จักจั่นทะเล Sand crab, Anomuran sand crab

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
 

อนุกรมวิธาน

 

จักจั่นทะเลถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกับปูและกุ้ง แต่มีลักษณะค่อนไปทางปูมากกว่ากุ้ง กล่าวคือ มีกระดองแข็งคล้ายปู และส่วนของขาว่ายน้ำ (Pleopod) ไม่ได้ใช้ว่ายน้ำเหมือนกุ้ง แต่ใช้สำหรับพยุงรักษาไข่เหมือนปู จักจั่นทะเลที่พบทางฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งพบชุกชุมมากบริเวณหาดไม้ขาวและหาดสนามบิน จังหวัดภูเก็ต และหาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา นั้น พบ 3 ชนิด จัดอยู่ใน 2 ครอบครัว คือ

 

  • Family Hippidae พบ 2 ชนิด คือ


- Emerita emeritus (L.)


- Hippa adactyla F.

 

  • Family Albuneidae พบชนิดเดียว คือ


- Albunea symnista (L.)

 

จักจั่นทะเล 3 ชนิด ที่พบทางฝั่งทะเลอันดามัน

ลักษณะรูปร่าง


จักจั่นทะเลที่พบบ่อยทางฝั่งทะเลอันดามันทั้ง 3 ชนิด (รูป) มีลักษณะรูปร่างลำตัวแตกต่างกันไป คือ

 

Albunea symnista (L.) หรือชาวบ้านเรียกว่า “จักจั่นนางแอ่น” ขนาดลำตัวใหญ่กว่าชนิด Emerita  emeritus เล็กน้อย มีกระดอง (carapace) เกือบแบน บนกระดองมีรอยหยักทั่วไป กระดองปกคลุมส่วนหัวและส่วนอก แต่ไม่ได้ปกคลุมถึงส่วนโคนขาเหมือนกับชนิดหลังทั้ง 2 ชนิด มีหนวด (antennules)  ยาวมากกว่าความยาวลำตัว (รูปที่ 3) หนวดยื่นยาวไปทางหัวหรือด้านบน ไม่สามารถพับเก็บไว้ในบริเวณส่วน

รยางค์ปากได้เหมือนกับชนิด E. emeritus ก้านตา (eye stalk) มีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ ปลายขาเดินมีลักษณะเป็นก้ามหนีบ (chelate, รูป)

 

ปลายขาเดินของจักจั่นนางแอ่นมี ลักษณะเป็นก้ามหนีบ

ปลายขาเดินของจักจั่นนางแอ่นมี ลักษณะเป็นก้ามหนีบ

 

Hippa adactyla F. ชาวบ้านเรียกว่า “จักจั่นควาย” เพราะมีลำตัวใหญ่กว่าชนิดอื่นถึง 2-3 เท่า  ลักษณะกระดองมีความยาวมากกว่า ความกว้างประมาณ 1 เท่า กระดองค่อนข้างกลมและเรียบคล้ายทรงตอร์ปิโด กระดองปกคลุมทั้งส่วนหัว ส่วนอก และยังคลุมถึงส่วนของโคนขาด้วย มีหนวดสั้นมาก ไม่สามารถหดเก็บไว้ที่ส่วนปากได้ ลักษณะเด่นของชนิดนี้นอกจากมีลำตัวขนาดใหญ่ (>50 มิลลิเมตร) แล้ว มีขาคู่แรกไม่เป็นก้ามหนีบเหมือนชนิด Albunea symnista ขาคู่นี้แข็งแรงมากและยาวเลยออกมานอกกระดอง ชี้ไปทางด้านหัว

 

Emerita emeritus (L.) โดยทั่วไปเรียก “จักจั่นทะเล”  ลักษณะลำตัวคล้ายจักจั่นควาย (Hippa adactyla) แต่ลำตัวยาวเรียวกว่า ความยาวกระดองมากกว่าความกว้างประมาณ 2 เท่า กระดองคลุมปิดทั้งส่วนหัว ส่วนอก และส่วนโคนขา ลักษณะเด่นของชนิดนี้คือมีหนวดคู่ที่ 2 ยาวมาก ลักษณะคล้ายขนนก ใช้สำหรับกรองอาหารหรือแพลงก์ตอน เมื่อไม่ใช้มันจะพับเก็บไว้ใต้รยางค์ส่วนปากคู่ที่ 3 หรือ Meropodite ชนิดนี้พบมากที่สุด มักพบรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นชนิดที่นิยมรับประทานในท้องตลาด ขนาดที่นิยมบริโภคมีความยาวประมาณ 30 มิลลิเมตร หรือมากกว่า

 

การกินอาหาร

 

