ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547
ระเบียบกรมประมง
ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547
---------------------
โดยที่พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 54 ได้กำหนดห้ามนำสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ชนิดใดตามที่ได้ระบุชื่อไว้ในพระราชกฤษฎีกาเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนในการยื่นคำขอและการอนุญาตในการดังกล่าวไว้ในระเบียบกรมประมงว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2537 ซึ่งกรมประมงเห็นสมควรแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2545 อธิบดีกรมประมงจึงออกระเบียบกำหนดวิธีปฏิบัติราชการสำหรับการยื่นคำขอและ การอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำ บางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมประมงว่าด้วยการยื่นคำขออนุญาตนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2537
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
(1) สัตว์น้ำ หมายความว่า สัตว์น้ำชนิดที่ระบุชื่อไว้ในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490
(2) หนังสืออนุญาต หมายความว่า หนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้เพื่ออนุญาตให้ผู้รับอนุญาตนำสัตว์น้ำนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ได้ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490
(3) ผู้ยื่นคำขอ หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร
(4) ผู้รับอนุญาต หมายความว่า ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร
(5) พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ซึ่งเป็น ไปตามคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(6) การนำเข้า หมายความว่า การนำเข้าเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในข้อ 5
ข้อ 5 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้แยกการนำเข้าสัตว์น้ำตามวัตถุประสงค์ที่นำเข้า ดังนี้
(1) นำเข้าเพื่อการค้า หมายความว่า การนำสัตว์น้ำเข้ามาเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ
(2) นำเข้าเพื่อการส่งออก หมายความว่า การนำสัตว์น้ำเข้ามาเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยไม่มีการจำหน่ายภายในประเทศ แต่เป็นเพียงการนำเข้ามาเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำหรือเปลี่ยนอากาศ
(3) นำเข้าเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หมายความว่า การนำสัตว์น้ำเข้ามาเพื่อเลี้ยงดูเป็น สัตว์น้ำสวยงาม ทั้งนี้ในปริมาณที่พอสมควร
(4) นำเข้าเพื่อการเพาะเลี้ยง หมายความว่า การนำเข้าสัตว์น้ำขนาดเล็กมาเพื่อการเลี้ยงเพื่อเพิ่มขนาดน้ำหนัก รวมทั้งเพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปด้วย
(5) นำเข้าเพื่อทำพันธุ์ หมายความว่า การนำเข้าสัตว์น้ำขนาดพ่อแม่พันธุ์เข้ามาเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์
(6) นำเข้ามาเลี้ยงเพื่อการส่งออก หมายความว่า การนำเข้ามาเลี้ยงในช่วงเวลาหนึ่งแล้วส่งออกไปโดยไม่มีการจำหน่ายภายในประเทศ โดยมีหนังสือประทับตรารับรองการตรวจสอบการนำเข้าและ ส่งออกที่ถูกต้อง
(7) นำเข้าเพื่อการบริโภค หมายความว่า การนำสัตว์น้ำเข้ามาเพื่อเป็นอาหาร หรือใช้ประกอบเป็นอาหาร
(8) นำเข้าเพื่อการศึกษาวิจัย หมายความว่า การนำเข้ามาเพื่อทำการศึกษาวิจัย โดยมี โครงการศึกษาวิจัยประกอบการขออนุญาต
(9) นำเข้าเพื่อการอื่น หมายความว่า การนำเข้ามาโดยมีวัตถุประสงค์ที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ใน (1) – (8)
ข้อ 6 ผู้ที่ประสงค์จะขอหนังสืออนุญาตเพื่อนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(1) ส่วนอนุญาตและจัดการประมง สำนักบริหารจัดการด้านการประมง กรมประมง หรือ
(2) สำนักงานประมงจังหวัดในท้องที่ ในกรณีผู้ยื่นคำขอประสงค์จะนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรในจังหวัดนั้น หรือ
(3) ด่านตรวจสัตว์น้ำ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านด่านศุลกากรที่อยู่ในความรับผิดชอบของด่านตรวจสัตว์น้ำนั้น
ข้อ 7 ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อความในคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอดังต่อไปนี้ด้วย
(1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ให้แนบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
