โรคเอ็มบีวี (Spherical baculovirosis หรือ Penaeus monodon-typed baculovirosis หรือ MBV)
ให้เรตสมาชิก
โรคติดเชื้อแบคคูโลไวรัสในกุ้งกุลาดำหรือ MBV
เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย และในหลายภูมิภาคทั่วโลก
มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งส่งออก ความชุกโรคอาจต่ำหรือน้อยกว่า
1 เปอร์เซนต์ ในกุ้งธรรมชาติ แต่อาจสูงถึง 100 เปอร์เซนต์ ในกุ้งฟาร์ม
เกิดจาก Penaeus monodon-types baculovirus หรือ MBV ซึ่งมีขนาด 75x300
นาโนเมตร มีสายพันธุกรรมเป็นดีเอ็นเอสายคู่ มี envelope รูปร่างแท่ง
เพิ่มจำนวนในนิวเคลียสของเซลล์
ตาราง ไวรัสทีพบในกุ้งและคุณลักษณะเฉพาะต่างๆ
|
ไวรัส
|
ขนาดของ virion
|
กรดนิวคลีอิก
|
ชนิด
|
|
|
|
|
|
|
IHHNV |
20 nm |
SSDNA |
parvovirus |
|
HPV |
22-24 nm |
ssDNA |
parvovirus |
|
SMV |
20 nm |
ssDNA |
parvovirus |
|
LPV |
25-30 nm |
ssDNA |
parvo-like virus |
|
BP |
55-75 X ~300 nm |
dsDNA |
occluded baculovirus |
|
MBV |
~75 X 300 nm |
dsDNA |
occluded baculovirus |
|
BMN |
~75 X 300 nm |
dsDNA |
nonocclud.
baculovirus |
|
wssv |
130 X 350 nm |
dsDNA |
Nimaviridae (ใหม่) |
| IRIDO |
136 nm |
dsDNA |
Iridovirus |
|
|
|
|
|
|
TSV |
30 nm |
ssRNA |
Dicistroviridae (ใหม่) |
| HV/LOV/GAVY |
44 X 173nm |
ssRNA |
Roniviridae (ใหม่) |
| REO III & IV |
55-70 nm |
dsRNA |
Aquareovirus |
| IMNV |
40 nm |
dsRNA |
Totiviridae |
| LOW |
55 nm |
ssRNA |
Toga-like virus |
| RPS (= SVC) |
70 X 125 nm |
ssRNA |
rhabdovirus |
การติดต่อ
เชื้อ MBV ติดต่อโดยตรงทางการกินเนื้อเยื่อกุ้งที่ติดเชื้อ หรืออุจจาระ
น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ กุ้งกุลาดำทุกระยะสามารถติดเชื้อได้ ยกเว้นระยะไข่ และ
nauplius ไม่พบว่าติดต่อผ่านสัตว์พาหะ
อาการ
อาการในกุ้งวัยอ่อน (larval stages
ได้แก่ ระยะ zoea และ mysis) จนถึงระยะพี (postlarva) อาจพบการตายมากกว่า
90 เปอร์เซนต์ ในขณะที่กุ้งระยะ juvenile และกุ้งโตเต็มวัย
อาจติดเชื้อได้แต่ไม่ตาย อาการที่พบได้แก่ อัตราตายการสูง
ไขมันในเฮปปาโตแพนเครียส (hepatopancreas) ต่ำ ลำไส้ส่วนกลาง (midgut)
มีสีขาว สำหรับรอยโรคเมื่อตรวจด้วยวิธี wet mount พบ spherical occlusion
bodies จาก hepatopancreas, midgut หรืออุจจาระ (รูปข้างบน) และเมื่อตรวจทาง
จุลพยาธิวิทยา พบ intranuclear, eosinophilic และ round occlusion bodies ใน
epithelial cells ของ hepatopancreas หรือในเซลล์เยื่อบุของ anterior
midgut
การควบคุมและป้องกัน
ไม่มียารักษาโรคหรือวัคซีนป้องกัน
แต่มีวิธีหลายวิธีที่อาจใช้ป้องกันโรคได้ วิธีแรกเรียกว่า “ตรวจแล้วทำลาย”
ซึ่งทำในโรงเพาะฟัก คือ ตรวจกุ้งพ่อแม่พันธุ์ โดยอาจตรวจอุจจาระ หรือ
สุ่มกุ้งมาตรวจทางจุลพยาธิวิทยาซึ่งต้องฆ่ากุ้ง หากพบเชื้อไวรัสใน
เฮปปาโตแพน เครียส หรืออุจจาระ ก็ให้ทำลายกุ้งนั้น
(ปัจจุบันอาจตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์) วิธีที่สองเรียกว่า “การล้างไข่กุ้งและนอร์เพลียส” อีกวิธีคือ
“การเลือกกุ้งโดยใช้ไฟส่อง” เพื่อแยกกุ้งระยะ
นอร์เพลียสที่แข็งแรงออกจากกุ้งที่อ่อนแอ
การล้างกุ้งนอร์เพลียส นั้น ขั้นแรก คือ เลือกกุ้งที่แข็งแรงโดยการส่องไฟ
แล้วล้างด้วยน้ำทะเลสะอาดที่ไหลผ่านเป็นเวลา 30 นาที หลังจากนั้นจุ่มกุ้งลงในน้ำผสมฟอร์มาลินที่ความเข้มข้น 300 ppm เป็นเวลา 30
วินาที ตามด้วยการจุ่มกุ้งลงในน้ำผสมไอโอดีน (ไอโอโดฟอร์) ที่ความเข้มข้น
50-200 ppm เป็นเวลา 30 วินาที แล้วล้างต่อในน้ำทะเลสะอาดอย่างน้อย 3 นาที
แล้วจึงย้ายลงไปเลี้ยงในถังเพาะฟัก