ผู้เขียน หัวข้อ: อุทยานฯสิรินธร สุดยอดป่าชายเลนคนปลูกแห่งแรกของโลก  (อ่าน 944 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ โนรี

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2383
  • การ์ม่า: +0/-3
    • ดูรายละเอียด
    • แอควาทูยูดอทคอม
ตัวอาคาร สร้างโดยได้รับอิทธิพลมาจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

"ถ้าไม่มีคน ต้นไม้อยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีต้นไม้ คนอยู่ไม่ได้"
       
       อ.ไข่ มาลีฮวนน่า แกว่าไว้อย่างนั้นในคอนเสิร์ตเล็กๆที่ผมมีโอกาสได้ไปนั่งชมมาสดๆที่ป้อมพระสุเมรุเมื่อไม่นานมานี้
       
       น่าเสียดายว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้แม้จะมีนักร้องนักดนตรีดีๆ อย่าง มาลีฮวนน่า, เขียว คาราบาว, อุ๊ หฤทัย,อิน บูโดกัน แต่ด้วยความที่อ่อนประชาสัมพันธ์ไปมาก คนดูจึงค่อนข้างโหรงเหรง บางตา
       
       คอนเสิร์ตครั้งนี้ทางผู้จัดเขามีจุดมุ่งหมายรณรงค์ให้คนปลูกต้นไม้ลด โลกร้อน อย่างน้อยช่วยกันปลูกต้นไม้กันคนละต้นสองต้นมันก็สามารถช่วยโลกได้บ้างตาม อัตภาพ
       
      "อยากปลูกอยู่นะ แต่ที่บ้านมันไม่มีที่ให้ปลูก" พี่ที่ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันคนหนึ่งบอกกับผมอย่างนั้น
       
       สะทกสะท้อนถึงความเป็นจริงของสังคมเมืองว่า หลายคนที่หวังดีต่อโลก อยากปลูกต้นไม้ อยากอนุรักษ์ป่า อยากช่วยธรรมชาติ แต่เขาไม่มีที่ทางให้ทำอย่างนั้น นั่นจึงทำให้ในช่วงหลังมานี่กระแส CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคมหรือที่หลายคนนิยมเรียกกันว่า"จิตอาสา" โดยเฉพาะในเรื่องการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ อนุรักษ์ธรรมชาติ ช่วยลดโลกร้อน แพร่หลายและมาแรงไม่น้อยในสังคมเมือง สังคมคนทำงาน และสังคมมนุษย์ออฟฟิศไม่น้อย หรือแม้กระทั่งในการประชุมสัมมนายุคใหม่ทาง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการหรือสสปน. เขาก็เน้นในกิจกรรม CSR ด้านนี้เหมือนกัน
       
       อย่างไรก็ดี เรื่องแบบนี้แม้จะมีใครบางคนมองว่าเป็นการสร้างภาพ เป็นกระแส เป็นการตลาด แต่ยังไงๆการส่งเสริมให้คนปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะจริงใจหรือไก่กา มันย่อมดีกว่าการส่งเสริมให้คนตัดต้นไม้ในทุกๆทาง(และมันก็ดีกว่าการไม่ทำ อะไรเลยด้วย) ซึ่งสำหรับผมกล้าพูดอย่างเต็มปากเลยว่า การปลูกต้นไม้ 1 ต้น มีคุณประโยชน์มากกว่าการเลือกนักการเมืองเลวเข้าสภา
       
       นอกจากนี้ที่ผ่านมามีข้อเท็จจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การปลูกต้นไม้ การปลูกป่า สามารถพลิกฟื้นผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง พลิกผืนป่าที่เสื่อมโทรม ให้กับมาร่มรื่นครึ้มเขียวขจีมีชีวิตชีวา เป็นแหล่งออกซิเจน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ เป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ในหลายพื้นที่

เมื่อมีป่า กิจกรรมท่องเที่ยวเรียนรู้ก็ตามมา

สำหรับโครงการปลูกป่า โครงการพลิกฟื้นผืนป่า ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนก็อย่างเช่น โครงการหลวง โครงการในพระราชดำริต่างๆ
       
       ในขณะที่โครงการปลูกป่าของภาครัฐและเอกชนก็มีทั้งที่ไปได้ดีและที่ ล้มเหลว โครงการที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ถ้าไม่โกงกินก็เกิดจากการขาดการบริหารจัดการที่ดี ในการปลูกป่า
       
       ส่วนที่ผมเห็นว่าไม่ควรมองข้ามก็คือการปลูกป่า การรักษาป่าด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นในป่าชุมชนต่างๆ ของชาวบ้านนี่ หลายแห่งที่มีโอกาสสัมผัสมาเห็นแล้วชื่นใจน่าเป็นตัวอย่างให้ศึกษาเรียนรู้ ไม่น้อยเลย
       
       แต่จะให้พูดถึงป่าปลูกที่ผมทึ่งที่สุด จนถึงวันนี้ผมยกให้กับป่าปลูกที่ "อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ สิรินธร" อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
       
       เหตุใดผมจึงยกตำแหน่งป่าปลูกสุดทึ่งให้กับที่นี่ เดี๋ยวคงได้รู้กัน แต่ตอนนี้ขอพาไปทำความรู้จักกับอุทยานฯแห่งนี้กันเสียหน่อย
       
       อุทยานฯสิรินธร ตั้งอยู่ใกล้ๆกับพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน(ทางเข้าเดียวกัน)ในค่ายพระรามหก สร้างขึ้นเพื่อเพื่อน้อมเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องในวโอกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ 48 พรรษาในปีพ.ศ. 2546 และได้รับพระราชทานนามว่า "อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ สิรินธร" โดยมีแนวทางในการดำเนินการตามแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระเทพฯได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานที่ค่ายพระรามหก
       
       อุทยานฯสิรินธร มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ อบรม เข้าค่าย และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในลักษณะของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต
       
       อุทยานฯสิรินธร มีตัวอาคารสีขาวโปร่ง การออกแบบได้รับอิทธิพลมาจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในตัวอาคารมีจุดน่าสนใจอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์พระบิดาพลังงาน ส่วนนิทรรศการพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม นิทรรศการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
       
       นอกจากสิ่งน่าสนใจในตัวอาคาร ที่นี่ยังมีสถานที่เข้าค่ายอนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม ค่ายลูกเสือ โดยมีทั้งบ้านพักเป็นหลังๆ บ้านพักเยาวชน ลานกิจกรรม สถานที่ทำกิจกรรมดูนก พายเรือแคนนูจัดเตรียมไว้พร้อม

สรรพชีวิตที่ตามมาหลังการมีป่า

ส่วนที่ผมถือว่าน่าสนใจมากก็คือ พื้นที่เรียนรู้กลางแจ้งด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ เป็นดังพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่มีทั้งแหล่งเรียนรู้การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แหล่งเรรียนรู้ระบบบำบัดน้ำเสียแบควบรวมบึงประดิษฐ์ รวมถึงการฟื้นฟูป่าชายหาด และการฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถือเป็นไอไลท์สำคัญ
       
       การฟื้นฟูป่าชายเลนที่นี่ ถ้าใครเพียงไปสัมผัสแบบผ่านๆเผินๆ อาจจะเห็นว่าไม่ค่อยมีอะไร ต้นไม้ก็เล็ก ป่ายังไม่หนาแน่น ปู ปลา นก ไม่มีมากมายอย่างที่หวัง แต่ประทานโทษถ้าใครได้รู้ถึงที่มาที่ไป จะต้องทึ่งในความเป็นสุดยอดของของผืนป่าชายเลนแห่งนี้
       
       ป่าชายเลนที่นี่ เป็นป่าชายเลนที่เกิดจากการปลูกสร้างโดยน้ำมือมนุษย์ หรือป่าชายเลน Man Made แห่งแรก และน่าจะเป็นแห่งเดียวในโลกที่ประสบความสำเร็จถึงระดับนี้
       
       สำหรับจุดกำเนิดของป่าชายเลนแห่งนี้ พี่เจ้าหน้าที่จากอุทยานฯสิรินธร เล่าให้ผมฟังในระหว่างที่พาเดินชมป่าว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯมาทรงงานในค่ายพระรามหก วันหนึ่งพระองค์ท่านทรงจักรยานออกกำลังกายผ่านมาบริเวณนี้ สังเกตเห็นถึงลักษณะของทราย(พื้นที่เสื่อมโทรม)และต้นไม้เล็กๆที่ขึ้น พร้อมทรงตั้งข้อวินิจฉัยว่าที่นี่น่าจะเคยเป็นป่ามาก่อน
       
       จากนั้นเมื่อสมเด็จพระเทพฯเสด็จกลับมา ทรงรับสั่งให้มีดำเนินการค้นคว้า วินิจฉัย พร้อมทั้งตรัสกับผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งพี่คนนั้นถ่ายทอดให้ผมฟังด้วยภาษาชาวบ้าน ว่า สมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า...เมื่อบิดาข้าพเจ้า(ในหลวง)ท่านฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมด้านบน(จาก โครงการพระราชดำริต่างๆในชะอำ-หัวหิน)ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ข้าพเจ้า(สมเด็จพระเทพฯ)ขอฟื้นฟูป่าที่อยู่ด้านล่างบ้าง...
       
