เนื้อหา

ระบบประสาทของปลา

พิมพ์
ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
หมวด: ปลา

ระบบประสาทส่วนกลาง 

ระบบประสาทส่วนกลาง (cerebrospinal system) ประกอบด้วย 

๑. ส่วนกลาง (central division) ได้แก่ สมอง และไขสันหลัง 

๒. ส่วนรอบนอก (peripheral division) ได้แก่ เส้นประสาทที่ยื่นออกมาจากสมอง (cranial nerve) และไขสันหลัง (spinal nerve) รวมถึงอวัยวะรับความรู้สึกต่างๆ

 

หน้าที่และการแบ่งส่วนของสมองและไขสันหลัง 

  • สมอง (brain) 

สมองของปลาเมื่อมองจากด้านบนจะแบ่งเป็นส่วนต่างๆ คือ สมองส่วนหน้า (forebrain) ซึ่งมีเซรีบราลเฮมิสเพียร์ (cerebral hemisphere) ที่ขยายใหญ่ และส่วนต่อของทวีน เบรน (tween brain) สมองส่วนกลาง (mid brain) รวมกับส่วนที่โป่งออกเป็นออพทิค โลบ (optic lobe) และสมองส่วนท้ายซึ่งประกอบด้วยเซรี-เบลลัม (cerebellum) และเมดัลลา ออบลองกาตา (medulla oblongata) 

สมองส่วนต่างๆ อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งตามกำเนิดในเอ็มบริโอ ดังนี้ 

- เทเลนเซฟาลอน (telencephalon) เทียบได้กับ สมองส่วนหน้า 

- ไดเอนเซฟาลอน (diencephalons) เทียบได้กับ ทวีน เบรน 

- มีเซนเซฟาลอน (mesencephalon) เทียบได้กับ สมองส่วนกลาง 

- มีเทนเซฟาลอน (metencephalon) เทียบได้กับ เซรี เบลลัม 

- ไมอีเลนเซฟาลอน (myelencephalon) เทียบได้กับ เมดัลลา ออบลองกาตา

 

ส่วนต่างๆ ของสมองปลาฉลาม

 

สมองของปลาไน

 

๑. เทเลนเซฟาลอน เป็นส่วนที่อยู่หน้าสุดของสมอง รับความรู้สึกเกี่ยวกับกลิ่น โดยมีเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๑ คือเส้นประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) ติดต่อกับจมูก ซึ่งที่จมูกมีพูรับกลิ่น (olfactory lobe) ปลาที่ใช้จมูกดมกลิ่นเพื่อหาอาหารจะมีพูรับกลิ่นใหญ่ เช่น ปลาฉลาม 

๒. ไดเอนเซฟาลอน เป็นส่วนของสมองที่ต่อลงมาจากสมองส่วนหน้า มักจะถูกสมองส่วนเซรีเบลลัมยื่นล้ำมาปิดเอาไว้ ทำให้มองจากด้านบนไม่เห็น บริเวณนี้จะมีอวัยวะรับความรู้สึกเกี่ยวกับแสงคือ ไพเนียล ออร์แกน (pineal organ) ซึ่งมีก้านเล็กๆ ยื่นทาบไปบนเทเลนเซฟาลอน เรียกก้าน ไพเนียล (pineal stalk) สมองส่วนนี้เป็นบริเวณที่เกี่ยวกับการมองเห็น 

๓. มีเซนเซฟาลอน สมองส่วนนี้มีลักษณะเป็นก้อนกลมของออพทิค โลบ (optic lope) อยู่สองข้างซ้ายขวา ถัดไดเอนเซฟาลอนลงมา บริเวณนี้จะเป็นที่เริ่มต้นของเส้นประสาทตา (optic nerve) ทางด้านบนของสมองส่วนนี้จะถูกเซรีเบลลัมปกคลุมอยู่บางส่วนจัดเป็นบริเวณที่ เกี่ยวกับการมองเห็น 

๔. มีเทนเซฟาลอน นิยมเรียกส่วนนี้ว่าเซรีเบลลัม เป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่และพื้นผิวด้านบนอาจขรุขระ ปลายสุดด้านหน้าอาจไปจรดสมองส่วนหน้า และด้านท้ายอาจคลุมส่วนต้นของเมดัลลา ออบลองกาตา ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว การว่ายน้ำ และการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ 