จักจั่นควาย (Hippa adactyla) และจักจั่นนางแอ่น (Albunea symnista) ไม่มีหนวดสำหรับกรองอาหารเหมือนจักจั่นทะเลชนิด Emerita emeritus ดังนั้นมันจึงหาอาหารโดยวิธีใช้ขาและรยางค์ส่วนปากจับเหยื่อป้อนเข้าสู่ปากโดยตรง อาหารของพวกนี้ได้แก่ แพลงก์ตอนจนถึงพวกสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามพื้นทราย เช่น หนอนตัวกลม สัตว์มีข้อต่อ (crustacean) ขนาดเล็ก รวมทั้งพืชน้ำบางชนิด ชาวบ้านพบว่าจักจั่นนางแอ่นมักจับจักจั่นทะเล (E. emeritus) ทั้งขนาดเล็กและใหญ่กินเป็นอาหารด้วยเช่นกัน บางคนพบว่าจักจั่นควายที่ปลายขาถึงแม้ว่าไม่เป็นก้ามหนีบก็ตาม แต่มันสามารถใช้ขาคู่หน้าที่ยาวและแข็งแรงจับจักจั่นทะเลตัวเล็กได้เช่นเดียวกัน สำหรับจักจั่นทะเลชนิด E. emeritus นั้นกินอาหารโดยการกรอง โดยใช้หนวดคู่ที่ 2 ที่มีลักษณะคล้ายขนนก ยื่นออกมาขณะคลื่นกำลังไหลกลับ เหยื่อหรือแพลงก์ตอนรวมทั้งหนอนทะเลขนาดเล็ก ที่ลอยมากับคลื่นก็จะถูกดักจับติดที่หนวดแล้วมันก็ส่งเข้าสู่ส่วนปากต่อไป (รูป) จากนั้นก็ยื่นหนวดขึ้นมาดักอาหารใหม

 

หนวดจักจั่นทะเลที่ยื่นออกมาเมื่อดักเหยื่อได้แล้ว
มันก็ส่งเข้าสู่ปาก
หนวดจักจั่นทะเลที่ยื่นออกมาเมื่อดักเหยื่อได้แล้ว มันก็ส่งเข้าสู่ปาก

 

เพศและการสืบพันธุ์

 

เปรียบเทียบขนาดเพศผู้และเพศเมีย

เปรียบเทียบขนาดเพศผู้และเพศเมีย

 

โดยทั่วไปสังเกตุเพศได้จากขนาดลำตัวเพศผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมียมาก ชนิด E. emeritus เพศผู้มีขนาดไม่เกิน 10 มิลลิเมตร ในขณะที่เพศเมียโตเต็มที่มีลำตัวยาวมากกว่า 30 มิลลิเมตร (รูป) และเพศเมียเริ่มมีไข่เมื่อมีความยาวกระดองเพียง 20 มิลลิเมตรเท่านั้น การสังเกตเพศจากอวัยวะสืบพันธุ์ดูได้จากรยางค์ขา โดยที่เพศผู้มีติ่งเล็กๆ ลักษณะกลมรีสีขาวขุ่น (รูป) ที่ เรียกว่า Genital papillae ยื่นออกมาที่โคนขาเดิน (coxopodites) คู่ที่ 5 หรือคู่สุดท้ายทั้งสองข้าง สำหรับเพศเมียมีรู Spermatophore หรือรูสำหรับรับน้ำเชื้อจากตัวผู้ อยู่ที่โคนขาเดินคู่ที่ 4 ทั้งสองข้าง (รูป)

 

อวัยวะเพศผู้และเพศเมีย

อวัยวะเพศผู้และเพศเมีย

 

เมื่อมันจะผสมพันธ์ุ ตัวผู้จะว่ายน้ำไปเกาะติดที่ด้านท้องของตัวเมีย บริเวณโคนขาเดินคู่ที่ 4 (รูป) แล้วฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในรูรับน้ำเชื้อของเพศเมีย ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วนั้นจะพัฒนาเป็นลำดับแล้วลำเลียงมาเก็บรักษาไว้ที่ Pleopod หรือขาว่ายน้ำที่ลดขนาดเล็กลงบริเวณส่วนท้อง (abdomen) และเมื่อไข่แก่ฟักเป็นตัวอ่อน (Zoea) ระยะแรกมันก็จะหลุดออกมาล่องลอยตามน้ำ พวกนี้มีวงจรชีวิตค่อนข้างสั้น ตัวอ่อนของจักจั่นทะเลมีระยะการพัฒนาตัวอ่อนคล้ายปู โดยมีระยะตัวอ่อน(zoea) 5 ระยะ ใช้เวลาลอกคราบในแต่ละระยะเพื่อการเจริญเติบโตเหมือนลูกปู โดยตัวอ่อนระยะแรกถึงระยะที่ 5 ใช้เวลาประมาณ 1เดือน ซึ่งดำรงชีวิตเหมือนแพลงก์ตอนล่องลอยตามน้ำ หลังจากนั้นก็พัฒนาเป็นระยะ megalopa ซึ่งเริ่มลงอาศัยอยู่ตามพื้นทราย ก่อนที่จะเจริญเป็นตัวเต็มวัย (adult) ต่อไป มันดำรงชีวิตอยู่ในระยะตัวเต็มวัยประมาณ 6-8 เดือนก็ตาย

 

เพศผู้ที่เกาะส่วนท้องของตัวเมียบริเวณโคนขาคู่ที่ 4 และไข่ที่ได้รับการผสมแล้วถูกเก็บรักษาไว้ที่ส่วนของขาเดิน (pleopod)
เพศผู้ที่เกาะส่วนท้องของตัวเมียบริเวณโคนขาคู่ที่ 4
และไข่ที่ได้รับการผสมแล้วถูกเก็บรักษาไว้ที่ส่วนของขาเดิน (pleopod)

 

 

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates