มาตรฐานการโค๊ดออฟคอนดัก (Code of Conduct: CoC) ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคมและสวัสดิภาพสัตว์จากการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทยนั้น มีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจต่อประเทศเป็นอย่างมาก จึงทำให้กิจการการเลี้ยงกุ้งได้ขยายตัวออกไปทั่วประเทศและยากที่จะควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ขบวนการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทยได้ผ่านวัฎจักรสูงสุดและต่ำสุด (Boom and Bust cycle) และด้วยความสามารถของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง องค์กรต่างๆ และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องของไทย ทำให้ผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านวัฎจักรสูงสุดและต่ำสุดของการเลี้ยงกุ้งของไทยลดความรุนแรงลง และยังคงมีแรงขับดันให้การเลี้ยงกุ้งสามารถพัฒนาและดำเนินต่อไปในภาพรวม ส่งผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง (Nissapa et al., 2002)
ในขณะเดียวกัน การเลี้ยงกุ้งก็ยังคงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทางลบอย่างต่อเนื่องในหลายประเด็น เช่น การปลดปล่อยของเสียจากการเลี้ยงกุ้ง การบุกรุกป่าชายเลน การทำลายทัศนียภาพ และการปนเปื้อนของเกลือในน้ำและที่ดินเกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งผลกระทบของการเลี้ยงกุ้งในทางลบเหล่านี้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งส่วนตัวและส่วนรวม และในท้ายที่สุดแล้วก็สามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยทั่วไป
2. ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม และสวัสดิภาพสัตว์จากการเลี้ยงกุ้ง
2.1 ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
- ชายฝั่งที่เคยเป็นป่าชายเลน นาข้าว หรือ พื้นที่รกร้างว่างเปล่า เมื่อการดัดแปลงพื้นที่เพื่อใช้เป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนไป
- การทิ้งน้ำ ที่มีธาตุอาหารเช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส สารอินทรีย์ และตะกอนแขวนลอย ซึ่งทำให้แหล่งรองรับน้ำทิ้งมีความอุดมสมบูรณ์มากเกินไป
- การทิ้งตะกอนเลนและของเสียอื่น ๆ จากก้นบ่อที่หมักหมม ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
- เกิดการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ
- เกิดการระบาดและการแพร่กระจายของเชื้อโรคกุ้ง
2.2 ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
- การเลี้ยงกุ้งต้องลงทุนสูงมาก เมื่อเกิดปัญหาโรคระบาดหรือขาดทุน เกษตรกรเกิดปัญหาหนี้สิน และภาวะยากจนจนถึงขั้นล้มละลาย
- การเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืดจะทำลายผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ของนาข้าว ผืนดินซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่หล่อเลี้ยงสังคมไทยมาช้านาน ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ และการล่มสลายของเกษตรกรรายย่อยและสังคมเกษตร ทำให้ศักยภาพในการพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากรลดลง ก่อปัญหาทางสังคมอื่นๆ ตามมา เช่น ภาวะความยากจน หนี้สินจากภาวะนาล่ม ชุมชนแตกสลาย
2.3 ผลกระทบต่อสวัสดิภาพสัตว์
- การเลี้ยงกุ้งหนาแน่นมากเกินไป ทำให้กุ้งโตช้า
- จัดการสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมทำให้กุ้งเครียดและสุขภาพไม่ดี เกิดโรคระบาด
3. องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงกุ้ง สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจสังคม และสวัสดิภาพสัตว์
3.1 ดุลของธาตุอาหารที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงกุ้ง
ดุลของธาตุอาหาร (Nutrient budget) เป็นวิธีการศึกษาเพื่อให้เห็นถึงการการเข้าและออกจากระบบการเลี้ยงกุ้งของธาตุในสารอาหารที่ใช้ในการจัดการเลี้ยงกุ้ง เพื่อให้ทราบว่าธาตุอาหารเหล่านั้นไปอยู่ในส่วนใดของสิ่งแวดล้อม การศึกษาดุลของธาตุอาหารในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนิยมใช้ธาตุคาร์บอน ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส เนื่องจาก ธาตุทั้ง 3 ชนิดนี้ เป็นธาตุที่ใช้กันมากในอาหารสัตว์น้ำ และมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกระทบกับความเสื่อมโทรมของแหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำ
Funge-Smith และ Briggs (1998) ได้รายงานผลการศึกษาดุลของธาตุอาหาร พบว่า อินทรีย์คาร์บอนในบ่อเลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่จะมาจากอาหาร (40%) และจากพื้นบ่อ (49%) เมื่อเลี้ยงกุ้งจนจับขายแล้ว สารอินทรีย์คาร์บอนสะสมอยู่ในดินตะกอนพื้นบ่อ (60%) กุ้ง (6.1%) และในน้ำทิ้ง (12.9%) ส่วนตะกอนแขวนลอย ส่วนใหญ่ (91%) มาจากการกัดเซาะพื้นบ่อ และเมื่อหลังเลี้ยงแล้วจะอยู่ที่พื้นบ่อ 93% ออกไปกับน้ำทิ้ง 2.6% (รูป)

