โป๊ะ (bamboo strake trap)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

โป๊ะ หมายถึง เครื่องมือประจำที่ ประกอบด้วยส่วนของลูกขัง มีลักษณะเป็นรูปทรงต่างๆ และมีส่วนของปีกเป็นทางนำให้สัตว์น้ำลงสู่ลูกขัง เครื่องมือประมงประเภทนี้ เป็นประเภทดักจับเช่นเดียวกับลอบและโพงงพาง แต่มีรูปร่างและวิธีการที่ต่างออกไป ส่วนที่จากลอบ คือ ด้านบนเปิดออกโผล่พ้นผิวน้ำและมีขนาดใหญ่กว่า ไม่สามารถยกขึ้น-ลงได้เหมือนลอบ ในอดีตโป๊ะเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้กันมากปัจจุบันมีจำนวนลดน้อยลงมาก เครื่องมือประมงโป๊ะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โป๊ะน้ำลึกและโป๊ะน้ำตื้น

 

โป๊ะน้ำตื้น 

โป๊ะน้ำตื้น

 

1. โป๊ะน้ำตื้น โป๊ะน้ำตื้นหมายถึงโป๊ะที่มี ระดับน้ำขังในลูกขังลึกไม่เกิน 3 เมตร เมื่อน้ำลงต่ำสุด โป๊ะชนิดนี้เรียกว่า โป๊ะน้ำแห้ง หรือโปีะน้ำขอด ทางฝั่งอันดามันนิยมเรียกว่า หลาด หรือมุ(ละมุ) เป็นโป๊ะขนาดเล็กตั้งอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง พบมากทางฝั่งอันดามันส่วนฝั่งอ่าวไทยมีเฉพาะบางจังหวัด การจับสัตว์น้ำในโป๊ะใช้สวิงช้อน

 

จำนวนคน 1-2 คน

 

จังหวัดที่พบมาก จังหวัด สมุทรสาคร พังงา สตูล กระบี่

 

เรือและอุปกรณ์ เรือประมงมีขนาด 5-8 เมตร เครื่องยนต์นอกเรือหรือในเรือขนาด 5 - 10 แรงม้า แต่บางรายไม่ใช้เครื่องยนต์

 

เครื่องมืออวน โป๊ะน้ำตื้นจะ ประกอบด้วยส่วนที่ใช้ขังสัตว์น้ำ เรียกว่า ลูกขัง หรือ ก้นขัง ส่วนนี้มีรูปร่างหลายแบบ มีทั้งแบบชั้นเดียว สองชั้น และสามชั้น ทางฝั่งอันดามันนิยมทำแบบสามชั้น คือ ชั้นนอก(อยู่ถัดจากปีกโป๊ะ) ชั้นกลาง และชั้นใน ทั้งสามชั้นมีรูปร่างคล้ายหัวใจหรือสามเหลี่ยม ส่วนที่เป็นก้นขังชั้นนอกมีขนาดใหญ่ที่สุด หรือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ชั้นกลางหรือชั้นในมีขนาด 3 และ 2 เมตรตามลำดับ บางรายทำขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย กล่าวคือ มีขนาด 7 เมตร 5 เมตร และ 3 เมตร ตามลำดับ ขนาดของปากประตูทางเข้าสัตว์น้ำชั้นนอก 1.20 เมตร ชั้นกลางและชั้นใน 0.50 เมตร วิธีการสร้างโป๊ะส่วนที่เป็นก้นขังใช้หลักไม้ยาว 4-5 เมตร ปักห่างกัน 50-80 เซนติเมตร แล้วใช้เนื้ออวนโปลีเอทธีลีนกว้าง 3-4 เมตร ขึงกับหลักไม้ ขนาดตาอวนชั้นนอก 40 มิลลิเมตร ชั้นกลาง 30 มิลลิเมตร และชั้นใน 25 มิลลิเมตร ปีกโป๊ะมีจำนวน 2 ปีก ปักเป็นรูปสามเหลี่ยมรับทิศกระแสน้ำไหลลง ความยาวปีกโป๊ะแต่ละปีกไม่เท่ากัน ด้านใกล้ฝั่งยาว 100 -200 เมตร ด้านห่างฝั่งยาว 50-80 เมตร และหลักไม้ของปีกโป๊ะจะห่างกัน 1 - 2 เมตร และใช้เนื้ออวนที่มีขนาดตา 50 มิลลิเมตร ขึงกับหลัก โป๊ะน้ำตื้นจังหวัดสมุทรสาครมีรูปร่างเป็นวงกลมค่อนข้างเบน มี 1 หรือ 2 ชั้น ชั้นนอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ชั้นใน 2.50 เมตรปากประตูชั้นนอก 30 เซนติเมตร และชั้นใน 13 เซนติเมตร ความยาวปีก 10-15 เมตร โดยมีปีกข้างหรือปีกแซง 2-4 ปีก ยาว 4-20 เมตร บริเวณก้นถังใช้เนื้ออวนขนาดตา 25 มิลลิเมตร ขึงกับไม้หลักหรืดท่อเหล็กขนาด 25 มิลลิเมตร เหมือนกับโป๊ะน้ำตื้นฝั่งอันดามัน