๕. ไมอีเลนเซฟาลอน นิยมเรียกเมดัลลา ออบลองกาตา หรืออาจเรียกว่าก้านสมอง (brain stem) เป็นส่วนสุดท้ายของสมอง เป็นศูนย์กลางของเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๕ - ๑๐ เป็นทางเชื่อมต่อของประสาทจากไขสันหลังกับสมองส่วนกลาง หน้าที่ควบคุมการทำงานของเส้นประสาทสมอง เช่น การหายใจ การเปลี่ยนสี และการควบคุมออสโมซิสของน้ำเข้าสู่ร่างกาย 

เมื่อมองสมองจากด้านล่างจะพบส่วนต่างๆ จากด้านหน้าไปหลังดังนี้ 

๑. บริเวณด้านท้องของเทเลนเซฟาลอนจะมีนิวโรพอร์ (neuropore) ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ เป็นทางออกของเทอร์มิแนล เนิร์ฟ (terminal nerve) ๒ เส้น ไปเลี้ยงพูรับกลิ่นของจมูก 

๒. ออพทิค ไคแอสมา (optic chiasma) เป็นฐานร่วมของเส้นประสาทตาซ้ายและขวา อยู่ใต้สมองส่วนไดเอนเซฟาลอน 

๓. อินฟันดิบูลัม (infundibulum) ๑ พู โลบิ อินฟีเรียร์ (lobi inferiors) ๒ พู ต่อมใต้สมอง (pituitary gland) ๑ ต่อม และแซคคัส แวสคูโลซัส (saccus vasculosus) ๒ พู ทั้งหมดนี้พบอยู่ใต้สมองส่วนไดเอนเซฟาลอน 

๔. ออคคูโล มอเตอร์ เนิร์ฟ (oculo - motor nerve) เป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๓ ออกมาจากด้านท้องของไดเอนเซฟาลอน ใกล้ๆ กับแซคคัส แวสคูโลซัส 

๕. ด้านท้องของเมดัลลา ออบลองกาตา 

๖. โคนเส้นประสาทสมองที่อยู่บนเมดัลลา ออบลองกาตา ได้แก่ คู่ที่ ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ และ ๑๐ 

  • ไขสันหลัง (spinal cord) 

เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง อยู่ต่อจากเมดัลลา ออบลองกาตา เป็นเส้นยาวไปทางท้ายตัว โดยทอดอยู่ภายในช่องนิวรอล (neural canal) มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างหน่วยรับความรู้สึก (receptor) กับหน่วยปฏิบัติงาน (effector) เป็นทางผ่านไปมาระหว่างไขสันหลังกับสมอง และเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดจากการสัมผัสทางผิวหนัง 

ไขสันหลังประกอบด้วยส่วนที่เป็นสีเทา gray matter) อยู่ด้านในรอบๆ ช่องว่างในไขสันหลัง (central canal) ประกอบด้วยเซลล์ประสาทมากมายรวมกัน บริเวณรอบนอกมีสีขาว (white matter) ซึ่งเป็นพวกใยประสาท อาจมีเยื่อหุ้มหรือไม่ก็ได้ ในปลากระดูกแข็งส่วนสีเทาคล้ายตัว X ซึ่งจะรับความรู้สึกจากกล้ามเนื้อทั้งด้านบน ด้านข้าง และด้านล่างของลำตัว

 

เส้นประสาทสมองและไขสันหลัง 

เส้นประสาทสมองของปลามี ๑๑ คู่ เรียงจากด้านหน้าสุดไปหลังสุดของสมอง ดังนี้ 

- คู่ที่ ๐ เรียก เทอร์ทิแนล เบิร์ฟ บางครั้งก็จัดเป็นคู่ที่ ๑๑ เพราะพบภายหลังสุดแต่อยู่หน้าสุดจึงจัดเป็นคู่ที่ ๐ เพราะเส้นอื่นๆ มีเลขกำกับตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐ แล้ว มีกำเนิดออกมาจากนิวโรพอร์ ทางด้านท้องของเทเลนเซฟาลอน ทอดขนานไปกับทางเดินของเส้นประสาทสมอง ไปหล่อเลี้ยงเยื่อเมือกของพูรับกลิ่น มีปมประสาทอยู่ตรงกลางของเส้นประสาทนี้ด้วย 

- คู่ที่ ๑ คือ เส้นประสาทจมูก นำความรู้สึกเกี่ยวกับกลิ่นจากจมูกมายังสมองส่วนเทเลนเซฟาลอน 

- คู่ที่ ๒ คือ เส้นประสาทตา นำความรู้สึกการมองเห็นจากตามายังสมองส่วนไดเอนเซฟาลอน 

- คู่ที่ ๓ เรียก ออคคูโลมอเตอร์ เนิร์ฟ เป็นเส้นค่อนข้างเล็ก ออกมาจากสมองใต้ออพทิค โลบ ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตา ๔ มัด 

- คู่ที่ ๔ เรียก โทรเคลียร์ เนิร์ฟ (trochlear nerve) เป็นเส้นเล็กๆ ออกมาทางด้านบนของสมองระหว่างมีเซนเซฟาลอนและมีเทนเซฟาลอน ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตา 

- คู่ที่ ๕ เรียก ไทรเจมิแนล เนิร์ฟ (trigeminal nerve) ออกมาทางด้านข้างของเมดัลลา ออบลองกาตา แยกเป็น ๓ เส้นย่อย คือ เส้นแรกแยกไปทางด้านหัว ตอนปลายแยกเป็นเส้ยฝอยไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณจมูก เส้นที่สองไปเลี้ยงขากรรไกรบน และเส้นที่สามไปเลี้ยงขากรรไกรล่างทำให้เปิดปิดปากได้ 

- คู่ที่ ๖ เรียก แอบดูเซนส์ เนิร์ฟ (abducens nerve) ออกจากด้านท้องของเมดัลลา ออบลองกาตา ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตา 

- คู่ที่ ๗ เรียก เฟเซียล เนิร์ฟ (facial nerve) ออกมาจากสมองส่วนเมดัลลา ออบลองกาตา ใกล้กับเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๕ และ ๘ มีสาขาย่อย ๔ เส้น คือ เส้นแรกทอดรวมไปกับแขนงของคู่ที่ ๕ ไปเลี้ยงส่วนหัวตอนบน เส้นที่สองไปเลี้ยงหัวตอนบนบริเวณกระบอกตา เส้นที่สามไปเลี้ยงขากรรไกรบนและล่าง เส้นที่สี่ไปเลี้ยงเพดานปาก 

- คู่ที่ ๘ เรียก โสตประสาท (auditory nerve หรือ acoustic nerve) เป็นเส้นที่ใหญ่แต่สั้น ต่อไปยังหูโดยตรง รับความรู้สึกเกี่ยวกับการทรงตัว 

- คู่ที่ ๙ เรียก กลอสโซฟาริงเกียล เนิร์ฟ (glossopharyngeal nerve) ออกมาจากด้านข้างของเมดัลลา ออบลองกาตา อยู่ถัดคู่ที่ ๘ ลงมา ทอดฝังมาตามกระดูกอ่อนบริเวณใต้หู มี ๒ เส้นย่อย ไปเลี้ยงไฮออยด์ อาร์ช (hyoid arch) และบรานเซียสอาร์ช 

- คู่ที่ ๑๐ เรียก วากัส เนิร์ฟ (vagus nerve) เป็นเส้นใหญ่แยกออกจากด้านข้างของเมดัลลา ออบลองกาตา มีสาขาย่อยหลายเส้น สาขาแรกไปเลี้ยงขอบเหงือกคู่ที่ ๒, ๓, ๔ และ ๕ สาขาที่สองไปเลี้ยงหัวใจและกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังมีสาขาไปเลี้ยงเส้นข้างตัว 

 

 

 

ภาพถ่ายสมองของปลา

 

ระบบประสาทอัตโนมัติ และอวัยวะรับความรู้สึก 

ระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic system) ได้แก่ ปมประสาท (ganglia) และใยประสาท (fiber) รวมทั้งส่วนของซิมพาเธติค (sympathetic) และ พาราซิมพาเธติค (parasymphathetic) ทำงานอยู่นอกอำนาจของจิตใจ เช่น การเต้นของหัวใจ การย่อยอาหาร ขบวนการควบคุมการสั่งการและตอบสนองของระบบอัตโนมัติ 

ระบบอัตโนมัติมี ๒ ระบบใหญ่ๆ คือ Sympathetic system และ Parasympathetic system ซึ่งทำหน้าที่ตรงกันข้าม และทำงานคู่กันตลอดเวลา เช่น Sympathetic system เป็นระบบประสาทที่ทำงานให้หัวใจเต้นแรงและเร็ว เส้นเลือดหดตัว ขณะเดียวกันที่ Parasympathetic system จะทำให้หัวใจเต้นช้าลงให้พอเหมาะและเส้นเลือดขยายตัว การทำงานของ Sympathetic และ Parasympathetic จึงทำให้เกิดสมดุล

 

อวัยวะรับความรู้สึก 

อวัยวะรับความรู้สึกของปลาจะรับความรู้สึกทางกายภาพ และเคมีจากสภาพแวดล้อม การรับความรู้สึกทางกายภาพ เช่น ผิวหนังรับความรู้สึกร้อนหนาว ตารับความรู้สึกในการมองเห็นและความเข้มของแสง หูชั้นในและเส้นข้างตัวรับความรู้สึกเกี่ยวกับการได้ยินและการสั่นสะเทือน ของน้ำ ส่วนการรับความรู้สึกทางเคมี เช่น จมูกรับกลิ่น ผิวหนังชั้นนอกของปากและ ริมฝีปาก ช่องคอ และช่องเหงือกรับรส เป็นต้น 

๑. ผิวหนัง รับความรู้สึกทางอุณหภูมิ สัมผัส และรสอาหาร ปลาสามารถรับรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โดยการรับคลื่นจากปลายประสาทที่อยู่บริเวณผิวหนังชั้นนอกในปลาดุกสามารถรับ ความรู้สึกสัมผัสโดยมีอวัยวะรับสัมผัสบริเวณผิวหนัง รวมทั้งมีต่อมรับรสด้วย ช่วยในการหาอาหาร อวัยวะที่รับสัมผัสทางผิวหนังจะมีเส้นประสาทสมองและเส้นประสาทไขสันหลัง (sensory root) มาหล่อเลี้ยง 

๒. จมูก จมูกของปลาเป็นอวัยวะที่ใช้ในการดมกลิ่น มีลักษณะเป็นถุงตัน อาจจะมีข้างละ ๑ ช่อง หรือ ๒ ช่องก็ได้ ปลาส่วนใหญ่จะมีข้างละ ๒ ช่อง โดยมีทางน้ำเข้าทางหนึ่งและไหลออกอีกทางหนึ่ง ในปลาฉลามผนังด้านในของถุงจะมีลักษณะเป็นฝอยคล้ายขนนก เพื่อทำให้มีพื้นที่สำหรับปลายเส้นประสาทเข้าไปแทรกอยู่ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ดมกลิ่นได้ดีมาก เยื่อที่บุอยู่มีทั้งปมประสาทและเซลล์ประสาทอยู่ด้วย 

ลักษณะรูจมูกและอวัยวะรับความรู้สึกที่พบในปลากระดูกแข็ง

 

๓. ตา รับความรู้สึกในการมองเห็น โดยมีเส้นประสาทตามาหล่อเลี้ยง ลูกตาประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ 

๓.๑ กระบอกตา (sclerotic) เป็นเยื่อชั้นนอกสุด มีความแข็งแรงทำให้ลูกตาคงรูปอยู่ได้ 

๓.๒ กระจกตา (cornea) เป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าของลูกตา มีลักษณะขาวใสและติดต่อเป็นเนื้อเยื่อเดียวกับกระบอกตา 

๓.๓ โครอยด์ (choroids) เป็นเยื่อชั้นที่สองถัดจากกระบอกตา มีสีดำโครอยด์ตรงที่อยู่ใต้กระบอกตามีลักษณะเป็นเยื่อยืดหดได้ เรียก ม่านตา (iris) ช่องกลางของม่านตาเรียก รูม่านตา (pupil) ซึ่งเป็นช่องที่เปิดปิดได้เพื่อควบคุมการรับแสงมากน้อยตามต้องการ 

๓.๔ จอตา (retina) เป็นเยื่อชั้นในสุด มีปลายเส้นประสาทมาหล่อเลี้ยงเป็นส่วนที่ทำให้ปลาสามารถมองเห็นได้ มีเซลล์รูปแท่ง (rod cell) และเซลล์รูปกรวย (cone cell) 

๓.๕ เลนส์ หรือแก้วตา (lens) มีลักษณะกลม อยู่ด้านหลังของรูม่านตา 

components-of-corn

ส่วนประกอบของตาปลา

 

