หอยนางรมพันธุ์ใหญ่ หอยตะโกรมกรามขาว และหอยตะโกรมกรามดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ :

- Crassostrea belcheri Sowerby, 1871

- Crassostrea iredalei Faustino, 1932
ชื่อสามัญ : Oyster
ลักษณะทั่วไป : ฝาทั้งสองข้างแบนกว้าง ขนาดของฝาทั้งสองไม่เท่ากัน ฝาด้านบนจะมีขนาดเล็กและบางกว่าฝาด้านล่าง โดยฝาด้านล่างจะหนาและเกาะติดกับวัสดุที่มีลักษณะโค้งเป็นเบ้า เพื่อรองรับตัวหอย เปลือกด้านนอกมีสีขาว ส่วนด้านในมีสีขาวมันวาว และมีรอยของกล้ามเนื้อ ถ้ารอยกล้ามเนื้อมีสีขาวจะเป็นชนิด Crassostrea belcheri ถ้ารอยกล้ามเนื้อมีสีดำจะเป็นชนิด Crassostrea iredalei เนื้อมีสีขาวครีม แต่บางชนิดมีสีขาวขุ่น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแหล่งที่เลี้ยงหอย
ขนาด : มีความยาวสูงสุดประมาณ 15 เซนติเมตร
การกินอาหาร : โดยการกรองอาหารขนาดเล็ก ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช แแพลงก์ตอนสัตว์ ซากพืชและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย
การผสมพันธุ์ : มีฤดูผสมพันธุ์ตลอดทั้งปี เป็นหอยที่มีทั้ง 2 เพศแยกคนละตัว และมีสองเพศในตัวเดียวกัน การผสมพันธุ์เป็นแบบภายนอก โดยเพศผู้และเพศเมียจะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกนอกลำตัว แล้วผสมพันธุ์กันในน้ำทะเล
แหล่งที่อยู่อาศัย : ชอบเกาะตามโขดหิน หลักไม้ บริเวณปากแม่น้ำที่เป็นดินโคลนหรือดินเลน
การแพร่กระจาย : พบทางฝั่งอ่าวไทย (ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส) และฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา)
ประโยชน์ : เป็นหอยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีผู้นิยมบริโภคมาก ทำให้หอยราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับหอยชนิดอื่นๆ โดยเนื้อนำไปประกอบอาหาร หรือบริโภคแบบสด แกงจืด ทอด รมควัน ทำสลัด และผสมกับน้ำมันรำบรรจุในกระป๋อง
การเลี้ยง : มีหลายแบบได้แก่ การเลี้ยงบนก้อนหิน การเลี้ยงในกระบะไม้ แพ ใช้หลักไม้ ใช้แท่งซีเมนต์ ใช้หลอดหรือท่อซีเมนต์ และแบบพวงอุบะแขวน ยังมีการเลี้ยงแบบใช้วัสดุอื่นๆ ได้แก่ ยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว กระเบื้องมุงหลังคา อิฐ อ่าง ไห และตุ่มที่ชำรุดแล้ว ในบางประเทศนิยมเลี้ยงหอยนางรมแบบหว่านลงบนพื้นดินที่แข็ง โดยการเลี้ยงหอยนางรมพันธุ์ใหญ่ จะใช้หอยขนาด 3-4 เซนติเมตร หรือมีอายุประมาณ 3-4 เดือน เลี้ยงนานประมาณ 7-8 เดือน จะได้หอยที่มีขนาด 10-15 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ





