พรรณไม้น้ำ จากธรรมชาติ...สู่โลกใต้น้ำในตู้ปลา

พิมพ์
ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

พรรณไม้น้ำจืดในโลกนี้มีผู้ศึกษาพบว่ามีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ชนิด (Species) ชนิดที่มีการศึกษากันมากและรู้จักกันดีมักจะเป็นชนิดที่มีดอกและใบสวยงาม เหมาะที่จะนำมาประดับตู้ปลา

พรรณไม้น้ำจืดหากนำมาจำแนกตามลักษณะทางนิเวศวิทยาที่พรรณไม้น้ำอาศัยอยู่ จะแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ

 

  • พืชใต้น้ำ (Submerged plants)

  • พืชโผล่เหนือน้ำ (Emerged plants) 

  • พืชลอยน้ำ (Floating plants)


 

  • พืชชายน้ำ (Marginal plants) 

แต่เนื่องจากพืชโผล่เหนือน้ำและพืชชายน้ำมีลักษณะใกล้เคียงกัน ดังนั้นโดยทั่วไปจะจำแนกเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

  • กลุ่มที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ
  • กลุ่มที่อยู่ใต้น้ำรวมทั้งพืชที่ลอยน้ำอยู่ใต้ผิวน้ำและพืชท้องน้ำ
  • กลุ่มพืชครึ่งบกครึ่งน้ำ รวมทั้งพืชริมฝั่ง 

พืชทั้ง ๓ กลุ่ม จะมีการปรับตัวทั้งด้านรูปร่าง โครงสร้างของต้นพืชและระบบอวัยวะต่างๆ รวมทั้งการสืบพันธุ์เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่

 

การกระจายพันธุ์และการปรับตัวของพรรณไม้น้ำ

พรรณไม้น้ำจืดโดยทั่วไปมีแหล่งอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำและพื้นที่ลุ่ม ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการกระจายพันธุ์ประกอบด้วยภูมิอากาศและแหล่งที่อยู่อาศัย 

 

ภูมิอากาศ

ภูมิอากาศในเขตต่างๆ ของพื้นโลกจะแตกต่างกัน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณน้ำฝนและความแตกต่างกันของอุณหภูมิ ฝนและอุณหภูมิจะทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช อุณหภูมิของพื้นโลกจะลดลงจากเส้นศูนย์สูตรไปยังขั้วโลกทำให้อุณหภูมิของโลกถูกแบ่งออกเป็น ๓ เขต คือ เขตร้อนและเขตอบอุ่นค่อนข้างร้อน (Tropical-Subtropical region) เขตหนาว (Temperate zone) และเขตอาร์กติก

  • ขตร้อนและเขตอบอุ่นค่อนข้างร้อน ได้แก่บริเวณเส้นศูนย์สูตร เขตนี้มีฝนชุก มีลมแรง แสงมีปริมาณเพียงพอ อุณหภูมิพอเหมาะในการเจริญเติบโตของพืช ในเขตนี้พบว่ามีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ของพรรณไม้น้ำมาก และพบในปริมาณมาก เป็นเขตที่เหมาะในการนำพรรณไม้น้ำมาเพาะเลี้ยงใน Aquarium หรือนำมาประดับตู้ปลา
  • เขตหนาว จะมีฝนจากพายุไซโคลน ซึ่งจะเกิดบริเวณที่อากาศอบอุ่นมาพบกับอากาศเย็นที่พบมาจากขั้วโลก ในเขตนี้จะพบพรรณไม้น้ำปริมาณน้อย โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้ไปทางขั้วโลก พืชหลายชนิดอยู่ได้แต่ในธรรมชาติ ไม่สามารถนำมาเพาะเลี้ยงได้
  • เขตอาร์กติก เป็นพื้นที่ที่มีฝนน้อย ฝนที่ตกลงมาจะแข็งตัวกลายเป็นหิมะ มีฤดูร้อนสั้น ลมตะวันออกมีความสำคัญมาก เขตนี้ไม่พบพรรณไม้น้ำหรือพบน้อยมาก

 

แหล่งที่อยู่อาศัย

แหล่งที่อยู่อาศัยของพรรณไม้น้ำในธรรมชาติ คือ แหล่งน้ำที่อาจเป็นแหล่งน้ำจืดหรือน้ำเค็ม แหล่งน้ำจืดจะเป็นที่อยู่ของพรรณไม้น้ำชั้นสูงเกือบทั้งหมดมีทั้งแหล่งน้ำไหลและแหล่งน้ำนิ่ง ได้แก่ บึง หนองน้ำ ทะเลสาบ ลำธาร และแม่น้ำ หรือเป็นแหล่งน้ำที่ถูกสร้างขึ้น เช่น สระน้ำในสวนสาธารณะ บ่อเลี้ยงปลา อ่างเก็บน้ำ ท้องนา เป็นต้น

พรรณไม้น้ำมีขอบเขตของการแพร่กระจายกว้างกว่าพื้นบนบก เนื่องจากน้ำเป็นแหล่งที่อยู่ ที่มีปัจจัยและองค์ประกอบต่างๆ เช่น อุณหภูมิของน้ำ ปริมาณของแสง ก๊าช สารต่างๆ รวมทั้งสารอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ค่อยแตกต่างกันมากในที่ต่างกัน ทำให้พรรณไม้น้ำไม่จำเป็นต้องปรับตัวมากจึงพบกระจายอยู่ทั่วไป

แหล่งน้ำนิ่งที่ใหญ่ที่สุดคือ ทะเลสาบ ทะเลสาบ จะเป็นที่รวมของน้ำจากหลายทาง เช่น จากแม่น้ำและลำธารที่ไหลมา หรือจากการเออท่วมของแม่น้ำลำธาร ฝน และน้ำจากใต้ดิน ปริมาณของสารอาหารจะขึ้นอยู่กับลักษณะทางธรณีของพื้นทะเลสาบที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำ พรรณไม้น้ำทะเลสาบจะพบหลากหลายชนิดทั้งพรรณไม้น้ำประเภทลอยน้ำ ใต้น้ำ ริมฝั่ง รวมทั้งที่ตื้นเขินหรือที่ชื้นแฉะริมฝั่งน้ำ 

พรรณไม้ในทะเลสาบ  

แหล่งน้ำขนาดเล็ก เช่น หนอง บึง สระ พืชที่จะขึ้นอยู่ได้ต้องมีวงจรชีวิตสั้นๆ เพราะปริมาณน้ำในแหล่งน้ำนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว น้ำอาจจะแห้งได้ในเวลาสั้น อุณหภูมิของน้ำแต่ละวันจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วความเข้มข้นของสารอาหารจะเปลี่ยนไปตามปริมาณของน้ำ

แหล่งน้ำที่เป็นแหล่งน้ำไหลได้แก่ลำธารและแม่น้ำ อุณหภูมิมักคงที่ ปริมาณก๊าชออกซิเจน และสารอาหารจะมีมาก พืชที่อาศัยอยู่ได้ต้องมีรากที่แข็งแรง สามารถยึดติดกับพื้นน้ำได้ พืชมักสร้างใบใต้น้ำคล้ายดาบแคบๆ คุณสมบัติบางประการของน้ำ ได้แก่ ความกระด้าง และความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ก็มีความสำคัญต่อพรรณไม้น้ำ พืชพวก Alkaline species เช่น สาหร่ายพุงชะโด จะชอบน้ำที่มีความกระด่างสูง มีเปอร์เซ็นต์ของสารอาหารและแคลเซียมสูงมี pH ๗.๐-๑๐.๐ เป็นน้ำมีฤทธิ์เป็นด่าง ในขณะที่พืชพวก Acid species เช่น พืชสกุล Cryptocoryne ชอบน้ำอ่อนปราศจากแคลเซียม มีค่า pH ๕.๐-๗.๐ เป็นน้ำที่ฤทธิ์เป็นกรด

แสง จัดว่าเป็นปัจจัยสำคัญ พรรณไม้น้ำหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีน้ำค่อนข้างลึก แสงส่องลงไปถึงน้อยมาก ได้แก่พืชสกุล Potomogeton บางชนิด หรือพืชในสกุล Myriophyllum ต้องการแสงเพียงเล็กน้อยในการดำรงชีวิต แต่ในพืชกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะพืชประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำส่วนใหญ่ต้องการแสงปริมาณค่อนข้างมาก

