ปลาดึกดำบรรพ์ coelacanth
ปลา coelacanth ตัวที่สองถูกจับได้โดยกลาสีเรือชื่อ Ahmed Husein ในบริเวณ Comores Archipelago ที่อยู่ใกล้เกาะ Madagascar ในอีก 14 ปีต่อมาและ Hussein ไดร้บเงินรางวัล 50,000 ฟรังก์ในฐานะที่จับปลาดึกดําบรรพ์ไ์ด้
ปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือปลาได้เกิดขึ้นระหว่าง Smith กับรัฐบาลฝรั่งเศส เพราะเหตุว่าปลาถูกจับไ้ด้ในน่านนํ้ ของเกาะ Madagascar ซึ่งอยู่ในความปกครองของฝรั่งเศส แต่ Smith เป็นนักชีววิทยาคนแรกที่รู้จักปลาชนิดนี้ ในที่สุดรัฐบาลฝรั่งเศสตัดสินว่า หาก Smith เดินทางมารับซากปลาได้ทันก่อนที่ปลาจะเน่า เขาจะได้เป็นเจ้าของ แต่หากเขาเดินทางไปรับปลาไม่ทัน ปลาก็จะตกเป็นสมบัติของเกาะทันที
แต่เมื่อข่าวการจับปลา coelacanth ได้มาถึง Smith นั้น เขาอยู่ห่างจากปลา 2,500 กิโลเมตร Smith ได้ขอร้องนายกรัฐมนตรีของประเทศแอฟริกาใต้ให้จัดเครื่องบินของกองทัพอากาศ เพื่อเขาจะได้เดินทางไปรับซากปลาภายใน 24 ชั่วโมง
Smith ได้บินไปรับปลาที่เขาคอยนาน 14 ปี ทันเวลา และข่าวการพบ coelacanth ตัวที่สองได้แพร่กระจายทั่วโลก และโลกก็ประจักษ์ว่าทะเล Comores Archipelago คือ ถิ่นพำนักของฝูงปลา coelacanth เพราะปลาชนิดนี้ตัวที่ 3 ถูกจับได้ ในอีก 1 ปีต่อมา
coelacanth เป็นสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่รูปร่างของมัน แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยในระยะเวลาที่ยาวนานหลายร้อยล้านปี รูปร่างของมันทุกวันนี้ “เหมือน” มันเมื่อ 140 ล้านปีก่อนโน้นทุกประการ ความคุ้นเคยกับฟอสซิล ของมัน ที่พบในเหมืองของเยอรมันตอนใต้ทำให้ J.L.B. Smith สามารถบอกชนิดของมันได้ทันที
coelacanth อุบัติบนโลกเป็นครั้งแรกเมื่อ 400 ปีล้านมาแล้ว นักชีววิทยาหลายคนเชื่อว่า coelacanth เป็นสัตว์ชนิดแรกที่ไีด้วิวัฒนการจากสัตวน้ำ้ํไปเป็นสัตว์บกถึงแม้จะมีอุกกาบาตพุ่งมาชนโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อนโน้น ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิต ค่อนโลกล้มตายและสูญพันธุ์ไปก็ตาม แต่ coelacanth ก็มีชีวิต มีลูกหลานสืบต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันนี้โลกมีปลาชนิดนี้ประมาณ 200-300 ตัวเท่านั้นเอง และนั่นก็หมายความว่ามันเป็นสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์

H. Fricke แห่ง Max Planck Institute for Behavioural Physiology ในนคร Munich ได้ใช้เรือดำน้ำเล็กๆ ดำลงศึกษา coelacanth ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เขาได้พบว่าปลาชนิดนี้ ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำลึก ตั้งแต่ 150-300 เมตร การว่ายลึก และการมีจำนวนน้อย คือเหตุผลหลัก ที่ทำให้เราไม่ได้พบเห็นมันจนกระทั่ง 58 ปีมานี้เอง มันว่ายน้ำถอยหลังได้และว่ายน้ำแบบหงายท้องก็ได้ มันมักจะอาศัยอยู่ในถ้ำใต้น้ำ และพักผ่อนในตอนกลางวัน
