การเจริญเติบโตของแมงดาเป็นไปโดยการลอกคราบ (molting) แมงดาจะลอกคราบรวมทั้งหมดห้าครั้ง จึงจะเป็นแมลงมีปีกโดยสมบูรณ์ แมงดาที่ลอกคราบในครั้งที่สี่ที่ห้าจะไม่สามารถกินเหยื่อได้ในวันแรกๆ เพราะตัวของมันยังอ่อนนิ่มอยู่ ปากของมันยังไม่แข็งพอที่จะเจาะเหยื่อ ขาของมันก็ยังไม่แข็งพอที่จะกอดรัดเหยื่อไว้ให้มั่นคงได้ มันจะอาศัยเพียงอากาศหายใจ ท่อหายใจตามขอบตัวมันยังเป็น nymphs จะปิดหมด และใช้อวัยวะที่มีอยู่สุดปลายตัวต่อจากท่อถ่ายและอวัยวะสืบพันธุ์เป็นเครื่องหายใจ 

วงจรชีวิตของแมงดานา Lethocerus indicus Lep.-Serv. 

วงจรชีวิตแมลงดานา

 
 
วิธีการจับเหยื่อ

         แมงดามีความว่องไวในการจับเหยื่อ ช่วงแรกมันจะอยู่เฉยๆ ไม่ขยับตัวปล่อยให้เหยื่อ เช่น ลูกปลา ลูกกุ้ง ว่ายน้ำผ่านไป เมื่อเข้ามาระยะพอเหมาะ แมงดาจะพุ่งตัวเข้าไปหาเหยื่อใช้ขาคู่หน้าจับเหยื่อไว้และใช้ปากเจาะ แล้วปล่อยสารพิษเข้าไปในผิวหนังของเหยื่อ ดูดของเหลวจากตัวเหยื่อ 

 

การเลี้ยงแมงดานา 

  • การเลือกสถานที่

         สถานที่ที่เหมาะสมในการทำบ่อเพาะเลี้ยงแมงดานา ควรเป็นที่โล่งเเจ้งใกล้แหล่งน้ำแต่น้ำท่วมไม่ถึง และต้องไม่พลุกพล่านซึ่งบ่อเลี้ยงแมงดาไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก 

  • บ่อเลี้ยง 

         ขนาดของบ่อที่นิยม คือ ให้มีความยาวเป็นบวกหนึ่งของด้านกว้าง และขนาดที่เหมาะสมที่สุดควรมีพื้นที่บ่อประมาณ ๒๐ ตารางเมตร โดยด้านข้างทั้งสี่ด้านควรลาดเททำมุม ๔๕ องศา และตรงกลางบ่อทำเป็นหลุมลึกสักจุดหนึ่งเพื่อใช้รวบรวมของเสียและง่ายต่อการกำจัด และที่ขาดไม่ได้ คือ ชานบ่อโดยรอบให้กว้างประมาณ ๑ เมตร ส่วนนี้ไม่ต้องเทซีเมนต์แต่ปล่อยทิ้งไว้เป็นดิน เพื่อที่เราจะปลูกต้นไม้ใช้เป็นที่พักอาศัยของแมงดา อาจปลูกต้นกก ผักบุ้งหรือเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด นอกจากนี้บ่อเลี้ยงต้องขึงตาข่าย ตาไม่ใหญ่กว่า ๑ ซม. ป้องกันไม่ให้แมงดาบินหนี หรือมีนก หนูเข้าไปลักกินแมงดานา ส่วนหลังคาต้องกันแดดกันฝนได้ดี

 

รูปแบบบ่อเลี้ยงแมลงดานา

 

  • การหาพันธุ์แมลงดานามาเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์

พันธุ์แมลงดานาสามารถหาพันธุ์ได้ทุกท้องที่โดยการ

         ๑. หาซื้อตัวแก่จากตลาดมาเลี้ยง โดยนำมาใส่ในบ่อเพาะเลี้ยงประมาณ ๑ เดือนก็จะออกไข่

         ๒. การจับลูกแมลงดานามาเลี้ยง โดยการใช้สวิงช้อนตัวอ่อนที่อยู่ใน สระ หนอง คลอง บึง และในท้องนามาเลี้ยง ซึ่งจะได้แมลงดานาหลายรุ่น ดังนั้นเวลาเลี้ยงก็ต้องแยกรุ่นเลี้ยงมิฉะนั้นจะเกิดปัญหาตอนลอกคราบจะกินกันเอง การจับลูกแมลงดานามาเลี้ยงโดยวิธีนี้ก็อาจจะได้แมลงดานาตัวแก่ติดมาด้วย เราก็ต้องนำมาแยกเลี้ยงเช่นเดียวกัน

         ๓. การหาไข่แมลงดานามาเพาะเลี้ยง โดยทั่วๆ ไปแล้วแมลงดานาจะออกไข่ตาม กอหญ้า กอกก ต้นไม้เล็กๆ ตลอดจนกอข้าวที่อยู่ในท้องนา เราก็ต้องไปหาดูในช่วงฤดูฝน เมื่อได้ไข่มาแล้วเราก็นำไปเพาะให้เป็นตัวอ่อนจากไข่เป็นตัวอ่อนก็ประมาณ ๗-๘ วัน ซึ่งก็จะได้ลูกแมลงดานาขนาดวัยไล่เลี่ยกันและเลี้ยงประมาณ ๒-๓ เดือน ก็สามารถนำมาผสมพันธุ์ได้

         ๔. การใช้แสงไฟล่อตัวแก่เพื่อนำมาเพาะเลี้ยงให้ออกไข่ โดยการตั้งเสาไม้ไผ่ให้สูงประมาณ ๖-๗ เมตร แล้วใช้ตาข่ายขึงให้สูงใกล้ๆ กับแสงไฟ แสงไฟที่ใช้อาจเป็นสีน้ำเงินหรือใช้ไฟแบล็คไลท์ ซึ่งเป็นแสงสีม่วงก็ได้ซึ่งเป็นแสงที่แมลงดานาชอบ เมื่อเห็นแสงนี้แล้วจะออกมาบินเวียนไปมาแล้วมันจะเกาะติดที่ตาข่าย เราก็จับมันลงมาเลี้ยงเพื่อให้ออกไข่ ซึ่งการจับโดยวิธีนี้ก็จะได้แมลงดานาที่มีหลายรุ่นด้วยกัน จากนั้นก็นำมาแยกรุ่นเลี้ยงประมาณ ๑ เดือน หลังจากนำมาเลี้ยงก็จะออกไข่ 

  • การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้วางไข่

         หลังจากทำบ่อและบ่มจนน้ำหมดกลิ่นปูนเรียบร้อยแล้วก็จัดการหาพ่อแม่พันธุ์แมงดานามาปล่อยลงไปได้เลย โดยน้ำที่ใส่ต้องเป็นน้ำสะอาดจากน้ำคลองที่สูบขึ้นมาพักจนตกตะกอนดีแล้วจะดีที่สุด ใส่น้ำให้ได้ระดับความลึกประมาณ ๗๐-๘๐ เซนติเมตร แล้วปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงไปในอัตรา ๕๐ ตัวต่อ ๑ ตารางเมตร สัดส่วนของตัวผู้กับตัวเมีย ๑ ต่อ ๑ ดีที่สุด แต่สัดส่วน ๑ ต่อ ๕ ก็ได้ผลดีพอสมควร การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์แมงดานาช่วงที่ดีที่สุด