 

อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ ตะเกียงรั้ว 1 ดวง สวิงช้อนปลา 1 อัน

 

วิธีทำการประมง ในช่วงน้ำลงเต็มที่ โดยชาวประมงจะนำเรือเข้าไปจอดใกล้โป๊ะ เปิดหน้าต่างซึ่งทำไว้ด้านหลังก้นขังออก แล้วใช้สวิงไล่ช้อนสัตว์น้ำที่ติดอยู่ในบริเวณก้นขังของโป๊ะ

 

สัตว์น้ำที่จับได้ สัตว์น้ำส่วนใหญ่ที่จับได้ คือ กุ้ง ปู ปลาขนาดเล็ก และแมงดาทะเล

 

โป๊ะน้ำลึก 

โป๊ะน้ำลึก

 

2. โป๊ะน้ำลึก โป๊ะน้ำลึก หมายถึง โป๊ะที่มีระดับน้ำในลูกขังลึกเกินกว่าสามเมตร เมื่อน้ำลึกต่ำสุด โป๊ะน้ำลึกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบโป๊ะรุก หรือโป๊ะเผือก ซึ่งต้องใช้เผือกตาถี่และอวนรุกโป๊ะ และแบบโป๊ะยกหรือโป๊ะอวน ซึ่งใช้วิธีตัดอวนรูปกล่อง มีอวนปิดด้านล่างแล้วแช่ทิ้งไว้ในโครงสร้างที่เป็นก้นขัง โป๊ะน้ำลึกส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในระดับน้ำลึก 5-8 เมตร เมื่อน้ำลงต่ำสุด ไม่สามารถตั้งลึกกว่านี้ได้เพราะใช้ปีกทำด้วยไม้ไผ่ โป๊ะชนิดนี้มีรายได้พิเศษจากการจับหอยแมลงภู่ที่เกาะปีกโป๊ะอีกด้วย

 

จำนวนคน 5 - 6 คน

 

ลักษณะของโป๊ะรุกและโป๊ะยกมีดังนี้

 

2.1 โป๊ะรุกหรือโป๊ะเผือก

 

จังหวัดที่พบมาก จังหวัด ชลบุรี และกระบี่

 

เรือและอุปกรณ์ เรือประมงขนาด 10-12 เมตร เครื่องยนต์นอกเรือขนาด 10 แรงม้า

 

