บัวแดง บัวสาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea lotus Linnaeus
ชื่อสามัญ : Water lily
ชื่อวงศ์ : NYMPHAECEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเจริญอยู่ในดินและเหนือดินใต้น้ำ มีทั้งเป็นหัว (Corm) เหง้า (Rhizome) และเป็นไหล (Stolon) ใบเป็นใบเดี่ยว มีก้านใบติดอยู่ทางด้านหลังของแผ่นใบ (Peltate leaf) ก้านใบเกิดจากลำต้นใต้น้ำ มีลักษณะกลมเรียวยาว ความยาวของก้านใบขึ้นกับความลึกของระดับน้ำ แผ่นใบมี 2 แบบ คือใบเหนือน้ำและใบใต้น้ำ ใบใต้น้ำแผ่นใบบางนิ่ม ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ ฐานใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ ด้านบนของแผ่นใบมีสีเขียวอมน้ำตาล ด้านล่างมีสีม่วง ส่วนใบเหนือน้ำแผ่นใบหนาและอวบน้ำกว่าใบใต้น้ำ ด้านบนของแผ่นใบมีสีเขียวเรียบเป็นมัน ด้านล่างมีสีม่วง รูปใบเป็นรูปไข่หรือรูปไข่ค่อนข้างกลม ฐานใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ ขอบใบอาจเรียบหรือหยักเป็นฟันแหลม ดอกเป็นดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ มีก้านดอกยาวส่งดอกขึ้นมาเจริญเหนือน้ำ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ด้านนอกของกลีบเลี้ยงมีสีน้ำตาลอมเขียว ส่วนด้านในสีเดียวกับกลีบดอก กลีบดอกมีสีชมพูเข้ม เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียมีสีแดงเข้ม จำนวนเกสรตัวผู้ 60-70 อัน เกสรตัวเมีย 19-20 อัน มีรังไข่ 19-20 ช่อง ก้านเกสรตัวเมียเรียงติดกับ Carpel แต่ละ Carpel ภายในรังไข่มีไข่จำนวนมาก ดอกจะบานเฉพาะในตอนเช้า ผลเป็นผลสดแบบ Berry เจริญอยู่ใต้น้ำ
สถานภาพในธรรมชาติ : พบทั่วไปตามหนอง คลอง บึง สระหรืออ่างที่มีพื้นเป็นดินโคลน ระดับน้ำลึกประมาณ 1-2 เมตร อุณภูมิของน้ำ 25-30 องศาเซลเซียส
การขยายพันธุ์ : แยกลำต้นที่เกิดจากเหง้า
การประดับตู้ปลา : เป็นพรรณไม้น้ำขนาดใหญ่ แต่เมื่อนำมาปลูกในที่ๆ เป็นดินทรายหรือโคลนปนทรายและระดับน้ำตื้นๆ มีแสงสว่างส่องถึง ใบใต้น้ำจะเจริญได้ดีแต่จะมีขนาดเล็กลง จึงนิยมนำมาปลูกประดับตู้ปลา ซึ่งจะมีลักษณะและสีของใบใต้น้ำสวยงาม และมีความทนทาน มักปลูกบริเวณกลางตู้ปลา แต่เมื่อใบเจริญโผล่ขึ้นบนผิวน้ำ ต้องหมั่นตัดใบบนผิวน้ำทิ้ง เนื่องจากใบที่ลอยบนผิวน้ำจะบดบังแสงสว่างไม่ให้ส่องลงถึงใบใต้น้ำ ทำให้ใบใต้น้ำไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร และทำให้พรรณไม้น้ำชนิดอื่นไม่ได้รับแสงสว่างอีกด้วย สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 22-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.5-7.2 ระดับน้ำลึก 40-60 เซนติเมตร





