หอยกะพง หอยกะพงพันธุ์เล็ก เป๊าะคั่ก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arcuatula arcuatula Hanley, 1844
ชื่อสามัญ : Arcuate mussel
ลักษณะทั่วไป : เปลือกหอยจะบางและเปราะง่าย มีสีเขียว ส่วนเปลือกด้านในมีลักษณะมันวาวคล้ายมุก เปลือกทั้งสองมีขนาดเท่ากันและประกบกัน มีส่วนที่เป็นใยติดอยู่ที่โคนของเท้าหอยใช้สำหรับยึดเกาะกันเป็นกลุ่ม และอยู่ทางด้านท้อง(ventral)
ขนาด : ขนาดทั่วไปมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร
การกินอาหาร : โดยการกรองอาหารขนาดเล็ก เช่น แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ ซากพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อย
การผสมพันธุ์ : เป็นหอยที่มีเพศแยกคนละตัว และมีเพศทั้งสองเพศอยู่ในตัวเดียวกัน โดยเพศผู้มีสีครีม ส่วนเพศเมียมีสีส้ม โดยสังเกตจากบริเวณเยื่อหุ้มลำตัว และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ เพศผู้และเพศเมียจะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์สู่น้ำทะเล และผสมพันธุ์แบบภายนอกลำตัวหอย มีฤดูสืบพันธุ์ในช่วง พฤษภาคม-สิงหาคม และช่วงมกราคม-มีนาคม
แหล่งที่อยู่อาศัย : ชอบฝังตัวอยู่บนผิวดินที่เป็นโคลน โดยจะเกาะกันเป็นกลุ่มยึดติดด้วยชัง(byssus) ซึ่งอยู่ทางด้านท้องของตัวหอย และจะฝังส่วนท้ายไว้ในโคลน แล้วโผล่ส่วนหัวออกหากิน
การแพร่กระจาย : พบมากที่บริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดชลบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
ประโยชน์ : นำไปประกอบอาหาร และใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น อาหารเป็ด จะทำให้ไข่แดงมีสีแดงสด อาหารสดสำหรับเลี้ยงกุ้งทะเล และพ่อแม่พันธุ์กุ้งทะเล
การเลี้ยง : นิยมเลี้ยงบริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นหาดเลนหรือหาดโคลน หอยชนิดนี้หากเลี้ยงร่วมกับหอยแครงจะเป็นศัตรูกับหอยแครง โดยที่หอยกะพงจะเกาะกลุ่มกันเป็นแผ่นและปกคลุมหอยแครง ทำให้หอยแครงไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ดังนั้นการเลี้ยงหอยกะพงควรแยกพื้นที่กับการเลี้ยงหอยแครง โดยควรเลี้ยงหอยกะพงในบริเวณใกล้ฝั่ง ส่วนหอยแครงควรเลี้ยงในบริเวณห่งฝั่งประมาณ 1-2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันคลื่นชัดหอยเข้าฝั่ง ทั้งนี้หากนำลูกหอยกะพงขนาด 5-10 มิลลิเมตร ไปหว่านในพื้นที่ที่เป็นโคลน เลี้ยงนานประมาณ 8-12 เดือน จะสามารถรวบรวมหอยสู่ตลาดได้