         ควรเป็นช่วงตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม เนื่องจากเป็นแมงดาวัยรุ่นยังไม่มีไข่ ( เขาว่าแมงดานาที่มีไข่ติดท้อง หากตกใจจะกลั้นไข่จนตายในที่สุด) แต่เราสามารถแยกเพศได้แล้ว โดยดูที่อวัยวะสืบพันธุ์ ตรงก้นที่เห็นเป็นรยางค์แฉกๆ ลองแง้มดูภายในหากเห็นเป็นอวัยวะคล้ายเม็ดข้าวสารแแสดงว่าเป็นตัวเมียแน่นอน ขั้นตอนการเตรียมบ่อเพื่อให้แมงดานาผสมพันธุ์เริ่มจากลดระดับน้ำลงจากเดิมประมาณครึ่งหนึ่ง พร้อมกัดจัดการเก็บไม้น้ำ โพรงไม้ ขอนไม้ หรืออะไรที่ลอยน้ำเป็นที่ยึดเกาะของแมงดานาออกจากบ่อให้หมดโดยนำไม่ไผ่หรือกิ่งไม้แห้งๆ ใส่ลงไปแแทนที่ ทิ้งไว้แบบนี้ ๓-๔ วัน ก่อนเปลี่ยนน้ำเข้าไปใหม่ในระดับเดิม คือ ประมาณ ๘๐ เซนติเมตร หรือเกือบเต็มบ่อก็ได้ จากนั้นเก็บกิ่งไม้ไผ่ กิ่งไม้ออก ใส่ลูกบวบลงไปแทน โดยลูกบวบนี้ทำจากท่อนกล้วยยาวท่อนละ ๑ เมตร ที่ถ่วงน้ำหนักให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อนกล้วยจมน้ำด้านนี้เสมอ ส่วนด้านบนที่ไม่จมน้ำปักด้วยซี่ไม้ไผ่หรือไม้เสียบลูกชิ้นยาวคืบกว่าๆ เป็นแถว กะว่าแต่ละอันห่างกันประมาณ ๑๐ ซม. แมงดานาจะขึ้นมาวางไข่ตามไม้ที่ปักไว้นี้ หลังจากนี้ประมาณ ๓-๔ วันไปแล้ว ซึ่งเมื่อเห็นว่าแมงดานาวางไข่แล้วเต็มที่ก็ให้จับพ่อแม่พันธุ์ออกไปเลี้ยงในบ่ออื่นให้หมด นอกจากนี้แล้วแมงดานาตัวเมียจะวางไข่ได้อีก ๒-๓ ครั้ง ในแต่ละช่วงปีห่างกันครั้งละ ประมาณ ๑ เดือน ดังนั้นหากต้องการมีแมงดานาขายอย่างต่อเนื่องแล้วอาจจะต้องลงทุน ทำบ่อไว้หลายบ่อโดยวิธีเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หลังจากวางไข่ผสมพันธุ์แล้วจะดีกว่า เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงเร็วเช่นนี้จะเร่งให้มันผสมพันธุ์วางไข่เร็วขึ้น โดยพ่อแม่ พันธุ์แต่ละรุ่น มักนิยมใช้กันแค่ปีเดียว คือ วางไข่ได้ ๒-๓ ครั้ง ก็จับขายแล้วคัดเอาบรรดาลูกๆ รุ่นใหม่เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป

         หรือการเลี้ยงอีกวิธีหนึ่งก็คือ โดยการมัดกลุ่มไข่หรือเสียบกับลวดเพื่อวางยืนในกล่อง ใส่น้ำและวางกล่องในถาดหล่อน้ำ กันมด ไข่ที่ใกล้ฟักจะมีสีเข้มชัดเจน พองผิวเต่งตึง แมงดามักจะออกจากไข่ช่วงเช้าและเย็น เมื่อฟักออกจากไข่จะหงายท้องและดีดตัวร่วงลงน้ำ ตัวอ่อนที่ฟักออกจากตัวใหม่ๆ จะสีเหลืองอ่อน ด้านในลำตัวสีเขียว ตาสีดำ ต่อมาอีกประมาณ ๑ ชั่วโมง สีจะคล้ำขึ้นเป็นสีน้ำตาลปนเทา 

