ่อโดยตรงให้สังเกตและสอบถามบ่อข้างเคียงหรือบ่อที่อยู่ต้นน้ำว่ามีการเกิดโรคหรือไม่ เมื่อปลอดภัยดีแล้วจึงนำน้ำเข้าบ่อได้ และควรกรองน้ำที่จะเข้าบ่อด้วย
7. เมื่อสงสัยว่ากุ้งในบ่อเป็นโรคให้รีบแจ้งศูนย์ฯ, สถานีฯ, ประมงจังหวัด หรือหน่วยประมงเคลื่อนที่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้ทราบโดยเร็ว เพื่อการช่วยเหลือด้านวิชาการ และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส TSV
วิธีการสังเกตอาการผิดปกติของกุ้งป่วยที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อโรค
3. ลำไส้ กุ้งเริ่มป่วยจะกินอาหารน้อยลง และเมื่อป่วยมากจะไม่กินอาหาร สังเกตได้ว่าในลำไส้ของกุ้งป่วยมีอาหารไม่เต็มหรือไม่มีอาหารเลย หรือมีแต่น้ำใสๆ หรือขี้ขาวผิดปกติ
6. ตับและตับอ่อน อาจสังเกตได้จากการมองทะลุเปลือกหุ้มส่วนหัว หรือเปิดเปลือกหุ้มส่วนหัวออกแล้วดูว่าสีและขนาดของตับและตับอ่อนผิดปกติไปหรือไม่ ตับและตับอ่อนของกุ้งป่วยอาจมีลักษณะลีบเล็กสีคล้ำลง หรือบวมและมีสีซีดกว่าปกติ หรือมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน
7. กุ้งที่ติดเชื้อแบคทีเรียจะทยอยตายไปเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้จัดการสภาพแวดล้อมในบ่อให้ดีขึ้น กุ้งจะเพิ่มอัตราการตายมากขึ้น เมื่อจัดการคุณภาพน้ำดีขึ้นแล้ว กุ้งอาจจะหายป่วยได้ หากยังมีอาการไม่ดีและจำเป็นใช้ยาปฏิชีวนะให้ใช้ยาที่อนุญาต และศึกษาวิธีการใช้อย่างเคร่งครัด
8. กุ้งที่ติดเชื้อไวรัส เมื่อปรากฎอาการให้เห็นชัดเจนแล้ว จะมีอัตราการตายสูงอย่างรวดเร็ว ภายใน 3-5 วัน สำหรับกุ้งมีภูมิต้านทานดีอาจจะชะลออัตราการตายออกไปถึง 2 สัปดาห์
การจัดการคุณภาพน้ำและดินจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากไม่มีโรคแทรกซ้อน หากเลยระยะนี้ 2 สัปดาห์ไปแล้ว แสดงว่า การจัดการได้ผลและกุ้งมีภูมิต้านทานเชื้อโรคได้ แต่อาจจะยังมีเชื้อไวรัสแฝงอยู่ในตัวกุ้งให้ควบคุมการแพร่กระจายโรคในระหว่างการถ่ายเทน้ำและการจับกุ้งตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น





