การวิเคราะห์หาไนไตรท์ (Strickland and Parsons, 1972)
การหาไนไตรท์ในน้ำด้วยวิธี diazotization เหมาะสำหรับน้ำทะเลทุกประเภท ความเค็มไม่มีผลต่อค่าไนไตรท์ที่วิเคราะห์ได้ด้วยวิธีนี้ โดยหลักการของวิธีนี้ไนไตรท์ในน้ำตัวอย่างจะทำปฏิกิริยากับซัลฟานิลาไมด์ในสารละลายที่เป็นกรดได้สารประกอบ diazonium ซึ่งสารประกอบดังกล่าวจะทำปฏิกิริยากับ N-(1-naphthyl)-ethylenediamine ได้สารประกอบ azo dye ที่มีสีชมพูเข้ม สารประกอบ azo dye ดังกล่าวมี molar absorptivity ประมาณ 46000 ที่ความยาวคลื่น 540 นาโนเมตร ดังนั้นไนไตรท์ความเข้มข้น 0.007 mg-N/L มีค่าการดูดกลืนแสง 0.023 ตามกฎของ Beer-Lambert วิธีนี้สามารถวัดความเข้มข้นของไนไตรท์ได้สูงถึง 0.140 mg-N/L แต่หากความเข้มข้นของตัวอย่างเกิน 0.042 mg-N/L ควรเจือจางตัวอย่าง (Grasshoff et al.,1999)
ความขุ่นอาจรบกวนการวิเคราะห์หาไนไตรท์โดยเฉพาะที่ความเข้มข้นต่ำๆ ตัวอย่างน้ำจึงควรกรองด้วยแผ่นกรอง GF/C หรือแผ่นกรอง millipore ก็ได้ นอกจากความขุ่นแล้วยังมีรายงานว่าซัลไฟด์อิออนรบกวนการวิเคราะห์หาไนไตรท์เช่นกันกรณีที่ตัวอย่างมีไฮโดรเจนซัลไฟด์ หลังจากเติมซัลฟานิลาไมด์แล้วใช้แก๊สไนโตรเจนเป็นตัวไล่ไฮโดรเจนซัลไฟด์
ที่มา : Grasshoff et al. (1999)
การเก็บตัวอย่างและการรักษาตัวอย่าง
ไนไตรท์เป็นสารประกอบตัวกลางระหว่างแอมโมเนียกับไนเตรท จึงไม่มีวิธีรักษาตัวอย่างที่เหมาะสม การวิเคราะห์ไนไตรท์จึงควรวิเคราะห์ทันที ถ้าจำเป็นต้องวิเคราะห์ภายใน 1-2 วัน ควรแช่แข็งตัวอย่าง
น้ำยาเคมีและวิธีเตรียม
1. สารละลายซัลฟานิลาไมด์
ละลายซัลฟานิลาไมด์ (C6H8N2O2S) 5 กรัม ในของผสมของกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 50 มิลลิลิตร กับน้ำกลั่นประมาณ 300 มิลลิลิตร จากนั้นเจือจางสารละลายที่ได้ให้มีปริมาตร 500 มิลลิลิตร
2. สารละลายแนฟทิล เอธิลีนไดอะมีน ไดไฮโดรคลอไรด์ (NED)
ละลายแนฟทิลเอธิลีนไดอะมีนไดไฮโดรคลอไรด์ (C10H7NHCH2CH2NH2.2HCl.CH3OH) 0.50 กรัม ในน้ำกลั่น แล้วปรับปริมาตรให้ได้ 500 มิลลิลิตร
3. สารละลายมาตรฐานของไนไตรท์ :
ละลายโซเดียมไนไตรท์ (NaNO2) ที่อบแห้ง 105-110 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง (อบนาน 24 ชั่วโมงก็ได้) 0.345 กรัม ในน้ำกลั่น แล้วปรับปริมาตรให้ได้ 1,000 มิลลิลิตร สารละลายนี้มีความเข้มข้น 70 mg-N/L สารละลายนี้เรียกว่า stock standard solution เก็บสารละลายนี้ไว้ในขวดสีชาแล้วแช่เย็นไว้ สารละลายมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 เดือน
ขั้นตอนวิเคราะห์
1. การเตรียมกราฟมาตรฐาน
1) ดูดสารละลายมาตรฐานไนไตรท์จาก stock standard solution มา 5 มิลลิลิตร ใส่ในขวดวัดปริมาตรขนาด 500 มิลลิลิตร แล้วปรับปริมาตรด้วยน้ำกลั่นหรือน้ำทะเลเทียมให้ได้ 500 มิลลิลิตร สารละลายนี้มีความเข้มข้น 0.70 mg-N/L สารละลายนี้เรียกว่า intermediate standard solution
2) ดูดสารละลายจากข้อ 1) มา 0.1, 0.5, 1.0 และ 2.0 มิลลิลิตร ใส่ขวดวัดปริมาตร ขนาด 50 มิลลิลิตร ปรับปริมาตรด้วยน้ำกลั่นให้ได้ 50 มิลลิลิตร สารละลาย working standard นี้มีความเข้มข้น 0.0014, 0.007, 0.014, และ 0.028 mg-N/L ตามลำดับ สำหรับแบลงค์ใช้น้ำทะเลเทียมหรือน้ำกลั่นให้สอดคล้องกับสารละลาย working standard
3) เติมสารละลายซัลไฟด์นิลาไมด์ 1 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ 2-8 นาที เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์ แล้วเติมสารละลาย NED 1 มิลลิลิตร เขย่าตัวอย่างทันที ทิ้งไว้ 10 นาที ถึง 1 ชั่วโมง นำไปวัดค่าการดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่น 540 นาโนเมตร หาความสัมพันธ์ระหว่างค่าการดูดกลืนแสงที่วัดได้กับความเข้มข้นด้วยวิธี linear regression (ผู้วิเคราะห์อาจหาความสัมพันธ์จากเครื่องวัดการดูดกลืนแสงโดยตรงก็ได้)
2. การวิเคราะห์ตัวอย่าง
1) ตวงน้ำตัวอย่าง 50 มิลลิลิตร ด้วยกระบอกตวงใส่ฟลาสก์รูปชมพู่ขนาด 125 มิลลิลิตร หากกรองแล้วน้ำตัวอย่างยังขุ่นให้ตวงน้ำตัวอย่างใส่ฟลาสก์พิ่มอีกหนึ่งฟลาสก์ ฟลาสก์นี้ไม่ต้องเติมน้ำยาเคมี น้ำตัวอย่างในฟลาสก์นี้เรียกว่า turbidity blank
2) เติมสารละลายซัลฟานิลาไมด์ 1 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ 2-8 นาที เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์
3) เติมสารละลาย NED 1 มิลลิลิตร เขย่าตัวอย่างทันที แล้วทิ้งไว้ 10 นาที ถึง 2 ชั่วโมง จากนั้นนำน้ำตัวอย่างทั้งที่เติมน้ำยาเคมีและไม่ได้เติมน้ำยาเคมีไปวัดค่าการดูดกลืนแสงที่ความ ยาวคลื่น 540 นาโนเมตร
4) สำหรับแบลงค์ใช้น้ำกลั่น แล้วทำเช่นเดียวกับน้ำตัวอย่าง
5) จดบันทึกค่าความเข้มข้นที่วัดได้ หรือนำค่าการดูดกลืนแสงที่ได้ไปคำนวณหาความเข้มข้นของไนไตรท์ในตัวอย่างจากกราฟมาตรฐานที่ได้เตรียมไว้