๔. หู หูของปลาเป็นหูส่วนใน ยังใช้รับเสียงไม่ได้ แต่ใช้สำหรับรับความสั่นสะเทือนและช่วยในการทรงตัว โดยมีเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๘ มาหล่อเลี้ยง หูของปลาประกอบด้วยส่วนที่เป็นเยื่อ (membranous labyrinth) ส่วนที่เป็นของเหลวเรียกเอ็นโดลิมฟ์ (endolymph) และก้อนหินปูน (otolith) โดยส่วนที่เป็นเยื่อประกอบด้วยถุงบางๆ (vestibule) และหลอดครึ่งวงกลม (semicircular canal) ๓ หลอด ดังนี้ 

๔.๑ ส่วนที่เป็นถุง มีลักษณะเป็นถุงบางใส แบ่งเป็น ๓ ถุง ถุงแรกอยู่ด้านบนติดกับหลอดครึ่งวงกลมทั้งสาม และมีการติดต่อกับภายนอกทางผิวหนังบนหัวทางท่อ (endolymphatic duct) เรียกถุงนี้ว่ายูทริคูลัส (utriculus) อีกสองถุงอยู่ด้านล่างเรียกแซคคูลัส (sacculus) และลาจีนา (lagena) โดยลาจีนามีลักษณะเป็นติ่งยื่นออกไป ภายในถุงเหล่านี้มีเอ็นโดลิมฟ์บรรจุอยู่ และมีก้อนหินปูนอยู่ถุงละอันเรียกชื่อแตกต่างกันตามลำดับคือ ลาพิลลัส (lapillus) แซกจิทตา (sagitta) และ แอสเทอริสคัส (asteriscus) 

๔.๒ หลอดครึ่งวงกลม ปลาชั้นสูงจะมี ๓ หลอด ปลายหลอดจะต่อกับยูทริคูลัส ซึ่งจะโป่งออกเป็นกระเปาะ (ampulla) ภายในมีเอ็นโดลิมฟ์ติดต่อถึงกันหมด หลอดทั้งสามประกอบด้วย 

๔.๒.๑ หลอดที่อยู่ในแนวตั้งด้านหน้า (anterior vertical canal) เป็นหลอดตั้งตรง อยู่ด้านหน้าใกล้กับกระบอกตา 

๔.๒.๒ หลอดที่อยู่ในแนวตั้งด้านหลัง (posterior vertical canal) เป็นหลอดตั้งตรง อยู่ค่อนไปทางหาง 

๔.๒.๓ หลอดที่อยู่ในแนวนอน (horizontal canal) เป็นหลอดที่อยู่ในแนวนอนระหว่างสองหลอดแรก เส้นประสาทหู หรือโสตประสาท มีสาขาแยกเข้ามาเลี้ยงถุงและกระเปาะเหล่านี้ 

ตำแหน่งที่ตั้งของหูส่วนในของปลา

 

หูส่วนในของปลา 

๕. เส้นข้างตัว (lateral line) มีวิวัฒนาการมาจากเซลล์รับความรู้สึกทางผิวหนัง ปลาทั่วไปมีข้างละ ๑ เส้น บางชนิดไม่มี บางชนิดมีหลายเส้น ลักษณะอาจโค้งงอขาดตอน ปลาที่มีเกล็ดบริเวณเส้นข้างตัวจะมีรูบนเกล็ดเพื่อให้น้ำผ่านเข้าไปสัมผัสกับอวัยวะรับความรู้สึกได้ หน้าที่ของเส้นข้างตัวคือ รับความรู้สึกเกี่ยวกับการสั่นสะเทือนของน้ำ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความเย็น หน่วยที่รับความรู้สึก คือ นิวโรมาสต์ (neuromast) ที่ยื่นออกมาบริเวณเยื่อบุผิว เส้นประสาทสมองที่มาหล่อเลี้ยงคือ คู่ที่ ๗, ๘, ๙ และ ๑๐ เส้นข้างตัวอยู่สูงแสดงว่ามีวิวัฒนาการมาก ถ้าอยู่ต่ำแสดงว่ามีวิวัฒนาการต่ำ 

ลักษณะของนิวโรมาสต์ในระบบเส้นข้างตัว

2010-2013 www.aquatoyou.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด Free joomla templates |