โรคไอเอชเอชเอ็นและโรคแคระแกร็น (Infectious Hypodermal and Hematopoietic Necrosis หรือ IHHN และ Runt Deformity Syndrome หรือ RDS)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

มีขนาดแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะกลุ่มขวาซึ่งมีขนาดเล็กมาก 

 

โรคไอเชเอชเอ็นและโรคแคระแกร็นเป็นโรคสำคัญของกุ้งทะเล และมีผลกระทบต่อการค้ากุ้งและผลิตภัณฑ์กุ้งระหว่างประเทศ โรคนี้พบครั้งแรกที่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2524 ในกุ้ง Litopenaeus stylirostris โดยการระบาดครั้งนั้นทำให้กุ้งตายมากกว่า 90 เปอร์เซนต์ (Bell and Ligthner, 1984) ปัจจุบันพบโรคนี้พบทั้งซีกโลกตะวันตก คือ ทวีปอเมริกาใต้ อเมริกากลาง เม็กซิโก และซีกโลกตะวันออก คือ เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณกันว่าทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งมาก ถึงหนึ่งพันล้านดอลล่าห์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังอาจพบเชื้อในกุ้งที่จับได้จากธรรมชาติอีกด้วย สันนิษฐานว่ามีการพัฒนาการต้านเชื้อในกุ้ง L. stylirostris ซึ่งอาจเกิดจากการคัดสรรตามธรรมชาติ ทั้งนี้เนื่องจากระยะหลังๆ ไม่พบกลุ่มประชากรกุ้งที่ไวต่อการติดเชื้ออย่างมากอีกแล้ว

 

สาเหตุ

 

เกิดจากการติดเชื้อพาร์โวไวรัสที่เรียกว่า Infectious Hypodermal and Hematopoietic Necrosis Virus หรือไอเอชเอชเอ็นวี (IHHNV) ซึ่งเป็นไวรัสที่มีดีเอ็นเอสายเดี่ยว ขนาด 20 นาโนเมตร (Lu et al., 1989; Mari et al., 1993) ไวรัสเพิ่มจำนวนในนิวเคลียส การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสกับกุ้งที่มีเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามพบว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ผ่านจากพ่อแม่กุ้งไปสู่ลูกกุ้งรุ่น ต่อไปได้ (Motte et al., 2003) สาเหตุที่เรียกโรคเป็นสองชื่อต่างกันเช่นนี้ เนื่องจากโรคไอเอชเอชเอ็น มักทำให้เกิดการตายเฉียบพลันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกุ้ง L. stylirostris ในขณะที่โรคแคระแกร็น (RDS) เป็นโรคติดเชื้อเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อ IHHNV ในกุ้งขาววานนาไม (L. vannamei), L. stylirostris, กุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) และกุ้งอื่นๆ (Tang et al., 2003)

 

อาการ

 

อาการของโรคไอเอชเอชเอ็น มักพบในกุ้งระยะ P35 จนถึงระยะก่อนวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งทำให้เกิดการตายรุนแรงเฉียบพลันมากถึง 80-90 เปอร์เซนต์ ส่วนอาการอื่นๆ เช่น ตัวกุ้งมีสีน้ำเงิน ซึม เบื่ออาหาร เปลือกเป็นลายคล้ายหินอ่อน ในขณะที่กุ้งโตเต็มวัยที่เป็นโรคอาร์ดีเอส มักติดเชื้อเรื้อรัง แสดงอาการแคระแกร็น การเจริญเติบโตลดลง อาการที่สังเกตได้ง่ายคือ ความผิดรูปของคิวติเคิล ได้แก่ กรีโค้งงอ (bent rostrum) หนวดกุ้งเปราะ หงิกงอ (brittle, wrinkled antenna) หัวกุ้งกรอบๆ (bubble head) และการผิดรูปที่ปล้องท้องอันที่ 6 อัตราการตายน้อยแต่กุ้งมีขนาดแตกต่างกันมาก (ขนาดแตกต่างสะสม 30 ถึง 90 เปอร์เซนต์) (รูปข้างบน) รอยโรคจำเพาะทางจุลพยาธิวิทยา คือ pathognomonic inclusion bodies ภายในนิวเคลียสของเซลล์ในอวัยวะเป้าหมาย ซึ่งได้แก่ เหงือก เยื่อบุคิวติเคิล ต่อมแอนเทนนัล เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน อัณฑะ วาสเดฟเฟอเรนส์ (vas deferens) รังไข่ ปมประสาท ไข ประสาท เนื้อเยื่อฮีมาโตปอยอีติก (hematopoietic tissue) เป็นต้น

 

การควบคุมและป้องกัน

 

ไม่มีการรักษา ต้องคัดทิ้ง และอาจเพาะเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์ที่มีความต้านทานโรค สำหรับเทคนิคการจัดการโรคไอเอชเอชเอ็นและโรคแคระแกร็นที่ปฏิบัติกัน มีดังนี้

 

1) การเลี้ยงกุ้งขาว L. vannamei เพียงอย่างเดียว หรือเลี้ยงในอัตรา 5 ต่อ 1 ร่วมกับ L. stylirostris

 

2) การใช้ลูกกุ้งที่เพาะเลี้ยง (lab seed) และหลีกเลี่ยงการใช้ลูกกุ้งจากธรรมชาติ (wild seed) เนื่องจากลูกกุ้งที่ได้จากห้องทดลองมีความชุกโรคของโรคแคระแกร็นและโรคไอเอชเอชเอ็นต่ำกว่า จึงปลอดภัยที่จะนำมาเลี้ยงมากกว่า

 

3) หลีกเลี่ยงการเลี้ยงที่ความหนาแน่นสูง โดยเฉพาะในบ่ออนุบาลลูกกุ้ง

 

4) การใช้กุ้งขาว L. vannamei ที่ปลอดเชื้อ (Specific-Pathogen Free, SPF) โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคเป็นประจำ และ

 

5) การใช้กุ้ง L. stylirostris ที่ปลอดเชื้อ หรือกุ้งที่ต้านทานเชื้อ ซึ่งบางสายพันธุ์ต้านทานทั้งเชื้อไวรัส IHHNV และ TSV (Tang et al., 2000; and Tang and Lightner, 2001; 2002; 2006)

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates