หมึกลายเสือ หมึกกระดองลาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sepia pharaonis Ehrenberg, 1831
ชื่อสามัญ : Pharaoh cuttlefish
ลักษณะทั่วไป : หมึกชนิดนี้มีขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายรูปไข่ และแบน มีครีบเป็นแผ่นแคบๆ อยู่สองข้างลำตัว แต่ครีบแยกจากกันตอนส่วนท้าย กระดอง(cuttlebone) เป็นแผ่นแข็งสีขาวขุ่น เป็นสารประกอบจำพวกหินปูน ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า "ลิ้นทะเล" หนวดอยู่บนหัว มี 4 คู่ และแขน 1 คู่ ตัวผู้มีแขนยาวกว่าตัวเมีย นัยน์ตากลมโต สีลำตัว หัว และหนวดเป็นสีน้ำตาลปนดำ มีลายขวาง และมีจุดสีม่วงอยู่ทั่วลำตัว
ขนาด : ใหญ่ที่สุดเฉพาะลำตัวยาว 42 เซนติเมตร และหนัก 5 กิโลกรัม พบทั่วๆ ไปตัวผู้ยาว 35 เซนติเมตร ตัวเมียยาว 30 เซนติเมตรขนาดของหอยที่ตลาดต้องการมีความยาวตั้งแต่ 5 เซนติเมตรขึ้นไป
การกินอาหาร : กินสาหร่าย กุ้ง ลูกปู หอย ปลา และหมึกทะเลด้วยกันเอง
การผสมพันธุ์ : หมึกทั้งสองเพศจะว่ายนน้ำคลอเคลียกันไปมา อาจะสลับเปลี่ยนสีลำตัวไปด้วยอย่างรวดเร็ว จากนั้นจะหันหน้ามาแนบชิดกัน แล้วใช้หนวดโอบกอดสอดประสาน หมึกกระดองเพศผู้จะใช้หนวดยาวคู่พิเศษล้วงเอาถุงสเปิร์มในลำตัวสอดเข้าไป เก็บไว้ในลำตัวของหมึกเพศเมียเพื่อผสมกับไข่ หมึกกระดองจับคู่กันราว 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นหมึกเพศเมียก็เริ่มวางไข่ โดยใช้หนวดนำไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจากภายในออกมา ค่อยๆ บรรจงยื่นไปวางติดกับวัสดุใต้นเประเภทต่างๆ เช่น หินหรือปะการังหรือกัลปังหา จำนวนไข่ที่วางครั้งหนึ่งอาจมีมากถึง 900-2,700 ฟอง ซึ่งหมึกเพศเมียต้องใช้เวลายาวนานหลายวัน ในขณะที่หมึกเพศผู้ก็จะว่ายคลอเคลียไม่จากไปไหน เพื่อคอยป้องกันภัยและป้องกันหมึกกระดองเพศผู้ตัวอื่นด้วยที่อาจมาชิงผสมพันธุ์กับเพศเมียตัดหน้า เมื่อวางไข่เสร็จแล้ว หมึกเพศเมียจะวนเวียนเฝ้าไข่อยู่แถวนั้น จนร่างกายอ่อนเพลียเรี่ยวแรงลดน้อยถอยลงไปทีละน้อยๆ น้ำหนักตัวจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงแก่ความตายในที่สุด
แหล่งที่อยู่อาศัย : ชอบเกาะตามโขดหินและตามไม้ไผ่ บริเวณชายฝั่งทะเล ห่างฝั่งประมาณ 1,000-3,000 เมตร
การแพร่กระจาย : ตามชายฝั่งที่ระดับน้ำลึกตั้งแต่ 10-110 เมตร ในอ่าวไทยจับได้มากที่สุดที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และประจวบคีรีขันธ์ และฝั่งทะเลอันดามัน
ประโยชน์ : เนี้อหนาและเหนียว รสดี เหมาะกับการประกอบอาหารประเภทปิ้ง ผัด แกงจืด หรือตากแห้ง





