ปลากะตัก

ชื่อไทย : ปลากะตัก, ไส้ตัน, ปลาหัวอ่อน, ปลาจิ้งจั๊ง, ปลามะลิ, ปลายู่เกี้ย, ปลาเก๋ย, ปลากล้วย
ชื่อสามัญ : Anchovy (Fish sauce)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Encrasicholina sp. และ Stolephorus sp.
รูปร่างลักษณะ : เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ลำตัวเรียวยาว แบนข้าง มีสันหนามที่ท้อง ขากรรไกรบนยาวเลยหลังตา ครีบหลังตอนเดียว ครีบหางเว้าลึก มีแถบสีเงินพาดผ่านในแนวยาวของลำตัว
ถิ่นอาศัย : แพร่กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณอ่าวไทยและบริเวณห่างฝั่งประมาณ 10-20 ไมล์ ตามบริเวณชายฝั่งและหมู่เกาะต่างๆ ทั้งในน่านน้ำไทยและในเขตอินโด-แปซิฟิก
อาหาร : กินพวกแพลงก์ตอน ทั้งชนิดที่เป็นพืชและชนิดที่เป็นสัตว์ เช่น ปลา ลูกกุ้ง และเคย ในกรณีของแพลงก์ตอนชนิดที่เป็นพืช ได้แก่ ไดอะตอม (Diatom) ส่วนแพลงตอนสัตว์ ได้แก่ เศษชิ้นส่วนของสัตว์ชนิดที่มีรยางค์เป็นปล้องๆ (Crustacean) ,โคพีพอด (Copepod) ,ไข่ของปู และไข่ของหอยสองฝา เป็นต้น
ขนาด : มีความยาวประมาณ 3-10 เซนติเมตร
ประโยชน์ : นิยมใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำปลาชั้นดี บูดู และปลาป่น เป็นต้น นอกจากนี้ปลากะตักยังนิยมนำมาแปรรูปเป็นปลาตากแห้ง หรือปลาต้มตากแห้งก็ได้ หรือเป็นที่รู้จักในนามของปลาไส้ตันตากแห้งหรือปลาฉิ้งฉ้าง เพราะเป็นปลาที่มีคุณค่าทางด้านโภชนาการสูง สามารถจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ





