ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการออกใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม เพื่อการส่งออก

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

ระเบียบกรมประมง

ว่าด้วยการออกใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม เพื่อการส่งออก

...................................

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยการออกใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานในการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตปลาสวยงามให้ได้มาตรฐานสำหรับการส่งออก

อาศัย อำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2545 กรมประมงจึงออกระเบียบวิธีปฏิบัติในการออกใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์ม เพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการออกใบรับรองมาตรฐานการจัดการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม เพื่อการส่งออก พ.ศ. 2547”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

( 1 ) ใบรับรอง หมายถึง ใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก

( 2 ) มาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก หมายถึง มาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก สำหรับฟาร์มเพะเลี้ยงปลาสวยงามน้ำจืดของ ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ซึ่งมีการจัดการสุขอนามัยของฟาร์มที่ดีและผลผลิตปลาสวยงามที่เพาะเลี้ยงมี คุณภาพดีตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กรมประมงกำหนด

( 3 ) พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึง ข้าราชการหรือลูกจ้างสังกัดกรมประมงที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานของสำนักวิจัย และพัฒนาประมงน้ำจืด และให้รวมถึงผู้ที่อธิบดีกรมประมงมอบหมาย

ข้อ 4 ผู้ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามที่ประสงค์จะขอใบรับรองมาตรฐานการจัดการ ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก ให้ยื่นคำขอตามแบบ กปม. / สส. 1 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก ให้ยื่นคำขอตามแบบ กปม. / สส. 1 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ กรมประมง เว้นแต่กรณีที่ฟาร์มปลาสวยงามตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดหรือสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดแห่งท้องที่นั้น พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังนี้

4.1 เอกสารรายละเอียดการเลี้ยงปลาสวยงาม ณ ปัจจุบันตามแบบ กปม. / สส. 1/2

4.2 แผนที่การเดินทางเข้าฟาร์ม ตามแบบ กปม. / สส. 1/3

4.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอ

4.4 เอกสารหรือกลักฐานอื่น ๆ ตามที่กรมประมงประกาศกำหนด

4.5 กรณีมอบให้ผู้อื่นมายื่นคำขอและดำเนินการแทนให้แนบ

( 1 ) หนังสือมอบอำนาจ

( 2 ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐและสำเนา ทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

ข้อ 5 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานแล้วดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ดังนี้

5.1 ถ้าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ให้ยื่นคำขอและหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันได้รับคำขอ

5.2 ถ้าเห็นว่าเอกสารหลักฐานถูกต้อง ให้แจ้งสถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำทราบภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันได้รับคำขอและให้สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำแจ้งกำหนด วันนัดตรวจประเมินฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ 6 เมื่อผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งกำหนดวันนัดตรวจประเมินฟาร์มตามข้อ 5.2 แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้

6.1 ตอบแบบสอบถามการประเมินสุขอนามัย ตามแบบ กปม. / สส. 2

6.2 ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม

6.2.1 เพื่อตรวจสอบและประเมินระบบการจดการและสุขอนามัยฟาร์ม

6.2.2 เพื่อสุ่มเก็บตัวอย่างปลาสวยงามในปริมาณพอสมควรมาทำการตรวจสุขภาพ

6.2.3 เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำนำไปตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติน้ำ

6.3 อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจประเมินฟาร์ม

ข้อ 7 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผลการตรวจประเมินฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ผลการตรวจ สุขภาพปลาสวยงาม และผลการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติน้ำ ให้แก่ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ได้ตรวจประเมิน

ข้อ 8 ในกรณีผลการตรวจประเมินตามข้อ 7 เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กรมประมงกำหนด ให้ดำเนินการออกใบรับรองตามแบบ กปม. / สส. 3 ให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายใน 10 วัน ทำการ นับแต่วันที่ได้แจ้งผลการตรวจ แต่หากผลการตรวจประเมินฟาร์มไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กรมประมง กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามคำแนะนำเพื่อเข้าสู่หลักเกณฑ์ หรือมาตรฐานที่กรมประมงกำหนดแล้วแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนิน การตรวจสอบตามข้อ 6.2 ต่อไป

ข้อ 9 ให้อธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรอง

ข้อ 10 เมื่อได้ออกใบรับรองให้แก่บุคคลใดแล้วให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ดังนี้

10.1 ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อทำการ สุ่มตรวจประเมินฟาร์มได้ รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการดังกล่าวตามสมควร

10.2 ปฏิบัติให้ต่อเนื่องเพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานตามใบรับรองมาตรฐานการจัดการ ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก

10.3 กรณีที่พบว่าไม่ได้ปฏิบัติให้ต่อเนื่องตามข้อ 10.2 และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ออกใบเตือนให้ดำเนินการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานตามใบ เตือนดังกล่าวภายใน 1 เดือน นับแต่วันได้รับใบเตือน

การออกใบเตือนตามวรรคแรก ให้ใช้ตามแบบ กปม. / สส. 4

ข้อ 11 กรณีที่ผู้ได้รับใบรับรองไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานตามใบ เตือนตามข้อที่กำหนดในข้อ 10.3 ได้ ให้อธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจเพิกถอนใบรับรองดังกล่าว เสียได้ ผู้ถูกเพิกถอนใบรับรอง อาจยื่นขอใบรับรองใหม่ได้เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน การเพิกถอนตามวรรคแรก ให้ใช้ตามแบบ กปม. / สส. 5

ข้อ 12 ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ สามรถนำใบรับรองไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมประมง เพื่อขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกโดยไม่ต้องผ่านการตรวจตัวอย่าง สัตว์น้ำครั้งสุดท้ายก่อนการส่งออกสำหรับประเทศที่กรมประมงกำหนด รวมทั้งอาจได้รับสิทธิพิเศษอื่นตามที่กรมประมงกำหนด

ข้อ 13 ให้ใบรับรองตามระเบียบนี้ มีอายุ 1 ปี นับแต่วันออก และให้ต่ออายุได้คราวละ 1 ปี โดยให้ยื่นคำขอก่อนใบรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนในการขอใบรับรองมาใช้กับการยื่นขอต่ออายุใบรับรองโดยอนุโลม

ข้อ 14 ในกรณีที่ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามหรือผู้ส่งออกปลาสวยงาม หรือบุคคลในภาคเอกชน มีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางนำไปสู่ระบบการพัฒนามาตรฐานในเรื่องเกี่ยวกับ การจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก ให้สามารถยื่นข้อเสนอแนะดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ที่สถาบันวิจัย สัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ กรมประมง

ข้อ 15 ให้อธิบดีกรมประมงเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้สำนักวิจัยและพัฒนาประมง น้ำจืดเป็นหน่วยงานรับผิดชอบบริหารจัดการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยหรือดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้อธิบดีกรมประมงเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของอธิบดีกรมประมงให้เป็นที่สุด

 

ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2547

 

สิทธิ บุณยรัตผลิน

(นายสิทธิ บุณยรัตผลิน)

อธิบดีกรมประมง

 

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates