หอยโข่งทะเล หอยเป่าฮื้อ หอยร้อยรู
ชื่อวิทยาศาสตร์ : มีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่

- Haliotis asinina Linnaeus, 1758 มีชื่อสามัญ Donkey's ear abalone

- Haliotis ovina Gmelin, 1791 มีชื่อสามัญ Oval abalone

- Haliotis varia Linnaeus, 1758 มีชื่อสามัญ Variable abalone
ชื่อสามัญ : Abalone, Aurora shell, Rainbow shell, Ear shell
ลักษณะทั่วไป : เปลือกมีรูปร่างคล้ายใบหู ด้านในของเปลือกเป็นมุก ด้านนอกของเปลือกเป็นสีน้ำตาล สีดำ ฝาหมุนเป็นเกลียววนและแบน มีรอยนูนเป็นสัน ด้านซ้ายของเปลือกมีรูเล็กๆ เรียงเป็นแถวยาวไปจนถึงขอบปาก รูจะสร้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหอยโตขึ้นส่วนรูเก่าจะปิดไปเหลือประมาณ 5-9 รู ขึ้นอยู่กับชนิดของหอย
ขนาด : มีเปลือกยาวสูงสุด 12 เซนติเมตร ซึ่งพบในหอยชนิด Haliotis asinina Linnaeus, 1758 ส่วนหอยชนิด Haliotis Ovina Gmelin, 1791 และHaliotis varia Linnaeus, 1758 จะมีขนาดเล็กกว่า มีความยาวสูงสุดประมาณ 7 เซนติเมตร แต่ขนาดที่พบโดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร และมีเนื้ออยู่ภายในเปลือก ซึ่งน้อยกว่าชนิด Haliotis asinina ที่เนื้อจะออกมาหุ้มเปลือกหอย
การกินอาหาร : กินสาหร่ายที่เกาะตามโขดหิน
การผสมพันธุ์ : เพศผู้และเพศเมียแยกคนละตัว เพศผู้มีสีครีมหรือสีงาช้าง เพศเมียมีสีเขียวเข้ม หอยเพศผู้จะปล่อยน้ำเชื้อบริเวณที่เป็นแหล่งที่อยู่อ่าศัย ซึ่งจะไปกระตุ้นให้หอยเพศเมียปล่อยไข่ออกมา การผสมพันธุ์เป็นแบบภายนอกตัว และมักเกิดในเวลากลางคืน ส่วนใหญ่จะมีช่วงฤดูผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม
แหล่งที่อยู่อาศัย : ชอบเกาะหินและอยู่ตามซอกโขดหิน และชายฝั่งทะเลที่มีแนวปะการังในระดับน้ำลึกประมาณ 10 เมตร
การแพร่กระจาย : ตามชายฝั่งทะเลจีน อ่าวไทย มหาสมุทรอินเดีย ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิก(รัฐแคลิฟอร์เนีย)
ประโยชน์ : เนื้อใช้ประกอบอาหาร มีรสชาติดี ราคาแพง ส่วนเปลือกใช้ทำเครื่องประดับและของที่ระลึก
การเลี้ยง : เป็นสัตว์น้ำที่กรมประมงส่งเสริมให้ทำการเพาะเลี้ยง มีราคาสูง สามารถเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ และเลี้ยงในกระชังตามชายฝั่งทะเล