เครื่องมือ โครงสร้างของโป๊ะรุกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ก้นขัง ห้องลวง และปีกโป๊ะ ส่วนที่เป็นก้นขังใช้ต้นหมากปักเป็นรูปใบโพธิ์แต่ปลายมนห่างกัน 1 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 เมตร มีปากประตุทางเข้าสัตว์น้ำกว้าง 4 เมตร หันหน้าเข้าฝั่ง การปักหลักจะให้หลักแต่ละต้นเยื้องและสลับกัน เรียกว่า หลักนอกและหลักใน เพื่อนำส่วนที่เรียกว่า เฝือก เข้ามาแทรกระหว่างหลักนอกและหลักใน ยึดโครงสร้างที่เป็นหลักทุกต้นให้แน่นโดยใช้ไม้ยึด และเรียกว่า รา มีจำนวน 3-5 ชั้น แล้วนำเฝือกที่ทำเป็นผืนยาวเท่ากับเส้นรอบวงของส่วนก้นขัง กว้างมากกว่าระดับน้ำสูงสุดประมาณ 1 เมตรหรือประมาณ 10 เมตร เข้ามาแทรกระหว่างหลักนอกกับหลักในโดยกดให้ขอบล่างสุดของเฝือกฝังกับพื้น ทะเลเล็กน้อย ส่วนที่เป็นเฝือกทำด้วยไม้ไผ่ผ่าซีกประกบกับเนื้ออวนโปลีเอทธีลีน ขนาดตา 25 หรือ 30 มิลลิเมตร ความห่างของไม้ไผ่ 30 เชนติเมตร แต่ช่วงล่างสุดของเฝือกนิยมใช้นิยมใช้ลวดตาข่ายขนาดตา 25 มิลลิเมตร กว้าง 40 เซนติเมตร แทนเนื้ออวน ห้องลวงใช้ไม่ไผ่รวกที่ทำปีกปักเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วยาว 30-40 เมตร ปลายไม้โผล่พ้นน้ำเมื่อน้ำขึ้นสูงสุด ส่วนฐานของห้องลวงจะเป็นที่บรรจบกันของปีกโป๊ะ จำนวน 3-5 ปีก โดยปลายปีกส่วนนี้ห่างกัน 4-6 เมตร ความยาวปีกกลางจะยาวมากกว่าปีกข้าง หรือยาว 100-400 เมตร การปักไม้ไผ่เป็นปีกจะเป็นแนวตรง ปีกนอกสุดด้านซ้ายและขวาทำมุมกันประมาณ 90 องศา โดยให้ส่วนที่เปิดออกหันเข้าหาชายฝั่ง

 

อวนโป๊ะหรืออวนรุกโป๊ะ เป็นอวนที่ใช้จับปลาที่อยู่ในโป๊ะ มีรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 14 เมตร ยาว 20 เมตร ด้านบนมีทุ่นพยุงอวน ด้านล่างผูกตะกั่วขนาด 0.50 กิโลกรัม และห่วงโลหะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.50 เซนติเมตร มีระยะห่างกัน 1 เมตรขอบด้านข้างอวนมีห่วงโลหะ 17 เซนติเมตร ผูกห่างกัน 1 เมตร ใช้สำหรับสอดไม้คันรุก ซึ่งเป็นไม้กลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกลาง 12 เซนติเมตร ยาว 11 เมตร จำนวน 2 ท่อน เฉพาะมุมอวนด้านที่ใช้ขยับรุกไล่ต้อนสัตว์น้ำจะมีน้ำหนักถ่วงพิเศษเป็น คอนกรีตขนาด 12 กิโลกรัม และมีรูหนึ่งรูสำหรับร้อยเชือกสายมานซึ่งเป็นเชือกขนาด 16 มิลลิเมตร หนึ่งเส้น ยาว 50 เมตร เชือกผูกที่ปลายไม้คันรุก

 

อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ ขอเกี่ยวโป๊ะ และสวิงตักปลา วิธีทำการประมงในเวลากลางวันหรือกลางคืน ช่วงน้ำลงวันละ 1-2 ครั้ง โดยชาวประมงนำเรือเข้าไปในก้นขังของโป๊ะ แล้วใช้อวนโป๊ะปิดปากประตูโป๊ะก่อน จากนั้นใช้วิธีขยับไม้คันรุกซึ่งมีผืนอวนอยู่ด้วยรุกไปตามผนังด้านในของก้น ถัง จนกระทั่งไม้คันรุกบรรจบกัน ทำให้สัตว์น้ำตกอยู่ในวงล้อมของอวนโปีะ จากนั้นทำการชักสายมานเพื่อปิดด้านล่างของผืนอวน และนำขึ้นมาบนเรือ ทำการกู้อวนต่อและใช้สวิงตักสัตว์น้ำใส่เรือ การจับปลาในโป๊ะวิธีนี้ เรียกกันว่า รุกโป๊ะ

 

สัตว์น้ำที่จับได้ สัตว์น้ำที่จับได้ คือ ปลากะตัก ปลาทู ปลาลัง ปลาอินทรี ปลาสีกุน ปลาสลิดทะเล ปลาดาบลาว ปลาจวด หมึก แมงกะพรุน

 

2.2 โป๊ะยกหรือโป๊ะอวน โป๊ะชนิดนี้นิยมใช้กันมากกว่าโป๊ะรุก ตั้งอยู่บริเวณระดับน้ำลึก 5-8 เมตร เช่นกัน มีรูปร่างเหมือนกับโป๊ะรุก แต่ไม่ใช้เฝือกและอวนรุกโป๊ะ การจับสัตว์น้ำในโป๊ะใช้วิธีตัดอวนรูปกล่องทรงกลมคล้ายใบโพธิ์ มีผนังด้านข้างและพื้นล่าง นำไปขึงกับโครงสร้างโป๊ะ วิธีนี้ทำให้กู้อวนได้เร็วขึ้นและลดความเสียหายจากพายุได้เพราะสามารถเก็บ อวนขึ้นมาแขวนไว้ในช่วงเกิดพายุ

 

จังหวัดที่พบมาก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

 

เรือและอุปกรณ์ เรือประมงขนาด 10-14 เมตร เครื่องยนต์นอกเรือหรือในเรือ ขนาด 10-30 แรงม้า

 

เครื่องมือ โป๊ะยกจะสร้างให้ส่วนปีกโป๊ะและปากประตูโป๊ะรับทิศกระแสน้ำ ไหลลงเหมือนโป๊ะรุก ปีกนอกด้านซ้ายและขวามุมกันประมาณ 90 องศา ส่วนที่ขังสัตว์น้ำเรียกว่า ก้นขัง หรือลูกขัง มีรูปร่างคล้ายใบโพธิ์ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เมตร ทำด้วยต้นมะพร้าวหรือไม้จริงขนาดใหญ่ยาว 15-16 เมตร ปักที่พื้นทะเลห่างกันประมาณ 6 เมตร ตรงส่วนเป็นประตูทางเข้าสัตว์น้ำ กว้าง 3-4 เมตร แล้วยึดหลักแต่ละต้นให้แข็งแรงโดยใช้ไม้ไผ่รวก มัดรวมกลุ่มกันประมาณ 10 ลำ แล้วนำมามัดกับหลักโดยรอบจำนวน 3-5 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 2 เมตร เว้นบางส่วนที่เป็นปากประตูโป๊ะ และทางเรือเข้าซึ่งอยุ่ด้านข้างของก้นถัง ด้านบนใกล้ปากประตูโปีะมีไม้ไผ่พาดเพื่อทำเป็นร้านสำหรับยืนใช้กว้านและ สร้างที่พักแบบง่ายๆ สำหรับคนเฝ้าโป๊ะ มีกว้านกู้อวน เป็นกว้านแบบมือหมุนติดตั้งอยู่บริเวณปากประตูโป๊ะ 2 ตัว และด้านซ้ายและขวาถัดจากปากประตูโป๊ะอีกข้างละ 2 ตัว

