ประกาศกรมประมง เรื่อง การรับแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
ประกาศกรมประมง
เรื่อง การรับแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
--------------------------------
ด้วยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนที่ 41 ก ลงวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 โดยพระราชบัญญัตินี้มีสาระสำคัญ คือ ให้ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยยังไม่ได้รับอนุญาตโดย ชอบด้วยกฎหมาย มาแจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความครอบครองของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับได้โดยไม่ต้องรับโทษ และหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวต่อ ไปและพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า สัตว์ป่าคุ้มครองนั้นได้รับการเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ในสภาพอันสมควรและ ปลอดภัย ให้อธิบดีอนุญาตให้ผู้นั้นครอบครองสัตว์ป่านั้นต่อไปได้ และหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่านั้นต่อไป หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่สมควรอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ ป่านั้นต่อไป ก็ให้เจ้าของสามารถจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นให้ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้ง และดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะหรือจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะ พันธุ์ได้ให้กับผู้ รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าได้ ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาต ให้ครอบครองสัตว์ป่าต่อไป ภายหลังจากนั้น ยังมีสัตว์ป่าคุ้มครองเหลืออยู่เท่าใดให้สัตว์ป่าคุ้มครองนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
ปัจจุบันมีกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครอง 2 ฉบับ คือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2537) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2543) ออกตามความใน พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 สรุปชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองได้ดังนี้
1. สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน 189 ชนิด อาทิเช่น ปลาโลมา ปลาวาฬกระต่ายป่า กระรอก เก้ง กวาง ค่าง ค้างคาว ลิง ชะนี เสือ หมี ฯลฯ
2. สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก จำนวน 182 รายการ รวม 835 ชนิด อาทิเช่น ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกแก้ว นกขุนทอง นกเงือก นกปรอด นกเป็ดน้ำ นกนางแอ่น เหยี่ยว นกอินทรี นกเอี้ยง อีกา เป็นต้น
3. สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกเลื้อยคลาน จำนวน 63 รายการ รวม 90 ชนิด อาทิเช่น จระเข้ เต่า ตะพาบ ตะกวด กิ้งก่าดง กิ้งก่าบิน งูจงอาง งูสิง งูแสงอาทิตย์ งูหลาม งูเหลือม ตุ๊กแกป่า เหี้ย เป็นต้น
4. สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 12 ชนิด อาทิเช่น กบเกาะช้าง กบท่าสาร กบทูด กะทั่ง คางคกขายาว คางคกต้นไม้ จงโคร่ง เป็นต้น
5. สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกแมลง จำนวน 13 รายการ รวมกว่า 20 ชนิด อาทิเช่น ด้วงกว่างดาว ด้วงคีมยีราฟ ด้วงดินขอบทองแดง ผีเสื้อไกเซอร์ ผีเสื้อถุงทอง ผีเสื้อนางพญา ผีเสื้อภูฐาน เป็นต้น
6. สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกปลา จำนวน 4 ชนิด คือ ปลาตะพัดหรือปลาอโรวาน่า ปลาติดหินหรือปลาค้างคาว ปลาเสือตอหรือปลาเสือหรือปลาลาด และปลาหมูอารีย์
7. สัตว์ป่าจำพวกไม่มีกระดูกสันหลัง จำนวน 14 รายการ อาทิเช่น กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ปะการัง บึ้งตัวใหญ่สีดำ บึ้งตัวใหญ่สีน้ำตาล ปูเจ้าฟ้า ปูราชินี ปูทูลกระหม่อม หอยมือเสือ หอยสังข์แตรเป็นต้น รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบ
กรมประมงจึงขอแจ้งให้ผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายทุกราย มาแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าดังกล่าวได้ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ถึงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2546 ในวันและเวลาราชการ โดยจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่างๆ ประกอบด้วย
1. กรณีผู้ครอบครองเป็นบุคคลธรรมดา
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ครอบครอง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
2. กรณีผู้ครอบครองเป็นนิติบุคคล
- สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท (กรณีบริษัทจำกัด) หรือของหุ้นส่วนผู้จัดการ (กรณีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) แล้วแต่กรณี
- หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนไว้
- หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงรายการจดทะเบียน ตลอดทั้งชื่อกรรมการ กรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
3. สำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารสำคัญของสถานที่เลี้ยงดูหรือครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมแนบแผนที่สถานที่ตั้งโดยสังเขป