ที่มา : S.J. Funge-Smith, M.R.P. BriggsrAquaculture 164(1998)117–133
ดุลคาร์บอนอินทรีย์ และตะกอนในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศไทย
ดุลไนโตรเจนในการเลี้ยงกุ้ง (รูป) พบว่าไนโตรเจนส่วนใหญ่มากับอาหารกุ้ง (78%) และจากพื้นบ่อ (16%) ซึ่งเมื่อจับกุ้งแล้วไนโตรเจนไปอยู่ที่กุ้ง (18%) ดินตะกอน (24%) น้ำทิ้ง (27%) และออกสู่บรรยากาศในรูปก๊าซไนโตรเจนและแอมโมเนีย (30%)

ที่มา : S.J. Funge-Smith, M.R.P. BriggsrAquaculture 164(1998)117–133
ดุลไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศไทย

ที่มา : S.J. Funge-Smith, M.R.P. BriggsrAquaculture 164(1998)117–133
ดุลฟอสฟอรัสในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศไทย
ซึ่งถ้ามีการนำเลนออกนอกบ่อ สารอินทรีย์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และตะกอนเหล่านี้ต้องได้รับการจัดการที่เหมาะสม มิเช่นนั้นจะทำให้เกิดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น แหล่งน้ำตื้นเขิน เสื่อมโทรม ขาดออกซิเจน
พุทธ ส่องแสงจินดาและคณะ (2547) ได้ศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างที่เกิดขึ้น จากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบต่างกัน พบว่า ในการเลี้ยงกุ้งระบบเปิดไนโตรเจนส่วนใหญ่เข้าสู่ระบบของการเลี้ยงกุ้งจาก 2 ทางคือ การให้อาหารและการปล่อยจากดินตะกอนบ่อเลี้ยงกุ้ง โดยมีค่า 194.84 และ 336.96 กก./รุ่น และในการเลี้ยงกุ้งระบบปิดหมุนเวียนมีค่า 191.91 และ 705 กก./รุ่น ส่วนไนโตรเจนออกจากระบบนั้น พบว่าในกุ้งที่จับได้และน้ำทิ้งในระหว่างเลี้ยงมีค่า 30.93 และ 180.17 กก./รุ่น และ 23.42 และ 67.49 กก./รุ่น ในการเลี้ยงกุ้งระบบเปิดและระบบปิดหมุนเวียนตามลำดับ ผลจากการเลี้ยงกุ้งระบบเปิด ทำให้มีการชะล้างไนโตรเจนออกจากดินตะกอนและการปล่อยออกจากบ่อเลี้ยงกุ้งสู่บรรยากาศในรูปของก๊าซไนโตรเจน เท่ากับ -20.11 และ 49.08 กก./รุ่น ตามลำดับ ส่วนการเลี้ยงระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ ถึงแม้สามารถลดปริมาณไนโตรเจนในน้ำทิ้งลงไปได้ แต่ก็ทำให้เกิดการสะสมในของไนโตรเจนในดินตะกอน และการปล่อยออกจากบ่อเลี้ยงกุ้งสู่บรรยากาศในรูปของก๊าซไนโตรเจนเพิ่มมากขึ้น เท่ากับ 12.68 และ 124.04 กก./รุ่น ตามลำดับ (ตาราง, และรูป)
- ต่อไป
- ต่อไป >>






