แหล่งที่อยู่อาศัยหลักที่สำคัญของหอยทะเล

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
หมวด: หอย

แหล่งถิ่นที่อยู่อาศัยหลักที่สำคัญของหอยทะเล มีดังนี้

  • หาดทราย หาดเลน

 

  • หาดหิน โขดหินเขตน้ำขึ้นน้ำลง

 

  • ป่าชายเลน

 

  • ปะการัง เป็นแหล่งที่มีความหลากชนิดของหอยสูง ตลอดจนปะการังเป็นแหล่งที่มีสีสันฉูดฉาด จึงทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มีสีสันสวยงาม ถ้าไม่มีแหล่งปะการัง ความหลากชนิดของพันธ์ุหอยอาจหมดไป เนื่องจากแนวปะการังมีซอกหลืบ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของหอย (niche) ถ้ามีแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีความเหมาะสมต่อหอยทะเลมาก ทำให้เกิดความหลากชนิดของหอยในทะเลมาก

 
  • หญ้าทะเล

 

  • พื้นท้องทะเล

 

ปะการังเทียมกับแหล่งที่อยู่อาศัย


กรมประมงได้จัดสร้างแหล่งปะการังเทียม(artificial reef) ทำจากปูนซีเมนต์นำไปวางไว้ในทะเลเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ มีการนำตู้รถไฟ รถยนต์ และเรือรบ ไปจัดวางเป็นแหล่งปะการังเทียมเป็นจำนวนมาก ข้อดีของปะการังเทียม คือ ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการประมง และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเล

 

ปะการังเทียม 

 

พื้นที่วิกฤตในทะเลของสัตว์กลุ่มหอย

 

การศึกษาพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity hotspots) ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มหอย (mollusca) ในประเทศไทยเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษา เพราะประเทศไทยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าพื้นที่บริเวณใดเป็นพื้นที่วิกฤต (hotspots) ที่แท้จริง ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึกที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกัน เช่น เกาะราชา และเกาะพีพี เป็นสวรรค์ของนักเก็บหอย เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันจำนวน ชนิดของหอยจากแหล่งดังกล่าวได้ลดลงมาก จนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น แอฟริกาใต้ เป็นต้น ดังนั้นจึงควรทำการอนุรักษ์หอยตามเป้าหมายการอนุรักษ์สามข้อ คือ


1.การใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าหรือชาญฉลาด(conserve)


2.การป้องกันพิทักษ์ (protect)


3.การฟื้นฟู (restore)

 

- แนวปะการัง (coral reef) ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่คุ้มครอง (protected area) โดยเฉพาะหมู่เกาะในอุทยานแห่งชาติทางทะเล เช่น เกาะราชา เกาะพีพี เกาะสุรินทร์ เกาะตะรุเตา เกาะอาดังราวี เกาะสมุย และหมู่เกาะอ่างทอง เป็นต้น ซึ่งมีมาตรการป้องกันแต่ไม่เข้มงวดเท่าที่ควร เนื่องจากประชาชนในท้องถิ่นยังมีการเก็บหอยกันมาก


- ป่าชายเลน (mangroves) ไม่ค่อยพบปัญหามากนัก นอกจากพบว่าป่าชายเลนมีพื้นที่ลดลง


- หญ้าทะเล
(seagrass) พบการถูกทำลาย


- พื้นที่ชุ่มน้ำ (wetland) เริ่มมีการถูกทำลาย

 

- สันใต้น้ำหรือเนินเขาใต้น้ำใกล้ชายฝั่ง (subtidal shoals or banks) มีสันกั้นเรียกว่า shell banks หรือ shoals มีลักษณะคล้ายกับลากูน (lagoon) แต่เป็นลากูนใต้น้ำ พื้นที่บริเวณนี้มักมีความอุดมสมบูรณ์ แหล่งใดที่มีสันกั้น (shoals) มักมีกระแสน้ำ 2 กระแส เมื่อกระแสน้ำสองกระแสมาชนกันแล้ววนขึ้นมาทำให้มีการพัดนำกระแสน้ำด้านล่างขึ้นมา และเมื่อได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ทำให้เกิดแพลงก์ตอนพืชจำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ สันใต้น้ำที่เกิดขึ้นพบในทะเล เช่น จังหวัดภูเก็ต เกาะพีพี และเกาะราชา เป็นต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดแนวความคิดคือ ถ้ามีการรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตให้มีความอุดมสมบูรณ์แล้ว ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตจะเกิดขึ้นตามมา

 

ในอดีตพบความหลากหลายทางชีวภาพมาก แต่ในปัจจุบันได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่วิกฤตเหล่านี้ เรียกว่า biodiversity hotspot สำหรับหอยเรียกว่า mollusca biodiversity hotspots จึงต้องมีการดำเนินการกำหนดมาตรการ ดูแลพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity hotspots)

 

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates