เบ็ดราวปลาทูน่า
ชนิดของปลาทูน่าสามารถแบ่งได้เป็นปลาทูน่าครีบเหลือง (Yellowfin Tuna) ปลาทูน่าตาโต (Bigeye Tuna) ปลาทูน่าครีบยาว (Longfin Tuna) ปลาทูน่าครีบสีน้ำเงินใต้ (Southern Bluefin Tuna) ปลาทูน่าครีบสีน้ำเงิน (Northern Bluefin Tuna) ปลาโอแถบ (Skipjack Tuna) ปลาโอดำ (Longtail Tuna) แหล่งอาศัยของปลาทูน่าที่สำคัญได้แก่ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิของน้ำ กระแสน้ำ ความขุ่นใส อาหาร พฤติกรรมอพยพย้ายถิ่น เป็นสำคัญ
การจับปลาทูน่าด้วยวิธีการทำประมงประเภทอวนล้อม อวนลอย และเบ็ดตวัดปลาทูน่า เป็นวิธีการใช้จับปลาเพื่อเน้นปริมาณ จับปลาเป็นฝูง ปลาทูน่าที่จับด้วยการทำประมงประเภทนี้ได้แก่ ปลาโอท้องแถบ ปลาทูน่าครีบเหลือง ปลาทูน่าตาโต และอื่นๆ ปลาทูน่าเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อแปรรูปเป็นปลากระป๋อง และปลารมควัน จึงมีราคาไม่สูงนัก ส่วนการทำประมงเบ็ดลากปลาทูน่า จะเป็นการทำประมงในระดับพื้นบ้าน หรือเพื่อการกีฬา
การจับปลาทูน่าด้วยวิธีการใช้เบ็ดราว เป็นการทำประมงอีกประเภทหนึ่งที่มีเป้าหมายเพื่อจับปลาทูน่าขนาดใหญ่และมีคุณภาพดี ปลาทูน่าที่จับได้จากเบ็ดราวจะเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภคปลาสด จึงทำให้มีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับการจับด้วยวิธีประมงประเภทอื่นๆ ทั้งนี้มูลค่าของปลาทูน่ายังจะขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของปลาทูน่าชนิดนั้นๆ ด้วย สำหรับในประเทศไทยมีการนำเบ็ดราวปลาทูน่าเข้ามาเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี 2508 โดย น.ท. สว่าง เจริญผล อดีตอธิบดีกรมประมง วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำรวจแหล่งประมงปลาทูน่า บนเรือธนะรัตน์ ในขณะเดียวกันได้ให้การฝึกอบรมแก่ชาวประมงและนักศึกษาคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วยแต่ปัจจุบันเนื่องด้วยทรัพยากรประมงของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลง และความต้องการของตลาดปลาทูน่ามีมากขึ้น จึงได้มีการส่งเสริมให้นำการทำประมงเบ็ดราวปลาทูน่ามา
เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
การทำประมงเบ็ดราวทูน่าจะเริ่มทำกันตั้งแต่เช้ามืด ขั้นแรกจะเริ่มเตรียมเครื่องมือเบ็ดพร้อมอุปกรณ์และเหยื่อให้พร้อมก่อนถึงเวลาวางเบ็ด โดยทั่วไปจะเลือกวางเบ็ดในทิศทางตามลมเพื่อความสะดวกในการกู้เบ็ด เวลาที่ใช้ในการวางเบ็ดจะขึ้นอยู่กับจำนวนเบ็ดที่ใช้ (เบ็ด 1,000 ตัว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง) เมื่อวางเบ็ดเสร็จจะปล่อยเบ็ดให้ลอยไปตามกระแสน้ำต่อไปอีกประมาณ 4-5 ชั่วโมง แล้วจึงทำการกู้โดยใช้เครื่องกว้านสายเบ็ด การกู้เริ่มที่ด้านใต้ลม และทำการกู้ทวนลมขึ้นไปเพื่อความสะดวก สัตว์น้ำที่จับได้ชาวประมงจะปลดออกจากตัวเบ็ดและทำการแช่เย็นเพื่อนำมาจำหน่ายต่อไป โดยปกติเบ็ดที่ใช้จะมีลักษณะโค้งคล้ายตัวเจ (J-Hook) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเสียชีวิตของเต่าทะเลที่เป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์และขึ้นอยู่ในบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CITES) หรือเบ็ดแบบวงกลม (Circle Hook) ซึ่งมีลักษณะกว้างเกือบเป็นวงกลม เมื่อเต่าทะเลติดเบ็ดแบบวงกลม เต่าจะไม่สามารถกลืนตัวเบ็ดเข้าไปได้เนื่องจากความกว้างของตัวเบ็ด และเบ็ดจะเกี่ยวที่บริเวณปากเต่าทะเลแทน ทำให้ชาวประมงสามารถปลดเบ็ดออกได้ง่าย และเต่าทะเลจะรอดออกไปสู่ท้องทะเลอีกครั้ง มาใช้ในการทำประมงเบ็ดราวปลาทูน่าเพื่อลดการเสียชีวิตของเต่าทะเลและก่อให้เกิดทำการทำประมงอย่างยั่งยืน
การทำประมงเบ็ดราวปลาทูน่าไม่ใช่วิธีการทำประมงแบบใหม่ แต่เมื่อสถานการณ์ทรัพยากรในประเทศมีปริมาณลดลง หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนจึงหาวิธีการทำประมงทางเลือกใหม่ เพื่อการนำทรัพยากรสัตว์น้ำจากทะเลลึกมาใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภค การทำประมงโดยเบ็ดราวปลาทูน่าจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นการทำประมงที่ไม่ยากจนเกินไป