การปรับตัวของพรรณไม้น้ำให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนั้นมีหลายทาง พรรณไม้น้ำที่มีดอกหลายชนิดสามารถปรับตัวให้ลอยอยู่บนผิวน้ำได้ พืชพวกนี้มีรากอยู่ใต้น้ำสามารถแย่งสารอาหารในน้ำจากพืชน้ำขนาดเล็กพวกแพลงก์ตอนได้ และการมีใบเหนือน้ำทำให้ได้รับแสงเต็มที่ช่วยเพิ่มอัตราการสังเคราะห์ พืชลอยน้ำเหล่านี้จะพบกระจายอยู่ทั่วไป เช่น ผักตบชวา จอก แหน ไข่น้ำ เป็นต้น ซึ่งหากมีการแพร่กระจายพันธุ์จำนวนมาก จะบังแสงที่ส่องลงไปยังพื้นน้ำ ทำให้เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ

ความต้องการธาตุอาหารต่างๆ ของพรรณไม้น้ำเหมือนพืชทั่วๆ ไป เช่น พรรณไม้น้ำต้องการธาตุออกซิเจน คาร์บอน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ซัลเฟอร์ โซเดียม โปแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็กในปริมาณสูง ในขณะที่ธาตุบางอย่างสำคัญเฉพาะในพืชบางชนิด เช่น แมงกานีส สำคัญเฉพาะพืชพวกกระจับ เป็นต้น

พรรณไม้น้ำทุกชนิดมีการปรับตัวคล้ายกันเพื่อให้อยู่ในน้ำได้ ที่สำคัญ คือ มีเซลล์เกาะกันอยู่หลวมๆ เพื่อให้เบาและลอยตัว  มักจะชูใบและดอกขึ้นมาที่ผิวน้ำ หรือมีใบแตกเป็นเส้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการรับแสง มีการกระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้าง เพราะแหล่งน้ำต่างๆ มักมีสภาพและส่วนประกอบทั่วๆ ไปคล้ายกัน

พรรณไม้น้ำที่เจริญเติบโตตามธรรมชาตินั้น กลุ่มพรรณไม้น้ำประเภทใต้น้ำมักจะพบว่า อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่งหรือน้ำไหล โดยลำต้นและใบส่วนใหญ่จะอยู่ใต้น้ำ และโผล่ส่วนของดอกและใบบางส่วนขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ เช่น สาหร่าย สันตะวาใบพาย สันตะวาใบข้าว ไส้ปลาไหล เป็นต้น

ส่วนกลุ่มพรรณไม้น้ำประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำ หรือที่ขึ้นตามชายฝั่งและที่ชื้นแฉะ ในช่วงฤดูหนาวจนถึงหน้าแล้งซึ่งน้ำในแหล่งน้ำลดระดับลงหรือแห้งขอด พรรณไม้น้ำเหล่านี้ปรับสภาพโดยมีลักษณะลำต้นและใบเล็กลง มีดอกเพื่อขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณมากขึ้น เมื่อเข้าฤดูฝนซึ่งระดับน้ำสูงขึ้นพรรณไม้น้ำเหล่านี้สามารถปรับตัวอยู่ใต้น้ำได้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของลำต้นเหมาะสมในการดำรางชีวิตอยู่ใต้น้ำ เช่น พรรณไม้น้ำสกุล Hygrophila และสกุล Cryptocoryne เป็นต้น 

พรรณไม้น้ำประเภทใต้น้ำ เช่น เทปยักษ์ สันตะวาหางไก่ สามารถนำต้นจากธรรมชาติมาใช้ปลูกประดับในตู้ปลาได้เลย ถ้าเป็นสาหร่ายชนิดต่างๆ จะเด็ดส่วนที่ยอดเจริญเติบอยู่ใต้น้ำมาปลูก ส่วนพรรณไม้น้ำประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น สกุล Cryptocoryne, Hypgrophilla จะต้องนำต้นที่ขึ้นบนบกหรือที่ชื้นแฉะมาปลูกชำใต้น้ำเพื่อให้มีการปรับสภาพส่วนของลำต้นให้ตั้งตรง มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะของใบให้มีรูปทรงและสีสันสวยงาม ก่อนที่จะนำไปประดับตู้ปลา

2010-2014 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด Free joomla templates |