สหกรณ์ประมง
สหกรณ์ประมง คือ สหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นในหมู่ชาวประมง เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ซึ่งชาวประมงแต่ละคนไม่สามารถแก้ไขให้ลุล่วงได้ตามลำพัง บุคคลเหล่านี้จึงรวมตัวกันโดยยึดหลักการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ประวัติสหกรณ์ประมง
สหกรณ์ประมงแห่งแรกได้จัดตั้งในปี พ.ศ.2492 ชื่อว่า "สหกรณ์ประมงพิษณุโลก จำกัด" ในท้องที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เป็นสหกรณ์ประมงประเภทน้ำจืด มีสมาชิกแรกตั้ง 54 คน สหกรณ์ได้ดำเนินการจัดสรรที่ทำกินให้สมาชิก ช่วยเหลือสมาชิกในด้านการจำหน่าย การแปรรูปสัตว์น้ำ ขออนุญาตสัมปทานให้สมาชิกจับสัตว์น้ำได้โดยสะดวก แนะนำเทคนิคการจับสัตว์น้ำและละเว้นการจับสัตว์น้ำที่ยังไม่ได้ขนาดเพื่อสงวนพันธุ์สัตว์น้ำจนถึงปี พ.ศ.2513 ทางราชการมีนโยบายให้คลองต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรเป็นที่สาธารณะ การจับสัตว์น้ำเป็นไปโดยเสรี การดำเนินงานของสหกรณ์จึงไม่ได้ผลเท่าที่ควร ปัจจุบันสหกรณ์นี้ได้ควบเข้ากับสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์ประมงประเภทน้ำเค็ม ได้เริ่มจัดตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2495 ชื่อว่า สหกรณ์ประมงกลาง จำกัด ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาทุนจำหน่ายสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์แปรรูป จัดหาวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือประมง
วัตถุประสงค์ของสหกรณ์ประมง
1. รวบรวมสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากสมาชิกมาจัดการขายหรือแปรรูปออกขายเพื่อให้ได้ราคาดี
2. จัดหาวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งบริการที่ใช้ในการประมงและสิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่สมาชิกต้องการมาจำหน่าย
3. ให้เงินกู้แก่สมาชิก
4. รับฝากเงินแก่สมาชิก
5. เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและธุรกิจเกี่ยวกับการประมง
6. ให้การสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัวที่ประสบภัยพิบัติในการประกอบอาชีพ
ทำไมต้องมีสหกรณ์ประมง
ชาวประมงมักประสบปัญหาต่างๆ ดังนี้
1. ขาดแคลนเงินทุน การประกอบอาชีพทางการประมงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำประมงทะเลต้องลงทุนสูง มีการเสี่ยงต่อการลงทุนมากกว่าประกอบอาชีพการเกษตรอย่างอื่นๆ ชาวประมงส่วนใหญ่จะกู้เงินจากนายทุน ซึ่งเป็นเจ้าของแพปลาในท้องถิ่นมาเป็นทุนดำเนินงาน โดยมีข้อผูกพันที่จะต้องขายสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำให้เจ้าของแพปลานั้นๆ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะถูกกดราคารับซื้อเป็นอย่างมาก
2. ขาดเทคนิคในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปัจจุบันประมาณความต้องการสัตว์น้ำเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งจำหน่ายต่างประเทศมีมากขึ้น เป็นผลให้ปริมาณสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนไม่ทันกับความต้องการ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ชาวประมงจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มเพื่อให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น
3. วัสดุอุปกรณ์ประมงมีราคาสูงมาก รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการออกเรือจับปลามีราคาสูงด้วย
4. ขาดความรู้ในด้านการจัดการ ชาวประมงส่วนใหญ่มักขาดความรู้ในด้านการจัดการ การจำหน่าย ตลอดจนการหาตลาด เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ถ้านำหลัดการและวิธีการดำเนินงานของสหกรณ์มาใช้ สหกรณ์ประมงจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ข้างต้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ และจะช่วยให้ชาวประมงมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้ทัดเทียมผู้ประกอบอาชีพอื่นๆ
สหกรณ์ประมงช่วยท่านได้อย่างไร
สหกรณ์ประมงจะจัดบริการต่างๆ ให้สมาชิก ดังนี้
1. ธุรกิจการขาย โดยรวบรวมผลผลิตของสมาชิกเพื่อจัดจำหน่าย ทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ผลผลิตก็จะได้ราคาสูง
2. ธุรกิจการซื้อ โดยจัดหาวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นมาจำหน่ายแก่สมาชิก โดยจะสำรวจความต้องการของสมาชิกก่อนแล้วสหกรณ์จะเป็นผู้จัดหามาจำหน่ายต่อไป ซึ่งสหกรณ์จะสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าที่สมาชิกแต่ละคนจะซื้อเอง
3.ธุรกิจธนกิจ
3.1 การให้เงินกู้ สหกรณ์จะจัดหาเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมให้สมาชิกกู้ไปลงทุนทำการประมงโดยสหกรณ์จะพิจารณาจากแผนดำเนินงานหรือแผนการใช้เงินกู้ของสมาชิกประกอบการให้เงินกู้
3.2 การรับฝากเงิน เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักและเห็นคุณประโยชน์ของการออมทรัพย์ และเพื่อเป็นการระดมทุนในสหกรณ์สหกรณ์จะรับฝากเงินจากสมาชิก 2 ประเภท คือ เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ โดยสหกรณ์จ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราเดียวกับธนาคารพาณิชย์
4. ธุรกิจการบริการ สหกรณ์ประมงที่มีทุนดำเนินงานมากอาจจัดให้มีธุรกิจการบริการแก่สมาชิก เช่น จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเป็นการอำนวยสะดวกแก่สมาชิก และเพื่อให้สหกรณ์ดำเนินธุรกิจ เกี่ยวข้องกับสมาชิกให้มากที่สุด
5. ธุรกิจการส่งเสริมการประกอบอาชีพ สหกรณ์อาจจะจัดจ้างเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญด้านการประมง หรืออาจขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการอื่นในการให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งเสริมให้สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการประมงตามหลักวิชาการแผนใหม่ ตลอดจนให้มีความรู้ในด้านการวางแผน การประกอบอาชีการประมง ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและปริมาณตรงกับความต้องการของตลาด
6. ธุรกิจการให้การศึกษาอบรม สหกรณ์จะจัดให้มีการศึกษาอบรมแก่สมาชิก คณะกรรมการดำเนินการ ผู้จัดการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่สหกรณ์อยู่เสมอเพื่อให้ทราบถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล ตามหลักและวิธีการสหกรณ์ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ประสบผลสำเร็จได้ด้วยดีและถูกต้อง





