การทำประมงโดยใช้แสงไฟล่อสัตว์น้ำ (Luring Light Fishing)
การทำประมงเพื่อจับสัตว์น้ำ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันชาวประมงได้พยายามคิดค้นวิธีการจับสัตว์น้ำให้ทันสมัย เพื่อที่จะสามารถจับสัตว์น้ำได้มากที่สุด การพัฒนาเครื่องมือประมงอีกชนิดหนึ่งที่มีการพัฒนากันมาอย่างยาวนานคือ การทำประมงโดยใช้แสงไฟเป็นตัวล่อสัตว์น้ำ (Luring Light Fishing)
หากท่านได้มีโอกาสมองทะเลในยามค่ำคืนหลายท่านอาจสงสัยว่า มีแสงไฟต่างๆ มากมายเหมือนมีการจัดงานมหรสพในทะเล มีทั้งแสงไฟสีขาวนวล แสงไฟสีเขียว ท่านทราบหรือไม่ว่า นั่นคือการทำประมงชนิดหนึ่งของชาวประมง โดยใช้แสงไฟเป็นตัวล่อให้สัตว์น้ำมารวมกลุ่มกัน และหลังจากนั้นชาวประมงจะใช้ อวนล้อม หรือ อวนยก หรือ การตักด้วยสวิง จับสัตว์น้ำที่มาเล่นแสงไฟเหล่านั้นขึ้นมา สัตว์น้ำส่วนใหญ่ที่ชาวประมงนิยมจับด้วยวิธีนี้ได้แก่ หมึก และปลากะตัก สำหรับไฟที่ใช้ในการล่อสัตว์น้ำนั้น มีด้วยกันหลายชนิด เช่น หลอดไส้ หลอฟลูออเรสเซนต์ หลอดเมอคิวรี่ หลอดไฟฮาโลเจน หลอด LED เป็นต้น ซึ่งหลอดไฟแต่ละชนิดจะมีกำลังวัตต์ในการเรืองแสง และราคาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการประมงชนิดนี้ ทำกันทั้งในรูปแบบประมงพื้นบ้าน และแบบเชิงพาณิชย์
การทำประมงโดยใช้แสงไฟเป็นตัวล่อสัตว์น้ำ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายประเทศเนื่องจากผลผลิตที่ได้มีปริมาณมาก อีกทั้งยังอาจจับได้หลายชนิดในคราวเดียวกัน ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีการคิดค้นและพัฒนาการทำประมงชนิดนี้ ผ่านงานวิจัยและโครงการต่างๆมากมาย เพื่อศึกษาลักษณะสีของแสง กำลังของแสงในการส่งผ่านใต้น้ำ สำหรับล่อสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและตรงตามลักษณะนิสัยการเล่นแสงของสัตว์น้ำกลุ่มเป้าหมาย ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีเรือที่ใช้แสงไฟล่อจับหมึกมากกว่า 25,000 ลำ เป็นผลให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา มีปริมาณผลผลิตของหมึกที่จับได้เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้หลายหน่วยงานของภาครัฐเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทรัพยากรหมึกและสัตว์น้ำอื่นๆ ในอนาคต อีกทั้งจากการวิจัยยังได้พบว่าการทำประมงชนิดนี้ ก่อให้เกิดการปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซค์ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสภาวะโลกร้อน

การทำประมงโดยใช้แสงไฟล่อ
สำหรับในประเทศไทยการทำประมงโดยใช้แสงไฟล่อสัตว์น้ำนั้นมีวิวัฒนาการและพัฒนามานานมากกว่า 50 ปี พบได้ทั่วไป ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จากสถิติเรือประมงที่รวบรวมโดยกรมประมง พบว่าเรือประมงที่มีการใช้ไฟล่อสัตว์น้ำที่ได้ทำการจดทะเบียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี พ.ศ. 2544 จำนวน 3,250 ลำ เพิ่มขึ้นเป็น 3,709 ลำ ในปี พ.ศ. 2548 สำหรับไฟที่ชาวประมงนิยมนำมาล่อสัตว์น้ำจะมีจากการพัฒนาประสิทธิภาพของการทำประมงโดยใช้แสงไฟล่อสัตว์น้ำ ทำให้มีผู้ตั้งขอสันนิษฐานว่า การทำประมงดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำตลอดจนระบบนิเวศวิทยา ปริมาณการจับสัตว์น้ำที่เกินศักยภาพการผลิตมากน้อยเพียงใด ทำให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันในการทำวิจัยและพัฒนาหาประสิทธิภาพสีของแสงไฟ ที่สามารถล่อสัตว์น้ำกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด ไม่ส่งผลต่อสัตว์น้ำที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลทางด้านต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลและหามาตราการแก้ไขและปรับปรุงต่อไปในอนาคต