       หลังจากนั้นไม่นานโครงการปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่แห่งแล้งมีแต่ผืน ทรายแห่งแรกของโลกก็เริ่มขึ้น ก่อนตามมาด้วยการถือกำเนิดของอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ตามที่กล่าวมาข้างต้น

ต้นไม้ สายธาร แหล่งชีวิตของสัตว์นานาพันธุ์

อนึ่งการที่ผืนป่าชาย เลนคนปลูกแห่งแรกของโลกนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี ชนิดที่ยังไม่มีประเทศไหนทำได้แบบนี้ เหตุผลสำคัญมาจากการปลูกป่าที่นำองค์ความรู้และการบริหารจัดการมาใช้ ไล่มาตั้งแต่การปลูกป่าบก และป่าชายหาดที่เชื่อมต่อกัน การปลูกแม้ทำแบบผสมผสาน แต่ต้องมีการพิจารณาพันธุ์ไม้แต่ละชนิดที่ปลูก ต้องตรวจสอบสภาพพื้นที่ สภาพพื้นดิน การดูแรกลักษา การให้น้ำ เป็นต้น
       
       ครั้นมาถึงการปลูกป่าชายเลน ต้องเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ปลูก อาทิ ต้นแสม, ลำพู และลำแพน ควรปลูกในพื้นที่ริมชายน้ำ ต้นโกงกางควรปลูกในพื้นที่หาดเลนที่เป็นดินเลนนุ่มมีน้ำ ท่วมถึงบางเวลา ส่วนต้นพังกาหัวสุม,โปรง,ฝาด,ปอทะเล,โพทะเล,หงอนไก่ทะเล และตีนเป็ดทะเล ควรปลูกในพื้นที่ดินแข็งถัดจากแนวปลูกโกงกางขึ้นมา
       
       นอกจากนี้ยังการปลูกยังต้องมีการดูแลรักษาอย่างดี อย่างเป็นระบบ ซึ่งหลังการเพียรปลูกต้นไม้มาร่วมสิบปี ปัจจุบันป่าที่นี่ที่แม้จะยังไม่มีต้นไม้ใหญ่ชนิดสูงท่วมหัวหรือมีผืนป่ารก หนาแน่นเหมือนป่าชายเลนหลายแห่ง แต่ป่าที่นี่ก็มีพัฒนาการและความอุดมสมบูรณ์เกินคาด มีสิ่งมีชีวิต ปู ปลา หอย นก เข้ามาอาศัย ส่วนคนก็อาศัยผืนป่าแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เรียนรู้การปลูกป่าชายเลนจากฝีมือมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จยิ่งแห่งแรกของโลก
       
       ส่งผลให้โรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงาน องค์กร ต่างๆติดต่อกับอุทยานฯ สิรินธร เข้ามาเข้าค่าย ทำกิจกรรม CSR ปลูกป่า อนุรักษ์ธรรมชาติกันไม่ได้ขาด
       
       นับเป็นความสำเร็จของวงการปลูกป่าเมืองไทย ที่เป็นดังน้ำทิพย์ชโลมใจให้ผู้ที่ตั้งใจทำงานในด้านนี้มีกำลังใจต่อสู้กับ ปัญหาอุปสรรคสารพัดสารพันขึ้นมาบ้าง เพราะในขณะที่คนส่วนหนึ่งของสังคม นำต้นไม้ออกไปปลูกป่า
       
       คนส่วนหนึ่งของสังคมที่มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ นายทุน และชาวบ้านที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน กลับดำเนินแนวทางตรงกันข้ามด้วยการตัดไม้ทำลายป่าแบบไม่เกรงกลัวต่อเทพเทวดา อารักษ์ที่สิ่งสถิตอยู่ในต้นไม้แต่อย่างใด

       *****************************************
       
       อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ สิรินธร ตั้งอยู่ที่ 1281 ค่ายพระรามหก ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โทร. 0-3250-8352

โดย : ปิ่น บุตรี

22 กันยายน 2553
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000133289
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2013, 09:36:48 AM โดย โนรี »