ชาวเกาะ Comoran รู้จักปลาชนิดนี้ในนามของปลา Gombessa และทุกคนที่คนเหล่านี้จับปลา coelacanth ได้ เขาจะทิ้งมันกลับลงทะเลเพราะกินเนื้อมันไม่ได้ ซากของมัน ได้กลายเป็นปูชนียกระดูกที่ใครๆ ก็พากันอยากได้ แม้แต่ประธานาธิบดี Mitterrand ก็เคยได้รับของที่ระลึกจากรัฐบาล Comoran เป็นซากของ coelacanth เช่นกัน ในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมานี้ ชาวประมงจับ coelacanth อย่าง “บังเอิญ” ได้ตั้งแต่ 3-12 ตัวต่อปี ดังนั้นปลาดึกดำบรรพ์ชนิดนี้จึงกำลังเป็นสัตว์ที่หายากยิ่งขึ้นๆ แต่ถึงแม้จะได้รับการคุ้มครองสักเพียงใดก็ตาม การลักลอบฆ่ามันเพื่อเงินก็ยังคงดำเนินอยู่เพราะซาก coelacanth ทำเงินได้ตั้งแต่ 1-5 หมื่นบาท ในขณะที่รายได้ ของประชากรชาว Comoran เป็นเพียง 11,000 บาท/ปี
การที่จำนวนประชากรบนเกาะได้เพิ่มขึ้น และชาวประมงก็มีจำนวนมากขึ้น ทำให้มีการจับปลา coelacanth ได้บ่อยขึ้น H. Fricke ได้พบว่าในอดีตจำนวนปลาที่มีอยู่ในบริเวณถ้ำเป็น 5-20 ตัว แต่ทุกวันนี้ จำนวนจะเป็น 5-6 ตัวต่อถ้ำเท่านั้นเอง
Fricke คิดว่าปลาคงไม่อพยพไปที่อื่น เพราะเครื่องส่ง สัญญาณวิทยุที่เขานำติดที่ตัวปลานั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่า coelacanth ไม่ชอบว่ายน้ำไกลจากที่พักเลยดังนั้น การที่ถ้ำๆ ไม่มีปลาอยู่ แสดงว่าปลาเจ้าของถ้ำได้ตายไปแล้ว
วิธีการสืบพันธุ์ของปลาชนิดนี้ก็มีส่วนทำให้มันสูญพันธุ์ ได้เช่นกัน E. Balon แห่งมหาวิทยาลัย quelph ในแคนาดาพบว่า coelacanth ตัวเมียตามปกติจะอุ้มท้องที่มีไข่ซึ่งถูกผสมพันธุ์ แล้วประมาณ 20 ใบ มันจะไม่วางไข่ แต่จะใช้เวลานาน 13 เดือนในการฟักไข่ ไข่ที่ถูกฟักเป็นตัว มีจำนวนประมาณ 5 ฟอง และทันทีที่ลูกปลาออกจากไข่มันจะหันกลับไปกินพี่ๆ น้องๆ มัน ที่อ่อนแอ ดังนั้นการจับปลา coelacanth ตัวเมียได้หนึ่งตัว จึงเปรียบเสมือนได้ฆ่า่มันทั้งโคตร สมาคมนักอนุรักษ์ทั้งหลายจึงพยายามอนุรักษ์ปลาดึกดำบรรพ์นี้ โดยขอร้องรัฐบาล Comoran ให้ออกกฎหมายห้ามชาวประมงจับปลาน้ำลึก และให้ธนาคารโลกสนับสนุนโครงการติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพใต้นํ้า ระยะไกลเพื่อจับภาพตามถํ้าที่ coelacanth อาศัยอยู่เป็นวีดีโอสดๆ ให้นักท่องเที่ยว และนักวิทยาศาสตร์ได้เ้ห็น และได้ชม การได้เห็นปลา coelacanth เป็นๆ หรือเห็นภาพมันจะๆ จะนำเงินมาสู่วงการธุรกิจท่องเที่ยวของ Camoran มาก และจะทำให้คนทุกคนมีความรู้สึกที่จะอนุรักษ์ปลาชนิดนี้ หากมิฉะนั้นแล้ว ภายใน 5 ปีนี้ จะไม่มี coelacanth ให้เห็นอีกเลย แม้แต่ตัวเดียว