  • การเลี้ยงแมลงดานาตั้งแต่ไข่ถึงตัวแก่
         ระยะที่ ๑ ระยะไข่ ไข่ที่ออกมานั้นจะเรียงตัวเป็นแถวๆ หลังจากไข่ออกมาแล้วประมาณ ๑-๔ วัน ขนาดของไข่จะมีขนาดกว้าง ๐.๑ เซนติเมตร ยาว ๐.๒ เซนติเมตร ไข่จะเป็นสีน้ำตาลเข้มๆ ที่ส่วนยอดของไข่จะเป็นขีดและมีจุดจางๆ ที่ยอด พอวันที่ ๕-๗ ไข่ก็จะมีขนาดกว้างประมาณ ๐.๓๕-๐.๔ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๐.๔๕-๐.๕ เซนติเมตร และไข่นั้นก็จะเต่งเต็มที่ สีของไข่จะจางลงเป็นสีเทาๆ บริเวณโคนไข่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ปลายไข่เป็นขีดสีน้ำตาลที่ปลายสุดก็จะเป็นจุดสีน้ำตาล ๑ จุด พอวันที่ ๘ ปลายยอดไข่ก็จะเปิดออกซึ่งเรียกกันว่า เปิดฝาชี การเปิดฝาชีออกมาก็จะเปิดเป็นชุดๆ ซึ่งก็แล้วแต่ การเจริญเติบโตของไข่ไม่พร้อมกัน พอเปิดฝาชีได้ไม่นาน ตัวอ่อนก็จะกระโดดลงน้ำพร้อมๆ กันจนกว่าไข่จะหมดรัง แต่ก็มีบางฟองที่เหลืออยู่บ้างที่ไม่ฟัก แต่ก็มีจำนวนน้อย ตัวอ่อนที่เปิดฝาชีนั้นจะโผล่ส่วนหัวออกมาก่อน ส่วนหัวจะเป็นสีเหลืองและมีลูกตาสีดำ ๒ ข้าง แต่ยังไม่หลุดจากไข่จนตัวอ่อนกระโดดลงน้ำซึ่งใช้เวลาประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง
 
         ระยะที่ ๒ เป็นระยะตัวอ่อน ตัวอ่อนที่จะออกจากไข่จะเบ่งตัวของมันเองในท่าหงายท้องแล้วร่วงลงในน้ำเมื่อออกมาครั้งแรกตัวจะป้อมๆ และมีสีเหลือง ตัวจะนุ่มนิ่มหลังจากตกลงในน้ำแล้วมันจะหยุดนิ่งชั่วครู่ ตัวอ่อนมีขนาด กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ยาว ๐.๘ เซนติเมตร พอประมาณ ๒-๔ นาที ตัวอ่อนจะขยายตัวหรือเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมระยะเวลาในการฟักไข่ของแมลงดานา ตั้งแต่ไข่จนถึงเป็นตัวอ่อนประมาณ ๗-๘ วันแต่ไม่เกิน ๑๐ วัน ลูกแมลงดานาเริ่มกินอาหารหลังจากฟักแล้วประมาณ ๑๒-๑๔ ชั่วโมง โดยหลังจากเป็นตัวอ่อนแล้ว ๓ วัน ตัวก็จะขนาดกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ยาว ๑.๐ เซนติเมตร ลำตัวมีสีเข้มขึ้น

         ระยะที่ ๓ เป็นระยะลอกคราบ แมลงดานาจะลอกคราบเป็นจำนวน ๕ ครั้งเพื่อที่จะเพิ่มขนาดของลำตัวและความยาวก่อนจะลอกคราบนั้น แมลงดานาจะอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหวระยะนี้มันจะไม่กินอาหาร โดยเกาะอยู่ตามกอหญ้า กอกก หรือกอข้าว หรือบางครั้งมันจะดำลงไปในน้ำนานๆ จึงโผล่ขึ้นมาครั้งหนึ่ง พอประมาณ ๒ วัน บริเวณส่วนหัวตรงต้นคอก็เกิดรอยแตกปริออกมา หลังจากนั้นตัวแมลงดานาก็จะค่อยๆ คลานออกมาซึ่งการลอกคราบของแมลงดานามีดังต่อไปนี้

         - การลอกคราบครั้งที่ ๑ ก่อนการลอกคราบตัวอ่อนจะมีขนาดกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ยาว ๑.๑ เซนติเมตร และเมื่อมีอายุประมาณ ๕-๖ วัน ลักษณะตัวจะอ้วนป้อมมีสีเหลืองอมเขียวระยะนี้จะไม่กินอาหารจะอยู่นิ่งๆ ลอกคราบครั้งแรกนี้จะออกทางบริเวณต้นคอของตัวเก่า ตัวใหม่ออกมาจะมีสีเขียวอมเหลืองและทิ้งคราบเก่าลอยเหนือน้ำ ตัวอ่อนจะนิ่มขนาดใหญ่กว่าเดิม ระยะเวลาจากตัวอ่อนจนถึงลอกคราบครั้งแรกประมาณ ๕-๗ วันและในระยะนี้แมลงดานายังไม่มีปีกรวมอายุแล้วประมาณ ๑๒ -๑๕ วัน 

