โรคพยาธิหนอนตัวแบน Tubellaria
หมวด: โรคที่เกิดกับหอย
พยาธิหนอนตัวแบน Urastoma sp. เป็น Ciliated protozoa ชนิดหนึ่งที่พบว่ามักเป็นสาเหตุทำให้เกิดการตายของหอยแมลงภู่เป็นจำนวนมาก มีหลายขนาดตั้งแต่ 250-1,200 μm พบไข่ของพยาธิมีอยู่ในลูกหอย โดยตัวอ่อนสามารถเคลื่อนที่ได้โดยใช้ขนรอบตัว (cilia) ปรสิตชนิดนี้เข้าทำลายเนื้อเยื่อของเหงือก ทำให้ gill filament เกิดการระคายเคือง และอักเสบ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องใช้ในการหายใจ ทำให้หอยไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ เซลล์เนื้อเยื่อเหงือกในบริเวณใกล้เคียงจะอักเสบและตายในที่สุด

ไข่หนอนตัวแบน Urastoma spดังลูกศรชี้บนเหงือกลูกหอยแมลงภู่
วงจรชีวิตของหนอนตัวแบน Urastoma sp.
ตัวเต็มวัย มีขนาดประมาณ 0.5-1.0 มิลลิเมตร รูปร่างเป็นรูปไข่หรือวงรี มี cilia รอบตัว มี eye spot 2 จุด ด้าน anterior end สามารถยืดหดได้ มีจุดตาสองจุดเป็นลักษณะเด่น มีถุงไข่ 1 อัน อยู่บริเวณด้านหน้าตัว และถุงอาหารเลี้ยงตัวอ่อนกระจายอยู่ทั่วตัว สามารถพบปรสิตชนิดนี้กระจายอยู่เกือบทุกส่วนภายในตัวหอย โดยเฉพาะส่วนเหงือก และกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นเม็ดสีขาวขุ่น เคลื่อนที่ได้
หนอนตัวแบน Urastoma sp. วัยเจริญพันธุ์แทรกอยู่ตามซี่เหงือกหอยแมลงภู่
ลักษณะของปัญหา ปรสิตชนิดนี้ทำให้หอยแมลงภู่ที่เกาะอยู่ส่วนปลายหลักใกล้ผิวหน้าดินตายก่อนหอยที่อยู่ใกล้ผิวน้ำ โดยหอยจะผอมและทยอยตายไปเรื่อยๆ
แนวทางการป้องกัน แก้ไขปัญหา และการรักษาโรค สามารถทำได้ ดังนี้ คือ
การป้องกัน
1) หลีกเลี่ยงการเลี้ยงหอยในช่วงที่น้ำมีความเค็มสูง (ที่เหมาะสมประมาณ 25–33 ppt)
2) พักแปลงเลี้ยงหอยชั่วคราว เพื่อลดปริมาณตะกอนและสิ่งหมักหมมบริเวณพื้นล่างของแปลงเลี้ยง
3) เปลี่ยนแนวแปลงเลี้ยงใหม่ หรือเคลื่อนย้ายไปเลี้ยงในแหล่งอื่นชั่วคราว
4) พยายามหลีกเลี่ยงการเลี้ยงหอยในบริเวณที่มีการเลี้ยงปลาทะเลในกระชัง
การแก้ไข เมื่อพบหอยแมลงภู่เป็นโรคในระยะเริ่มแรก ควรรีบเก็บหอยออกไปจากพื้นที่ เพื่อช่วยลดปริมาณปรสิตลง หรือหยุดเลี้ยงหอย 1 รอบการเลี้ยงเพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตของปรสิต
การรักษา สามารถทำได้โดยการดึงหลักหอยขึ้นมาแช่ในถังใบใหญ่และใส่ฟอร์มาลินเข้มข้น 25 ppm (25 มล./น้ำ 1 ตัน) เป็นเวลา 1 วัน ถ่ายน้ำ แล้วแช่อีก 1 วัน ตรวจผลการรักษา แล้วนำกลับไปเลี้ยงดังเดิม แม้อาจจะยุ่งยากแต่เป็นวิธีที่รักษาได้ผล





