สัตว์น้ำต่างถิ่นในประเทศไทย (Alien Aquatic Species in Thailand)
สัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Aquatic Species)
สัตว์นํ้าแต่ละชนิดมีถิ่นอาศัยที่มีความเฉพาะตัวในด้านการกระจายพันธุทางภูมิศาสตร์ ซึ่งการแพร่กระจายของมันจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร สภาพภูมิประเทศ และสิ่งที่อยู่แวดล้อมต่างๆ ที่ได้ปรับตัวให้เหมาะสมแล้ว ซึ่งเวลาในการปรับตัวอาจจะใช้เวลานานนับพันปีขึ้นไป แต่เมื่อไรที่มีการนำเอาสัตว์ชนิดต่างๆ ออกไปจากที่อยู่อาศัยเดิมของมัน และนำไปปล่อยลงสู่แหล่งนํ้าอื่นๆ ที่ไม่เคยมีสัตว์ชนิดนั้นๆ อาศัยอยู่มาก่อน ตัวสัตว์นํ้าก็จะเป็นสัตว์ต่างถิ่น ซึ่งอาจจะมีผลกับการเป็นอยู่ของตัวมันเองเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ผิดไปจากเดิม หรืออาจมีผลกับแหล่งนํ้าหรือสัตว์เดิมที่อาศัยอยู่ในแหล่งนํ้านั้นได้ แนวความคิดในการนำเข้าปลาต่างถิ่นมาเลี้ยงเพื่อเพิ่มผลผลิตอาหารและรายได้ของประชากรเริ่มเป็นที่นิยมปฏิบติกันมาไม่น้อยกว่า 50 ปี แต่โดยความเป็นจริงแล้ว การเคลื่อนย้ายปลาจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งมีมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว โดยพระชาวยุโรปได้นำปลาไน และปลา redfin perch ไปเลี้ยงในหลายประเทศทั่วทวีปยุโรป ต่อมาเมื่อการคมนาคมและขนล่งสะดวกขึ้น การเคลื่อนย้ายปลาต่างถิ่นไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกก็เป็นไป อย่างกว้างขวางและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
ประเทศไทยมีการนำเอาสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาในประเทศเป็นเวลานานแล้ว โดยมีจุดประสงค์ที่นำเข้ามาในประเทศไทย คือ เพื่อนำมาใช้พาะเลี้ยงเป็นอาหารและสัตว์นํ้าสวยงาม สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ถูกนำเข้ามาใน ประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1.สัตว์นํ้านำเข้า (Exotic หรือ Imported) ส่วนมากจะเป็นพวกที่นำเข้ามาใช้ประโยชนIนด้านการเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและธุรกิจปลาสวยงาม โดยเริ่มแรกมีการนำเข้ามาจากประเทศจีน เป็นพวกปลาไนและ ปลาในกลุ่มปลาจีน จากนั้นก็มีการนำเข้ามาจากประเทศแอฟริกา เช่น พวกปลาหมอเทศทั้งหลาย ซึ่งการนำเข้ามานี้อาจนำเข้ามาโดยตรง หรือนำเข้าผ่านประเทศเพื่อนบ้านก่อนแล้วจึงนำเข้าต่อมายังประเทศไทยของเรา ปัจจุบันมีการนำเข้าพวกปลาหมอสี ปลาหางนกยูงและปลาหัวตะกั่ว เพื่อใช้ในวงการปลาสวยงามเป็นจำนวนมาก
2.สัตว์น้ำต่างถิ่นที่พบอาศัยในธรรมชาติ (Alien species) คือ สัตว์นั้าที่ถูกนำเข้ามา หรือเป็นสัตว์นั้าที่ไม่เคยมีอยู่ในแหล่งนี้าธรรมชาตินั้นมาก่อนและถูกมนุษย์นำมาปล่อย หรือหลุดลงไปในแหล่งนี้าธรรมชาติ เหล่านั้นอาจจะโดยสาเหตุใดๆ ก็ตาม รวมทั้งการกระทำของมนุษย์ด้วย สามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะของประชากร คือ
- พวกที่พบอาศัยอยู่ได้แต่ไม่มีการแพร่พันธุ์ (Escapee) คือชนิด ที่ปรับตัวให้อาศัยอยู่รอดได้ในธรรมชาติที่ต่างจากเดิมได้อาจจะชั่วชีวิตของมัน แต่ไม่มีการจับคู่ผสมพันธุ์และแพร่พันธุ์ได้ในถิ่นอาศัยใหม่ตามธรรมชาติ ซึ่งอาจเนื่องจากมีจำนวนน้อยหรือปัจจัยในถิ่นอาศัยไม่เอื้ออำนวยต่การแพร่พันธุ์
- พวกที่อาศัยอยู่ได้และแพร่พันธุ์ได้ (Flourished) เป็นชนิดที่สามารถอาศัยอยู่ได้ในสภาพธรรมชาติของที่อยู่ใหม่ และปรับตัวให้อยู่รอดร่วมกับชนิดพื้นเมืองได้ และสามารถแพร่พันธุให้เกิดประชากรรุ่นใหม่ขึ้นได้ ในธรรมชาติต่างถิ่นที่มันอาศัยอยู่ได้ (ตารางที่)