         - การลอกคราบครั้งที่ ๒ ก่อนการลอกคราบครั้งที่ ๒ แมลงดานาจะมีขนาดกว้าง ๐.๗ เซนติเมตร ยาว ๑.๗ เซนติเมตร หลังจากลอกคราบครั้งที่ ๑ แล้วประมาณ ๕-๗ วัน ก็จะลอกคราบอีก โดยก่อนการลอกคราบมันจะเกาะนิ่งๆ อยู่ตามต้นหญ้า ต้นกก แล้วจากนั้นบริเวณต้นคอก็จะปริแตกออกมา จากนั้นมันก็จะคลานออกจากคราบของมันออกเป็นตัวใหม่ ระยะนี้ตัวจะป้อมๆ มีสีเหลือง อมน้ำตาล ตัวจะอ่อนนุ่มนิ่ม และหลังจากออกจากคราบแล้วมันจะไม่ค่อยโผล่ขึ้นเหนือน้ำให้เราเห็น จนกว่ามันจะแข็งแรงมันถึงจะขึ้นมาในระยะนี้แมลงดานายังไม่มีปีก รวมอายุแล้วได้ประมาณ ๑๗-๒๒ วัน

         - การลอกคราบครั้งที่ ๓ หลังจากการลอกคราบครั้งที่ ๒ อีกประมาณ ๕-๗ วัน มักจะมีการลอกคราบอีก วิธีการลอกคราบก็เหมือนกับครั้งที่ ๑ และ ๒ ตัวที่ลอกคราบออกมาใหม่นี้จะมีสีเขียว ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล วัดขนาดได้กว้าง ๑.๖-๑.๗ เซนติเมตร ยาว ๓.๕-๔.๐ เซนติเมตร ในระยะนี้ก็ยังไม่มีปีก รวมอายุแล้วได้ประมาณ ๒๒-๒๙ วัน

         - การลอกคราบครั้งที่ ๔ หลังจากการลอกคราบครั้งที่ ๓ อีกประมาณ ๕-๗ วัน ก็จะมีการลอกคราบออกมาใหม่นี้ จะเป็นสีเขียวอมน้ำตาลเข็ม บริเวณลำตัวจะเริ่มมีขนสีน้ำตาล วัดขนาดได้กว้าง ๒.๔-๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๕.๕-๕.๖ เซนติเมตร ในระยะนี้ก็ยังคงไม่มีปีกรวมอายุแล้วได้ประมาณ ๒๗-๓๖ วัน

         - การลอกคราบครั้งที่ ๕ เป็นขั้นสุดท้าย หลังจากการลอกคราบครั้งที่ ๔ แล้วอีกประมาณ ๕-๗ วันก็จะลอกคราบอีกเป็นครั้งสุดท้าย วิธีการลอกคราบก็เหมือนครั้งต้นๆ หลังจากออกจากคราบแล้ว จะเป็นตัวแก่ที่สมบูรณ์คือ มีปีกเหมือนแมลงดานาที่เราจับมาประกอบอาหาร ตัวจะสีน้ำตาล ด้านปลายสุดของปีก จะเป็นแผ่นบางๆ สีน้ำตาลใสบริเวณลำตัวจะมีขนสีน้ำตาล เมื่อวัดขนาดแล้วจะมีขนาด ดังนี้ 

  • ในแมลงดานาตัวผู้ กว้าง ๒.๐-๒.๑ เซนติเมตร ยาว ๕.๐-๕.๑ เซนติเมตร 
  • ในแมลงดานาตัวเมีย กว้าง ๒.๕-๒.๖ เซนติเมตร ยาว ๖.๕ - ๗.๐ เซนติเมตร 
  • อายุตั้งแต่ไข่จนถึงเป็นตัวแก่ของแมลงดานาจะมีอายุประมาณ ๓๒-๔๓ วัน  
2010-2014 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด Free joomla templates |