การปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งโดยใช้บ่อบำบัดน้ำทิ้งและการหมุนเวียนน้ำ

พิมพ์
ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
หมวด: บทความ

ระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

          การจัดทำระบบบำบัดน้ำทิ้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งให้มีคุณภาพดีขึ้น จนอยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งให้มีคุณภาพดี ขึ้นเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เนื่องจากน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติในบางพื้นที่มีคุณภาพต่ำลงจนไม่สามารถนำมา ใช้เพาะเลี้ยงได้ และเพื่อลดผลกระทบจากน้ำทิ้งต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ระบบบำบัดน้ำทิ้งที่มีการทดลองนำมาใช้กับการเพาะเลี้ยงมีหลายระบบ เช่น ระบบบำบัดน้ำทิ้งแบบผสมผสาน (Integrated Treatment System) ระบบบำบัดน้ำทิ้งโดยใช้การกรองชีวภาพ (Biofiltering Treatment System) ระบบบำบัดน้ำทิ้งโดยวิธีทางชีวภาพ (Biological Treatment System) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ระบบบำบัดน้ำทิ้งแบบผสมผสาน (Integrated Treatment System)

         ระบบบำบัดน้ำทิ้งแบบผสมผสาน เป็นระบบที่ผสมผสานวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้ง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.เพชรบุรี ได้ทดลองใช้โอโซนและการให้อากาศอย่างเพียงพอ เพื่อเร่งการย่อยสลายของสารอินทรีย์และใช้สิ่งมีชีวิต เช่น ปลากินพืช สาหร่ายผมนาง หญ้าทะเล แสม และโกงกาง เพื่อกำจัดสารอนินทรีย์ที่ถูกย่อยสลายแล้ว พร้อมทั้งมีการกำหนดรูปแบบบ่อเลี้ยงกุ้งใหม่ โดยแบ่งเนื้อที่ให้เป็นบ่อเก็บน้ำทิ้ง และบ่อบำบัดน้ำทิ้ง ถ้าเป็นฟาร์มขนาดเล็ก (พื้นที่น้อยกว่า ๕-๑๕ ไร่) จะมีการขุดคลองอเนกประสงค์รอบฟาร์ม โดยคลองอเนกประสงค์ จะทำหน้าที่เป็นคลองรับน้ำทิ้ง และเป็นที่เลี้ยงสัตว์น้ำแบบรวมเพื่อเป็นที่ปรับปรุงคุณภาพน้ำ สำหรับฟาร์มขนาดกลาง-ใหญ่ กำหนดให้แบ่งพื้นที่ฟาร์ม ๓๐-๕๐% เป็นพื้นที่บำบัดน้ำทิ้ง ส่วนที่เหลือ ๕๐-๗๐ % ใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำ

         ผลการทดลองใช้ระบบบำบัดน้ำทิ้งแบบผสมผสานพบว่าสามารถบำบัดน้ำทิ้งจากการ เลี้ยงกุ้งให้มีคุณภาพที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้ง โดยมีค่าแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และฟอสฟอรัสรวม อยู่ในช่วง ๐.๐๑๓-๐.๓๘๓, ๐.๐๐๑-๐.๐๓๙, ๐.๐๐๓-๐.๐๔๓, ๐.๐๐๓-๐.๐๐๔๓ มก./ล. ตามลำดับ และสามารถนำน้ำทิ้งมาหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำ ธรรมชาติถึง ๓ รอบการเลี้ยง

         จากการศึกษาของอนันต์ และคณะ (๒๕๓๙) ได้เสนอแนวทางฟื้นฟูน้ำทิ้งหลังการเลี้ยงกุ้งจนกระทั่งกลับคืนสู่ภาวะสมดุล แล้ว รีไซเคิลกลับมาใช้ในการเลี้ยงกุ้งอีกครั้ง ผลการทดลองปรากฏว่า เมื่อนำน้ำที่ผ่านการรีไซเคิลแล้วกลับมาใช้ใหม่ในการเลี้ยงกุ้งในระบบปิดโดย ที่มีอัตราปล่อย ๕๐,๐๐๐ ตัว/ไร่ ได้ผลผลิตกุ้ง ๑,๒๗๕ กก./ไร่ ขนาดกุ้ง ๓๐-๕๐ ตัว/กก. อัตรารอดเฉลี่ยร้อยละ ๘๓.๖ ซึ่งถือว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการฟื้นฟูทั้งการเลี้ยงและสภาพแวดล้อมควบคู่ กันไป คุณภาพน้ำทิ้งที่ผ่านระบบบำบัดน้ำทิ้งแบบผสมผสานจากฟาร์มกุ้งในพื้นที่ต่างๆ พบว่าส่วนใหญ่มีคุณภาพอยู่ในแกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งฯ ที่กำหนดไว้


ระบบบำบัดน้ำทิ้งโดยใช้การกรองชีวภาพ (Biofiltering treatment system)

         ระบบบำบัดน้ำทิ้งโดยใช้การกรองชีวภาพ เป็นวิธีการที่ใช้แบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนสารอินทรีย์ให้กลายเป็น แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท โดยกระบวนการ Nitrification ซึ่งมีการทดลองใช้วิธีการบำบัดน้ำกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งหลายแห่ง

         Tookwinas et. al. (1997) ได้ประเมินประสิทธิภาพของระบบกรองชีวภาพในการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้ง ขนาด ๒.๕ ไร่ ที่ปล่อยกุ้งลงเลี้ยงที่อัตราความหนาแน่น ๔๐ ตัว/ตร.ม. โดยมีส่วนประกอบของระบบกรองชีวภาพ คือ

ก)ระบบกรอง น้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งจะถูกกรองผ่านถุงกรองแพลงก์ตอนขนาดตา ๓๐ ไมครอน เพื่อกำจัดสารแขวนลอย ก่อนนำไปเก็บในถังพัก

ข)Aerobic Bacteria tank น้ำทิ้งในถังพักจะถูกส่งไปยัง Aerobic Bacteria tank เพื่อกำจัดแอมโมเนียและไนไตรท์ในน้ำ แบคทีเรียจะเปลี่ยนแอมโมเนียและไนไตรท์ให้กลายเป็นไนเตรท

ค)Anaerobic Acteria tank น้ำทิ้งที่ผ่านมาจาก Aerobic Bacteria Tank จะถูกส่งไปยัง Anaerobic Bacteria Tank เพื่อกำจัดไนเตรทในน้ำ

         ผลการทดลองพบว่า ระบบกรองมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณไนโตรเจนรวม แอมโมเนียและบีโอดี เท่ากับ ๑๘.๖๒, ๑.๔๒ และ ๓๓.๔๖% ตามลำดับ สำหรับ Aerobic Process มีประสิทธิภาพในการลดไนโตรเจนรวม แอมโมเนีย บีโอดี และไนเตรทเท่ากับ ๔๓.๔๘, ๙๑.๑๕, ๔๕.๒๒ และ ๗๒.๘๘ % ตามลำดับ แต่ Anaerobic Process จะมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณไนโตรเจนรวม แอมโมเนีย บีโอดี และไนเตรทได้น้อยกว่า ซึ่งคุณภาพน้ำเมื่อผ่านระบบกรองชีวภาพขั้นตอนต่างๆ

         สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลาประเมินประสิทธิภาพของระบบกรอง ชีวภาพในการปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง ระบบกรองชีวภาพนี้ประกอบด้วย ชุดกรอง ทำหน้าที่กำจัดสารแขวนลอยในน้ำ บ่อกำจัดสารอินทรีย์โดยแบคทีเรีย ทำหน้าที่ลดปริมาณสารอินทรีย์ เช่น แอมโมเนีย ไนไตรท์ ในน้ำและชุดให้อากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนลงในบ่อเลี้ยงกุ้ง ผลการทดลองในเบื้องต้นพบว่าระบบกรองชีวภาพสามารถลดปริมาณของเสียจากการ เลี้ยงกุ้งได้ และได้มีการปรับปรุงระบบบำบัดใหม่ เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพมากที่สุด


ระบบบำบัดน้ำทิ้งโดยวิธีทางชีวภาพ (Biological Treatment System)

         ระบบบำบัดน้ำทิ้งโดยวิธีทางชีวภาพจะใช้สิ่งมีชีวิต เช่น หอยแมลงภู่ หอยนางรม ไรสีน้ำตาล สาหร่ายผมนาง หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บำบัดน้ำทิ้ง โดยหอยแมลงภู่ หอยนางรม หรือไรสีน้ำตาล จะทำหน้าที่กรองเอาสารอินทรีย์ที่แขวนลอยอยู่ในน้ำเป็นอาหาร ส่วนสาหร่ายผมนางจะใช้ไนเตรทในน้ำเพื่อการเจริญเติบโต ผลการทดลองบำบัดน้ำทิ้งโดยวิธีชีวภาพ ได้แก่

         คณิต และดุสิต (๒๕๓๕) ได้ใช้หอยแมลงภู่และสาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri) น้ำหนัก ๔๐๐ กรัม และ ๓๔๐ กรัม ตามลำดับ บำบัดน้ำทิ้งจำการเลี้ยงกุ้งในถังไฟเบอร์กลาสขนาด ๒๐๐ ลิตรผลการทดลองพบว่าภายในเวลา ๔๘ ชั่วโมง การใช้หอยแมลงภู่และสาหร่ายผมนางเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง และการใช้หอยแมลงภู่ร่วมกับสาหร่ายผมนางจะสามารถลดค่าบีโอดีได้ถึง ๗๓-๑๐๐ % และการใช้สาหร่ายผมนางชนิดเดียวจะลดค่าแอมโมเนียและไนเตรท ได้ถึง ๖๖-๑๐๐ % ตามลำดับ และเสนอให้มีการจัดทำบ่อพักน้ำทิ้ง โดยใช้หอยแมลงภู่และสาหร่ายผมนางร่วมกับการให้อากาศ จะสามารถปริมาณแอมโมเนีย ไนเตรท และสารแขวนลอยได้ดียิ่งขึ้น

         ดุสิต และสิริ (๒๕๓๔) ได้ทดลองใช้ไรสีน้ำตาล บำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้ง โดยทดลองเป็นระยะเวลานาน ๒๓ วัน ผลการทดลองพบว่าไรสีน้ำตาลสามารถลดปริมาณบีโอดีและคลอโรฟิลด์ในน้ำทิ้งได้ โดยมีอัตราการบำบัดน้ำเสียในรูปบีโอดีอยู่ในช่วง ๐.๐๒-๐.๑๑ มก. บีโอดี/ตัว/วัน

         ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้ง ทะเลฝั่งอ่าวไทย จังหวัดสงขลา ได้ศึกษาประสิทธิภาพ ของระบบบำบัดขนาดเล็ก โดยกำหนดให้มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำทิ้งโดยบ่อบำบัดจะต้องมีเนื้อที่คิดเป็น ๒๕ % ของพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งทั้งหมด และใช้หอยแมลงภู่ และสาหร่ายผมนางบำบัดน้ำทิ้ง


ระบบบำบัดแบบน้ำหมุนเวียน

         เปี่ยมศักดิ์ (ไม่ปรากฎปีที่พิมพ์) ได้เสนอแนวทางการให้ระบบน้ำหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบจากการเลี้ยงกุ้งต่อสิ่ง แวดล้อม โดยกำหนดให้มีการจัดทำบ่อบำบัดน้ำทิ้งเพื่อลดปริมาณสารอินทรีย์และบ่อลด ปริมาณไนเตรท และกำหนดสัดส่วนของบ่อประเภทต่างๆ ดังนี้

๑.บ่อเลี้ยงกุ้งขนาด ๔ ไร่ และปูด้วยผ้ายาง เพื่อลดการซึมของน้ำลงสู่น้ำใต้ดิน

๒.บ่อบำบัดน้ำทิ้งโดยใช้แบคทีเรียขนาด ๑ ไร่ แบคทีเรียในบ่อบำบัดจะเปลี่ยนสารอินทรีย์ไนโตรเจนให้เป็นแอมโมเนีย ไนไตรท์ และไนเตรทในที่สุด โดยขบวนการ Nitrification และจะมีการให้อากาศในบ่อบำบัดน้ำทิ้งตลอดเวลา

๓.บ่อลดปริมาณไนเตรท ขนาด ๕-๖ ไร่ น้ำจากบ่อบำบัดที่มีปริมาณไนเตรทสูงจะถูกบำบัดโดยให้แพลงก์ตอนพืชในบ่อใช้ไน เตรทเพื่อการเจริญเติบโตและใช้ปลานิลหรือปลากินพืชชนิดอื่นควบคุมปริมาณ แพลงก์ตอนพืชในบ่อไม่ให้เพิ่มเกินสมดุล น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกนำกลับไปใช้ใหม่ต่อไป

2010-2014 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด Free joomla templates |