 

ห้องลวงและปีกโป๊ะ เป็นไม้ไผ่รวกจำนวนมากปักใกล้กัน ห้องลวงอยู่ด้านล่างใต้ปากประตโป๊ะ ปักไม้ไผ่เป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ยาวด้านละ 40 เมตร ปีกโป๊ะต่อจากบานห้องลวงมีจำนวน 3-4 ปีก ปักเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายบนเปิดเป็นช่องให้สัตว์น้ำว่ายเข้ามา กว้าง 3-8 เมตรความยาวของปีกกลาง 400-800 เมตร ปีกแซงหรือปีกข้าง 150-250 เมตร เครื่องมืออวน มี รูปร่างคล้ายกล่องตามรุปร่างของก้นขัง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เมตร เป็นอวนไนล่อนชนิดไม่มีปม ขนาดตา 8 มิลลิเมตร มีเชือกยึดคร่าวบนยาวประมาณ 2 เมตร ผูกตลอดแนวของขอบอวนด้านบนห่างกัน 2 เมตร ปลายอีกข้างหนึ่งของเชือกผูกกับโครงโปีะเพื่อให้อวนถ่างเป็นรูปวงกลม เชือกยึดคร่าวล่างเป็นเชือกยาวประมาณ 12 เมตรปลายข้างหนึ่งยึดกับคร่าวล่างของอวนแล้วร้อยผ่านรอกจำนวน 10 ตัว วึ่งผูกอยุ่ที่โคลนกลักแต่ละต้น แล้วนำมาผูกกับราหรือหลักที่อยู่เหนือผิวน้ำ ห่วงวงแหวนเป็นห่วงเหล็กหรือทองเหลือง ขนาเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-15 เซนติเมตร ใช้เฉพาะบริเวณที่เป็นปากประตูและด้านข้างใกล้ปากประตู ห่วงนี้ผูกติดกับอวนในแนวดิ่ง ห่างกัน 1.50 เมตร แล้วสวมกับหลักไม้แต่ละต้น รวม 6 ต้น เฉพาะที่จุดนี้ใช้คอนกรีตหนักก้อนละ 5-12 กิโลกรัม ผูกกับห่วงล่างสุด เพื่อช่วยถ่วงให้ขอบล่างอวนจมตัวดียิ่งขึ้น และใช้เชือกผูกกับคอนกรีต ส่วนปลายเชือกที่เหลือผูกกับเครื่องกว้านแบบมือหมุน เฉพาะบริเวณขอบล่างของอวนที่เป็นประตูทางเข้าสัตว์น้ำผูกโซ่หรือตะกั่วหนัก 20 กิโลกรัม

 

วิธีทำการประมง ใน เวลากลางวันหรือกลางคืน วันละ 1-2 ครั้ง โดยชาวประมงจะนำเรือมาจอดข้างโป๊ะในช่วงน้ำลง เมื่อได้เวลากู้อวนจะปลดเชือกที่ยึดคร่าวล่างออกหมด พร้อมกับกว้านอวนที่อยู่ใกล้บริเวณปากประตู และด้านทั้งสองข้างที่อยู่ใกล้ปากประตูให้ขอบล่างของอวนสูงขึ้นเหนือผิวน้ำ จากนั้นนำเรือเข้ามาในโป๊ะทางช่องเรือเข้า กู้อวนต่อจนกระทั่งสามารถใช้สวิงตักปลาใส่เรือได้เสร็จแล้วนำเรือออกจากโป๊ะ ทำการขึงอวนไว้เช่นเดิม

เศรษฐกิจการประมง

ลิขสิทธิ์ © 2010-2012 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด แนะนำติชมมาที่ webmaster@aquatoyou.com
By Joomla 1.7 Templates