4. หากมอบอำนาจให้ผู้แทนมาแจ้งการครอบครอง
- แนบใบมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ของผู้มอบ อำนาจและผู้รับมอบอำนาจโดยมีสถานที่รับแจ้งการครอบครองดังต่อไปนี้
1. กรณีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ
1.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร รับแบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) และแจ้งการครอบครองได้ ณ ส่วนอนุญาตและจัดการประมง สำนักบริหารจัดการด้านประมง กรมประมง เกษตรกลาง เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10900 โทร. 0- 2561- 4689 หรือแจ้งการครอบครองโดยใช้แบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) ที่ทางราชการกำหนด แนบเอกสารหลักฐาน พร้อมซองติดแสตมป์จ่าหน้าซองถึงตนเอง ส่งไปยัง ผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง สำนักบริหารจัดการด้านประมง กรมประมง เกษตรกลาง เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10900
1.2 ในท้องที่จังหวัดอื่นนอกเขตกรุงเทพมหานคร รับแบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) และแจ้งการครอบครองได้ ณ สำนักงานประมงจังหวัดแห่งท้องที่ หรือแจ้งการครอบครองโดยใช้แบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) ที่ทางราชการกำหนด แนบเอกสารหลักฐาน พร้อมซองติดแสตมป์จ่าหน้าซองถึงตนเอง ส่งไปยังสำนักงานประมง จังหวัดแห่งท้องที่
2. กรณีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ไม่ใช่สัตว์น้ำ
2.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นแบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ณ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เลขที่ 61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10900 หรือแจ้งการครอบครองโดยใช้แบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) ที่ทางราชการกำหนด แนบเอกสารหลักฐาน พร้อมซองติดแสตมป์จ่าหน้าซองถึงตนเอง ส่งไปยัง ตู้ปณ 117 จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
2.2 ในท้องที่จังหวัดอื่นนอกเขตกรุงเทพมหานคร รับแบบแจ้งการครอบครอง (แบบ สป.1) ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราช บัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และแจ้งการครอบครองได้ ณ สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์สาขาแห่งท้องที่ (สำนักงานป่าไม้อำเภอ (เดิม) ซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่) หรือแจ้งการครอบครองโดยใช้แบบแจ้งการครอบครอง(แบบ สป.1) ที่ทางราชการกำหนด แนบเอกสารหลักฐาน พร้อมซองติดแสตมป์จ่าหน้าซองถึงตนเอง ส่งไปยัง สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์แห่งท้องที่
อนึ่ง หากพ้นกำหนดเวลา 120 วัน ในการรับแจ้งการครอบครองนี้แล้ว ผู้ใดยังมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วย กฎหมาย และ ไม่ได้มาแจ้งการครอบครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546 ผู้นั้นก็จะมีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้ รับอนุญาต ตามความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ การรับแจ้งการครอบครองในครั้งนี้ ตามกฎหมายกำหนดให้รับแจ้งการครอบครองได้แต่เฉพาะสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีชีวิตเท่านั้น มิได้กำหนดให้มีการรับแจ้งการ ครอบครองซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผู้ที่แจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่แจ้งวัตถุประสงค์จะเลี้ยงดู สัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไป จะจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นมิได้ คงเก็บไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์เท่านั้น จะจำหน่ายได้เฉพาะลูกที่เกิดมาจากสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กฎหมายกำหนดให้ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้เท่านั้น เช่น ปลาตะพัด จระเข้ เป็นต้น
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ส่วนอนุญาตและจัดการด้านการประมง สำนักบริหารจัดการด้านการประมง กรมประมง เกษตรกลาง เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10900 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2561-4689 หรือสำนักงานประมงจังหวัดแห่งท้องที่ ในวันและเวลา ราชการ (กรณีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ) หรือที่ส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เลขที่ 61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10900 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2561-4837 หรือ 0 –2561-2917 หมายเลขโทรสาร 0-2561-4835 และ สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือสำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์สาขา แห่งท้องที่ ในวันและเวลาราชการ (กรณีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ไม่เป็นสัตว์น้ำ)
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
(นายสิทธิ บุญยรัตผลิน)
อธิบดีกรมประมง