นอกจากนี้สัตว์ต่างถิ่นยังสามารถแบ่งได้ตามบทบาทที่มีต่อระบบนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.ประเภทที่ไม่รุกราน (Non invasive) เป็นชนิดพันธุ์ที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หรือระบบนิเวศโดยตรงหรือชัดเจนนัก เนื่องจากมีการดำรงชีพที่ไม่แข่งขันหรือขัดต่อการดำรงชีพของสัตว์ชนิดอื่น หรือ สมดุลของระบบนิเวศ มักเป็นชนิดพันธุที่พบน้อยหรือไม่แพร่พันธุในธรรมชาติ อย่างไรก็ตามสภาพของนิเวศที่เปลี่ยนไปอาจมีผลให้ชนิดพันธุ์ดังกล่าวเจริญแทนที่และขัดขวางการฟืนตัวของสมดุลนิเวศในบางครั้ง สัตว์น้ำในประเภทนี้ เช่น ปลานิล ปลาไน และปลาจีน รวมถึงปลาเศรษฐกิจต่างๆ ที่ถูกปล่อยลงแหล่งน้ำทั่วไป
2.ประเภทที่รุกราน (Invasive alien species, IAS) เป็นชนิดที่แพร่พันธุ์ได้เร็วและมีความสามารถในการปรับตัวแข่งขันแทนที่ชนิดพันธุ์พื้นเมืองได้ดี และยังมีการดำรงชีพที่ขัดขวางหรือกระทบต่อสมดุลนิเวศทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบชนิดพันธุ์พื้นเมือง หรืออาจเป็นศัตรูต่อผลผลิตการเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าการเกษตรได้ ตัวอย่าง เช่น ปลากดเกราะ ปลาดุกอัฟริกัน(ดุกรัสเซีย) และลูกผสม และหอยเชอรี่
ตาราง สัตว์น้ำต่างถิ่นที่พบแพร่พันธุ์ในธรรมชาติของไทย
|
ชนิด |
ผลกระทบ | |
|
ประเภททีรุกราน |
ประเภทไม่ชัดเจน | |
|
ปลานวลจันทร์เทศ Cirrhinus cirrhosus |
+ | |
|
ปลายี่สกเทศ Labeo rohita |
+ | |
|
ปลาเฉา ctenopharyngodon idellus |
+ | |
|
ปลาไน Cyprinus carpio |
+ | |
|
ปลาลิ่น Hypophthalmichthys molitrix |
+ | |
|
ปลาซ่ง Aristichthys nobilis |
+ | |
|
ปลาดุกอัฟริกันและลูกผสม Clarias gariepinus |
||
|
ปลากดเกราะดำ Hypostomas spp. |
+ |
|
|
ปลากดเกราะลาย Pterygoplichthys sp. |
+ |
|
|
ปลาหมอเทศข้างลาย Oreochromis aureus |
+ |
|
|
ปลาหมอเทศ 0. mossambicus |
+ | |
|
ปลานิล 0. niloticus |
+ |
|
|
ปลานิลอกแดง Tilapia randalli |
+ | |
|
ปลาซิวไต้หวัน Poecilia velifera |
+ | |
|
ปลาหางนกยูง P. reticulata |
+ | |
|
ปลากินยุง Gambusia affinis |
+ | |
|
หอยเชอรี่ Pomacea gigas, p. canaliculata |
+ |
|
วิธีการนำเข้าในถิ่นอาศัยธรรมชาติ
การที่สัตว์น้ำต่างถิ่นเข้าไปอาศัยในธรรมชาติได้นั้น เกิดจากการกระทำของมนุษย์ทิ้งทางตรงหรือทางอ้อม ได้ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ
1.โดยไม่ตั้งใจ (Accidentally) เช่น การหลุดหนีจากที่เลี้ยงลงไป อุบัติเหตุขณะขนส่ง และโดยภัยธรรมชาติทำให้ที่เลี้ยงพังทลายลง เช่น น้ำท่วม พายุ
2.โดยตั้งใจ (Deliberate) เป็นการปล่อยเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ของมนุษย์โดยตรง เช่น เพื่อการทำบุญตามความเชื่อ ปล่อยทิ้งเนื่องจากเบื่อที่จะเลี้ยง หรือประสบความขาดทุนในการเพาะเลี้ยงเพื่อการค้า และ การปล่อยทิ้งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่นำเข้ามาหรือครอบครองอย่างผิดกฎหมาย
การปล่อยโดยความตั้งใจอีกประเภท คือ การปล่อยโดยหน่วยงานราชการเองเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเพิ่มผลผลิตแหล่งนํ้าในธรรมชาติและที่ถูกสร้างขึ้น หรือการปล่อยในพิธีการและโครงการต่างๆ เช่น โครงการประชาอาสา โครงการประมงหมู่บ้าน ฯลฯ
สัตว์นํ้าที่พบหลุดหนีในแหล่งนํ้าธรรมชาติเสมอ
|
1. |
ปลาอราไพม่า Arapaima gigas |
|
2. |
ปลาการ์จระเข้ Lepisosteus spp. |
|
3. |
ปลาปอดอัฟริกัน Protopterus spp. |
|
4. |
ปลามังกร Polypterus spp. |
|
5. |
ปลาไหลญี่ปุ่น Anguilla japonica |
|
6. |
ปลาพาดู Collossoma macropomum |
|
7. |
ปลาปิรันยา Serrasalmus spp. |
|
8. |
กบอเมริกา Rana catesbienna |
|
9. |
จระเข้ไคแมน Caiman crocodilus |
|
10. |
ตะพาบไต้หวัน Peiodiscus sinensis |
|
11. |
เต่าญี่ปุ่น (เต่าแก้มแดง) Preudemys scripta |
- ต่อไป
- ต่อไป >>