(2) ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ให้แนบ
(2.1) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
(2.2) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนา บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐของกรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้แทนอื่นใดของนิติบุคคล
(3) ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทน ให้แนบหลักฐานต่อไปนี้ด้วย
(3.1) หนังสือมอบอำนาจ
(3.2) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐของผู้รับมอบอำนาจ
(4) สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพในการประมง การค้าสินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ หรืออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ (อนุญาต 6) สำหรับกรณีที่เป็นผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว
(5) สำเนาหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำที่ออกให้โดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศผู้ส่งออกสัตว์น้ำซึ่งแสดงว่า สัตว์น้ำนั้นปราศจากโรคระบาด (สำหรับกรณีที่ต้องมีและสามารถนำมาแสดงล่วงหน้าได้)
(6) สำเนาหนังสืออนุญาตครั้งที่ผ่านมา ที่ได้ประทับตรารับรองการตรวจสอบ ถูกต้องแล้ว เว้นแต่เป็นการยื่นคำขอครั้งแรก
(7) สำเนารายงานปริมาณการนำเข้า – ส่งออกสัตว์น้ำตามข้อ 15 (2) สำหรับกรณีที่เป็นการนำเข้ามาเลี้ยงเพื่อการส่งออกตามข้อ 5 (6)
(8) รายละเอียดโครงการศึกษาวิจัย สำหรับกรณีที่เป็นการนำเข้าเพื่อการศึกษาวิจัยตามข้อ 5 (8)
(9) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่กรมประมงประกาศกำหนด
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้เคยยื่นคำขอไว้ในครั้งก่อนๆ และมีเอกสารหลักฐานอย่างใดที่ได้ยื่น ไว้นั้นยังใช้อ้างอิงเป็นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอได้ต่อไป พนักงานเจ้าหน้าที่จะผ่อนผันให้ไม่ต้องแนบเอกสารหลักฐานนั้นประกอบคำขออีกก็ได้
ข้อ 8 ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตนำเข้าเพื่อการส่งออก ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งรายการหรือข้อความซึ่งระบุสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอื่นๆ ตามแบบที่กรมประมงกำหนดด้วย
ข้อ 9 เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขอและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคำขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอนั้น
หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วน ก็ให้คืนคำขอและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 1 วันทำการ เพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
แต่หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ก็ให้ดำเนินการเสนอพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาออกหนังสืออนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอนั้นภายในกำหนดเวลา 3 วันทำการ นับแต่วันที่ได้ตรวจสอบ
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้พิจารณาแล้วไม่อนุญาตตามคำขอ ก็ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว
ข้อ 10 ในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามคำขอของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจให้พิจารณาโดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ในกรณีที่กรมประมงมีนโยบายใหม่ซึ่งได้ประกาศกำหนดโดยชัดแจ้งเพื่อประโยชน์สาธารณะและเป็นไปตามเจตนารมณ์ความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ว่าไม่สมควรที่จะให้มีการนำสัตว์น้ำชนิดหนึ่งชนิดใดในกรณีใดเข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจถือปฏิบัติตามนโยบายนั้นอย่างเคร่งครัด
ข้อ 11 หนังสืออนุญาตที่ออกให้ตามระเบียบนี้ จะมีผลเป็นการอนุญาตโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายต่อเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ลงนามและประทับตรารับรองไว้ในหนังสืออนุญาตนั้นตามข้อ 13 แล้ว
ข้อ 12 ในการนำสัตว์น้ำตามหนังสืออนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตนั้น ดังนี้
(1) ผู้รับอนุญาตต้องนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตเท่านั้น
(2) ก่อนนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้รับอนุญาตจะต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำ หรือสำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ แล้วแต่กรณี ได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่นั้นได้เตรียมการตรวจสอบต่อไป
(3) สัตว์น้ำที่ผู้รับอนุญาตจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปราศจากโรคระบาด
(4) ผู้รับอนุญาตจะต้องนำหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำที่ออกให้โดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศผู้ส่งออกสัตว์น้ำซึ่งแสดงว่า สัตว์น้ำนั้นปราศจากโรคระบาดมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำสัตว์น้ำนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่กรณีที่เป็นซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำซึ่งโดยสภาพแล้วไม่อาจมีโรคระบาดได้
(5) สัตว์น้ำที่ผู้รับอนุญาตจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องมีชนิด ขนาด และปริมาณถูกต้องตรงกับที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต หรือไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต
(6) หนังสืออนุญาตที่ออกให้ 1 ฉบับ ผู้รับอนุญาตสามารถใช้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรได้เพียง 1 ครั้ง
(7) เงื่อนไขอื่นๆตามความเหมาะสม
ข้อ 13 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำ หรือสำนักงานประมงจังหวัดที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ที่ด่านตรวจสัตว์น้ำ แล้วแต่กรณี ทำการตรวจสอบความถูกต้องของการนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้รับอนุญาต หากการนำเข้านั้นถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจสอบลงนามและประทับตรารับรองไว้ในหนังสืออนุญาตนั้น
แต่ในกรณีที่การนำเข้านั้นไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบลงนามและประทับตรารับรองดังกล่าว
ข้อ 14 กรณีที่การนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้รับอนุญาตรายใดมีความจำเป็นไม่อาจถือปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ 12 โดยถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาผ่อนผันให้ไม่ต้องถือปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร ยกเว้นกรณีเงื่อนไขตามข้อ 12 (1) (5) และ (6) ทั้งนี้ให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด
ข้อ 15 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามระเบียบนี้
(1) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำและรับรองสำเนาหนังสืออนุญาตที่ได้ประทับตรารับรองแล้ว มอบให้แก่ผู้รับอนุญาตสำหรับใช้ประกอบการยื่นคำขออนุญาตครั้งต่อไปด้วย
(2) กรณีที่มีการออกหนังสืออนุญาตสำหรับการอนุญาตนำเข้ามาเลี้ยงเพื่อการส่งออกให้แก่ผู้รับอนุญาตรายใด ให้ผู้รับอนุญาตนั้นจัดทำรายงานปริมาณการนำเข้า – ส่งออกสัตว์น้ำที่ได้นำเข้าตามหนังสืออนุญาตนั้นจากหลักฐานการนำเข้า – ส่งออกที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการได้ตรวจรับรองถูกต้องแล้ว และแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ทราบตามแบบที่กรมประมงกำหนดด้วย
ข้อ 16 การยื่นคำขอ การออกหนังสืออนุญาต และการประทับตรารับรองตามระเบียบนี้ให้ใช้ตามแบบที่กรมประมงกำหนด
หนังสืออนุญาตตามระเบียบนี้ให้มีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่อนุญาต
ข้อ 17 ให้ถือว่าคำขอที่ได้ยื่นไว้ตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการยื่นคำขออนุญาตนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2537 ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับและอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นคำขอที่ยื่นตามระเบียบนี้โดยอนุโลม
ให้หนังสืออนุญาตที่ได้ออกให้ตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการยื่นคำขออนุญาตนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2537 ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นผล โดยให้นำข้อกำหนดของระเบียบดังกล่าวมาใช้บังคับกับหนังสืออนุญาตนั้นได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ข้อ 18 ให้อธิบดีกรมประมงรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจพิจารณาหรือวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอุปสรรคหรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ คำวินิจฉัยของอธิบดีกรมประมงให้เป็นที่สุด
ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน 2547
(นายสิทธิ บุณยรัตผลิน)
อธิบดีกรมประมง





